วันนี้ (19 ก.ค. 69) เวลา 12.05 น. ที่ภูพระ บ้านหมากแข้ง ต.กกสะทอน อ.ด่านซ้าย จ.เลย พล.อ.อุกฤษฎ์ บุญตานนท์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ให้สัมภาษณ์ภายหลังเป็นประธานจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2569 ภายใต้แนวคิด “บ้านหมากแข้ง จากสมรภูมิ สู่แผ่นดินแห่งพระบารมี” ว่า ภาพรวมของกิจกรรมที่เกิดขึ้นครั้งนี้ เป็นความร่วมมือร่วมใจของทุกเหล่าทัพ ที่จัดกิจกรรมสร้างคุณประโยชน์ให้กับประชาชน เพื่อน้อมรำลึกถึงพระปรีชาสามารถ พระบารมี และพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ทรงมีต่อพสกนิกรไทย รวมทั้งยังได้ระลึกถึงการทำงานร่วมกันในมิติความมั่นคงของทหารและตำรวจที่เกิดขึ้นในอดีต ที่ทำให้ประชาชนไทยอยู่ร่วมกันอย่างร่มเย็นเป็นสุข และสงบสุขจนถึงทุกวันนี้
พล.อ.อุกฤษฎ์ กล่าวอีกว่า จากนี้ไป เหล่าทัพก็จะยังคงทำงานพัฒนาพื้นที่ใน อ.ด่านซ้ายอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในอดีตที่ผ่านมา กองทัพบกซึ่งเป็นผู้ดูแลพื้นที่ได้ทำถนนจากภูทับเบิก จ.เพชรบูรณ์ เชื่อมต่อลงมาถึงบ้านนาสะอุ้ง จังหวัดเลย รวมทั้งหน่วยบัญชาการทหารพัฒนา (นทพ.) ก็ได้เข้ามาทำถนนสายย่อย เพื่อดูแลความเป็นอยู่ ช่วยเหลือประชาชนในการขนย้ายผลิตผลทางการเกษตร รวมถึงพัฒนาด้านการท่องเที่ยวในพื้นที่เพื่อสร้างรายได้ และพัฒนาความเป็นอยู่ที่ของประชาชนให้ดีขึ้นด้วย
พล.อ.อุกฤษฎ์ กล่าวอีกว่า กิจกรรมที่จัดขึ้นในวันนี้ ยังเป็นการเน้นย้ำให้เห็นว่า ในอดีตที่ผ่านมา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระปรีชาสามารถในเสด็จพระราชดำเนินถึงพื้นที่ห่างไกล ทรงห่วงใยและมีพระมหากรุณาธิคุณต่อพี่น้องประชาชนคนไทย ซึ่งกาลเวลาอาจจะทำให้ข้อมูลและเรื่องราวเหล่านี้จางหายลงไปบ้าง แต่วันนี้ ประชาชนจะได้เห็นและได้รับรู้ ว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงได้อุทิศพระวรกายให้กับประเทศชาติมาอย่างต่อเนื่องครับ จึงขอเชิญชวนประชาชนไทยทุกคน ร่วมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ และทุกเหล่าทัพก็จะมีการจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2569 อย่างต่อเนื่องด้วยเช่นกัน ทั้งกิจกรรมที่เน้นการทำความดีร่วมกัน และกิจกรรมของแต่ละเหล่าทัพซึ่งจัดขึ้นต่อเนื่องทุก ๆ ปี
พล.อ.อุกฤษฎ์ กล่าวอีกว่า การน้อมนำพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มาพัฒนาพื้นที่บริเวณนี้ยัง สอดคล้องกับนโยบายเร่งด่วน ของ พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม ในเรื่องการพัฒนาพื้นที่ชายแดนให้มี “น้ำไหล ไฟสว่าง ทางดี มีสัญญาณโทรศัพท์” เนื่องจากการพัฒนาสาธารณูปโภคเหล่านี้ ส่งผลดีต่อทั้งกำลังพลและประชาชนในพื้นที่ห่างไกล เนื่องจากการจะเข้าถึงพื้นที่ จะต้องมีไฟฟ้า มีน้ำประปา ถนน และสัญญานอินเทอร์เน็ต ซึ่งเป็นสิ่งอำนวยความสะดวกในการดำรงชีวิต








