วันที่ 22 ก.ค.69 นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก "Jatuporn Prompan - จตุพร พรหมพันธุ์" ระบุว่า...
ชง รบ.รื้อคุณสมบัติบัตรคนจนใหม่ แจงสถานการณ์ให้ ปชช.รับรู้ ติงอย่าดูเบาปัญหาคนจน หวั่นผสมศึกซักฟอกเปิดประชุมสภาหน้า พร้อมกับดักขั้วอำนาจเก่า-ใหม่ใน ก.เกษตร จ้องล้างบางกัน ชี้ล้วนวิกฤตใหญ่จ่อรุมขย่ม“อนุทิน”
เมื่อ 21 ก.ค. 2569 นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน กล่าวในรายการประเทศไทยต้องมาก่อน ว่า รัฐบาลโดยนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รมว.คลังและรองนายกฯ ควรกำหนดเกณฑ์คุณสมบัติบัตรคนจนหรือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเพื่อขึ้นทะเบียนใหม่และชี้แจงสถานการณ์บ้านเมืองให้ประชาชนรับรู้อย่างครบถ้วน ซึ่งจะช่วยคลี่คลายและสร้างความเข้าใจปัญหาคนจนได้
สิ่งน่าสนใจกับประชาชนออกมาปกป้องสิทธิ์บัตรคนจนนั้น สะท้อนถึงสถานการณ์ประเทศมีอาการน่าเป็นห่วง เมื่อปัจจุบันมีผู้ขึ้นทะเบียนมากถึง 19 ล้านคนเฉลี่ยเกือบ 1 ใน 3 ของประชากร ซึ่งถือว่าไทยมีคนจนสูงมาก อีกอย่างรัฐจะยกเลิกสวัสดิการประชาชนในวันลำบากจึงเป็นเรื่องยากที่สุด
อีกทั้งกล่าวว่า หลังการพิจารณาสิทธิ์บัตรคนจนแล้ว นายเอกนิติ ต้องการยกเลิกสิทธิ์มากถึง 9.3 ล้านคน หรือประมาณครึ่งหนึ่งเป็นผู้มีคุณสมบัติไม่ผ่านเกณฑ์คนจน สิ่งนี้รัฐบาลต้องชี้แจงสถานการณ์บ้านเมืองให้รับรู้ครบถ้วน โดยเชื่อว่า คนไทยจะช่วยกันและยอมสละสิทธิ์บัตรคนจนจำนวนมากได้ ขณะเดียวกันต้องแสดงให้เห็นว่า ใครกำลังเอารัดเอาเปรียบอยู่ แต่หากปล่อยให้ประชาชนคิดจินตนาการจะเป็นชนวนความไม่พอใจสะสมขยายผลบานปลายกว้างขวาง
สิ่งสำคัญ รัฐบาลอย่าคิดแก้ตามปัญหา ควรเริ่มทำกันใหม่ทั้งกระบวนการ เสนอแนวทางเพื่อพิจารณาใหม่ อะไรที่เป็นปัญหาทางคุณสมบัติแล้วอธิบายทั้งสถานะทางการเงินให้คนไทยเข้าใจ ดังนั้น รัฐต้องใช้ทุกกลไกเข้าหาประชาชนกับการขึ้นทะเบียนใหม่ทั้งหมด
“หลักการสำคัญ รัฐต้องอธิบายคุณสมบัติให้ชัดเจนว่า ใครควรได้สิทธิ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โดยรัฐต้องอธิบายทุกมิติให้รับรู้ ขณะเดียวกันควรรณรงค์เชิญชวนคนที่พอเอาตัวรอดได้บ้างในสถานการณ์นี้ ควรเสียสละให้กับชาติบ้านเมือง ดังนั้น รัฐบาลอย่าดูเบาปัญหา ควรใช้เวลาที่เหลือก่อนถึงประชุม ครม.สัปดาห์หน้าพิจารณาทุกอย่างให้รอบคอบและชัดเจน”
ส่วนฝ่ายค้านจะเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจนั้น นายจตุพร กล่าวว่า สภาจะเปิดสมัยประชุม 26 ส.ค.นี้ และฝ่ายค้านมีสิทธิ์ยื่นอภิปรายฯ หรือซักฟอกได้ แต่เสียงลงมติคงแพ้รัฐบาล หากหลังการอภิปรายฯ เกิดผลคนรับรัฐบาลไม่ได้ ย่อมจะเกิดการเปลี่ยนแปลงตามมา
กรณีการฮั้ว สว. โดยนายศุภชัย ใจสมุทร สส.และฝ่ายกฎหมายพรรคภูมิใจไทย (ภท.) จะยื่นฟ้องหมิ่นประมาณนายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้จัดการไอลอว์ (iLaw) เปิดเผยชื่อ 9 แกนนำ ภท.เกี่ยวข้องฮั้ว สว. และเรื่องนี้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะตัดสินใจดำเนินการอย่างไรภายใน ส.ค. สิ่งสำคัญเมื่อเปิดรายชื่อตั้งข้อกล่าวหาหนักหน่วงแล้ว ภท.จึงฟ้องหมิ่นประมาท
อย่างไรก็ตาม ข้อกล่าวหาฮั้ว สว.ทั้ง 9 คนนั้น มีปัญหาว่า พยานหลักฐานจะนำมาเทียบเคียงอย่างมีน้ำหนักได้หรือไม่ ดังนั้น การเปิดประชุมสภาครั้งหน้าจึงเริ่มร้อนแรงขึ้น เมื่อเห็นข้อเท็จจริงของผู้กล่าวหาแล้ว ต้องเป็นภาระของผู้ถูกกล่าวหาหักล้าง และข้อกฎหมายการฟ้องคดีของแต่ละฝ่ายจะตามมาอีก
ขณะที่ปัญหาการแต่งตั้งข้าราชการระดับสูงในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์นั้น ครม.เห็นชอบให้นายรพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร นั่งปลัดกระทรวงเกษตรฯ คนใหม่ แทนคนเก่าที่เกษียณราชการ
สิ่งสำคัญปลัดคนใหม่คนนี้เหลืออายุราชการ 7 ปี สะท้อนว่านายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.เกษตรฯ สร้างความสมพันธ์ไว้นาน 7 ปี โดยดูเหมือนจะเป็นการสร้างขั้วอำนาจใหม่ และตรงกันข้ามยังมองถึงการล้างบางขั้วอำนาจเก่าดัวย ดังนั้น การต่อสู้ทางการเมืองระหว่างพรรคเพื่อไทยกับพรรคกล้าธรรม รอวันระเบิดในวันข้างหน้า
นายจตุพร กล่าวว่า ถ้ามีการล้างบางกันจริงๆ แล้ว จะเกิดอีกปัญหาหนึ่งตามมา เช่นคำพูดที่ว่ามีการต่อรองเงินกับงานหมายถึงอะไร ไม่เอาคนทำงานแต่ต้องการคนทำเงินหมายถึงอะไร แน่นอนถ้าไม่เกี๊ยะเซี้ยกันจะได้ยินเรื่องเหล่านี้ ดังนั้นกระทรวงเกษตรฯ จึงน่าสนใจกับการตรวจสอบ เพราะคนตรวจสอบเห็นเส้นทางเป็นไปทั้งหมด จึงเป็นศึกน่าสนใจ
“ถ้าผู้กอง (ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า หัวหน้าพรรคกล้าธรรมและอดีต รมว.เกษตรฯ) เดินมาถึงจุดยอมกันไม่ได้ และหากการตรวจสอบเข้มข้นจะเป็นประโยชน์กับชาติบ้านเมืองที่สุด ดังนั้น ถ้าศึกนี้เกิดขึ้นจริง เกี๊ยะเซี้ยกันไม่ได้ เคลียร์กันไม่ลง โดยมีความบาดหมางกัน จึงน่าสนใจที่สุดกับปรากฎการณ์ที่กระทรวงเกษตรฯ"
#จตุพรพรหมพันธุ์ #บัตรคนจน #บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ #อนุทิน #ศึกซักฟอก #การเมืองไทย #รัฐบาล #วิกฤตการเมือง #ข่าวการเมือง #ข่าววันนี้ #สยามรัฐออนไลน์ #siamrathonline








