วันที่ 22 ก.ค.2569 เมื่อเวลา 10.00 น.ที่รัฐสภา นายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภาและประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้ากรณีฝ่ายค้านเข้าชื่อยื่นเรื่องต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ให้ตรวจสอบ นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ ว่า ขณะนี้ได้มีการลงนามแต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นมา 1 ชุด ซึ่งประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิ เพื่อประชุมศึกษาและพิจารณาข้อกฎหมายอย่างละเอียด ทั้งในส่วนข้อกฎหมายของศาลรัฐธรรมนูญ และข้อกฎหมายของ ป.ป.ช. นำมาประกอบเป็นความเห็นเสนอให้ตนใช้เป็นดุลพินิจในการตัดสินใจดำเนินงานต่อไป
นายโสภณ กล่าวว่า ในอดีตการพิจารณาเรื่องในลักษณะนี้ไม่ได้ใช้เวลาเพียง 1-2 เดือน ดังนั้นการดำเนินการในปัจจุบันจึงไม่ได้ล่าช้า เพราะต้องให้เวลากับคณะกรรมการทำงานอย่างครอบคลุม ส่วนกรณีที่มีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ว่าอาจมีเรื่องของผลประโยชน์ทับซ้อนหรือประเด็นทางการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้องนั้น ตนมองว่าไม่ควรนำชีวิตไปแขวนไว้กับคำพูดของคนอื่น แต่ต้องยืนอยู่บนข้อเท็จจริง
"การบริหารงานราชการ หรือการบริหารงานฝ่ายนิติบัญญัติ ต้องอยู่บนหลักการและเหตุผลของกฎหมายที่มีอยู่ ไม่ใช่เรื่องความชอบหรือไม่ชอบ หรือทำตามอารมณ์ความรู้สึกที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งอยากให้เป็น เพราะแต่ละองค์กรทั้งศาลรัฐธรรมนูญและ ป.ป.ช. ต่างก็มีหลักกฎหมายและเครื่องมือในการทำงาน ซึ่งประธานสภาก็ต้องใช้หลักกฎหมายในการทำงานต่อเช่นเดียวกัน" นายโสภณ กล่าว
เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงกระแสกดดันทางการเมือง นายโสภณ ยืนยันว่า ไม่มีเรื่องกดดัน และไม่มีเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนใด ๆ การทำหน้าที่ของประธานสภาฯ คือการปฏิบัติตามหลักกฎหมาย แม้ตนจะมาจากพรรคภูมิใจไทยที่ไว้วางใจให้มาดำรงตำแหน่งนี้ แต่การเป็นสมาชิกพรรคที่ดีที่สุด คือการทำหน้าที่ประธานสภาฯ ให้ดีที่สุด ไม่ใช่การทำตามใจพรรคใดพรรคหนึ่ง หรือทำเพื่อรับใช้ใคร โดยตนได้วางแนวคิดและยึดถือปฏิบัติบนหลักการนี้มาโดยตลอด








