วันที่ 21 ก.ค.69 เวลา 14.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมครม.ถึงข้อสั่งการนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและรมว.มหาดไทยว่า นายกฯไม่สบายใจหลังจากที่ได้มีการประกาศผลการตรวจคุณสมบัติของผู้มีสิทธิได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐประจำปี 69 ไปแล้ว แต่พบว่า มีเสียงสะท้อนของประชาชนที่เป็นผู้เดือดร้อนจำนวนหนึ่งที่ไม่ผ่านการคัดกรอง ทั้งที่ยังเป็นผู้ที่เดือดร้อนและมีความจำเป็นจะต้องได้รับการดูแลจากโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
นายกฯย้ำในที่ประชุม ครม.ว่า เรื่องนี้จะต้องนำไปทบทวนอย่างเร่งด่วน คนที่เดือดร้อนและต้องการทำเรื่องอุทธรณ์ ประชาชนไม่ควรเป็นฝ่ายที่จะต้องวิ่งเข้าหารัฐ หรือรอการอุทธรณ์ แต่ต้องให้หน่วยงานของรัฐเป็นฝ่ายเข้าไปหาประชาชน ลงพื้นที่ค้นหา รับฟัง และแก้ปัญหาเชิงรุก เพื่อไม่ให้ผู้ที่สมควรได้รับการช่วยเหลือต้องหลุดจากระบบ
น.ส.รัชดา กล่าวว่า จากข้อสั่งการนายกฯนำไปสู่การมอบหมายให้ 3 หน่วยงาน ประกอบด้วย 1.กระทรวงมหาดไทยบูรณาการการทำงานร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัดและหน่วยงานในพื้นที่ เร่งสำรวจผู้ที่ไม่ผ่านการคัดกรองแต่ยังมีเหตุอันควรได้รับความช่วยเหลือ และส่งข้อมูลให้กระทรวงการคลังพิจารณาโดยเร็ว 2.กรมการขนส่งทางบก เร่งปรับปรุงฐานข้อมูลทะเบียนรถให้เป็นปัจจุบัน พร้อมลดภาระประชาชนในการจำหน่ายทะเบียนหรือยกเลิกทะเบียนรถที่หมดสภาพ และเร่งเสนอแก้ไขกฎหมายหรือระเบียบที่เป็นอุปสรรค
และ3.กระทรวงการคลัง เร่งทบทวนหลักเกณฑ์การคัดกรองผู้มีสิทธิให้สอดคล้องกับข้อเท็จจริงและสภาพความเดือดร้อนปัจจุบัน ตรวจสอบหลักเกณฑ์ที่อาจทำให้ผู้สมควรได้รับสิทธิหลุดจากระบบ และเสนอแนวทางปรับปรุงต่อ ครม.โดยเร็ว เป้าหมายโครงการคือดูแลคนที่เดือดร้อนที่สุด เมื่อมีเสียงสะท้อนจากคนกลุ่มนั้นสะท้อนมาหลุดจากเกณฑ์ นายกฯจึงมีความไม่สบายใจอย่างมาก เพราะฉะนั้น สิ่งที่นายกฯหวังคือ คนที่เดือดร้อนต้องได้รับการดูแล หากปัญหาการดูแลครอบคลุมไม่ถึง เป็นเพราะเกณฑ์ไม่สอดรับสภาพความเป็นจริง ก็ต้องมีการทบทวน








