วันที่ 17 ก.ค.69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก พริษฐ์ วัชรสินธุ - ไอติม - Parit Wacharasindhu ระบุว่า ...
[ ผ่านมา 41 วัน ประธานรัฐสภายังไม่ส่งคำร้องต่อ ป.ป.ช. คดีศักดิ์สยาม ไปที่ศาล แต่กลับเพิ่งลงนามตั้งคณะกรรมการขึ้นมากลั่นกรอง | ตรงนี้เป็นสัญญาณของการ “ซื้อเวลา” ให้เรื่องไปถึงศาลได้ช้า หรือ การ “ฟอกขาว” เพื่อตัดตอนให้เรื่องนี้ไปไม่ถึงศาล ใช่หรือไม่? ]
ในงานแถลงผลงานของประธานรัฐสภาวันนี้ เราได้รับความชัดเจนแล้ว ว่าหลังจากผ่านไป 41 วัน นับแต่วันที่พรรคฝ่ายค้าน และ สว. บางส่วน ได้ยื่นคำร้องต่อประธานรัฐสภาเพื่อกล่าวหา ป.ป.ช. ว่าปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ จากกรณีที่ ป.ป.ช. มีมติยกคำร้องคดีซุกหุ้นของศักดิ์สยาม ชิดชอบ ทางประธานรัฐสภา ยังไม่ได้ส่งคำร้องต่อไปที่ศาลฎีกาเพื่อให้เกิดการตั้งคณะไต่สวนอิสระ และมีท่าทีจะยืดเวลาออกไปอีก
หลังจากถูกสอบถามโดยสื่อมวลชน ทางประธานโสภณ บอกว่าเมื่อวาน (ซึ่งตรงกับที่ผมถามเรื่องนี้พอดี) เขาเพิ่งได้เซ็นแต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นมาชุดหนึ่ง เพื่อกลั่นกรองและเสนอแนะ ว่าประธานรัฐสภาควรจะส่งคำร้องต่อไปที่ศาล หรือ ปัดตกคำร้องและตัดตอนให้เรื่องไปไม่ถึงศาล
ข้อสังเกต
1. การตั้งคณะกรรมการกลั่นกรองชุดนี้ เป็นความพยายามในการ “ซื้อเวลา” เพื่อให้เรื่องไปถึงศาลช้าที่สุดหรือไม่? ในเมื่อ:
- 1.1. ครั้งล่าสุดที่มีการยื่นคำร้องตามกลไกนี้ ประธานรัฐสภา ณ เวลานั้น ใช้เวลาไม่ถึง 41 วัน ในการส่งเรื่องไปที่ศาล / แต่พอมาครั้งนี้ (ที่ประธานชื่อโสภณ และคำร้องเกี่ยวข้องกับบุคคลที่ชื่อศักดิ์สยาม ชิดชอบ) 41 วันผ่านไป เรื่องยังไปไม่ถึงศาล แต่เรากลับได้เพียงการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาชุดหนึ่ง
- 1.2. ประธานโสภณ ยอมรับเองบนเวที ว่าเขาไม่ได้กำหนดกรอบเวลาใดๆเลย ว่าคณะกรรมการชุดนี้ จะต้องกลั่นกรองและเสนอบทสรุปต่อประธานภายในกี่วัน
2. การตั้งคณะกรรมการกลั่นกรองชุดนี้ เป็นความพยายามในการ “ฟอกขาว” การตัดตอนการตรวจสอบให้เรื่องนี้ไปไม่ถึงศาลหรือไม?
- 2.1. ประธานโสภณแจ้งว่า คณะกรรมการชุดนี้ประกอบไปด้วย “คนนอก” เป็นหลัก ที่ตนได้ไปทาบทามเอง แต่กลับไม่เปิดเผยรายชื่อคนนอกให้สังคมได้รับรู้และตรวจสอบเรื่องความเหมาะสม-ความเชี่ยวชาญ-ความเป็นกลางทางการเมือง
ข้อเสนอ: หากการตั้งคณะกรรมการชุดนี้ ไม่ใช่ความพยายามในการ “ซื้อเวลา” หรือ “ฟอกขาว” การตัดตอนการตรวจสอบ ผมเสนอว่าขั้นต้ำที่ประธานรัฐสภาทำได้ เพื่อเริ่มต้นพิสูจน์ให้สังคมเห็น คือการ:
1. เปิดเผยรายชื่อคณะกรรมการชุดนี้ให้สังคมได้ร่วมกันตรวจสอบ
2. กำหนดกรอบเวลาให้ชัดเจนตั้งแต่วันนี้ ว่าคณะกรรมการจะต้องกลั่นกรองเสร็จภายในกี่วัน
3. เชิญผู้เสนอคำร้องเข้าไปชี้แจง เพื่อประกอบการพิจารณา
4. เปิดเผยบันทึกการประชุมทุกนัด และผลการตรวจสอบโดยละเอียด (เมื่อเสร็จสิ้นภารกิจ)
—
[ ผลงานอื่นที่ประธานรัฐสภาแถลง มีบางผลงานที่อาจเป็นเพียง “ภาพลวงตาทางสถิติ” ]
ส่วนผลงานอื่นที่ประธานโสภณพูดถึงบนเวที ก็มีบางผลงานที่เราต้องระมัดระวังในการตีความ เพราะอาจเป็นเพียง “ภาพลวงตาทางสถิติ”
ตัวอย่าง 1: การผลักดันกฎหมาย
- ประธานพูดว่า สมัยแรกของสภายุคโสภณ เป็นสมัยประชุมที่มีการผ่านกฎหมายมากที่สุดในรอบ 10 ปี
- แม้ในเชิงสถิติอาจจะใช่ แต่เหตุผลหลักที่เป็นเช่นนี้ ไม่เกี่ยวข้องกับนโยบายหรือการบริหารสภาในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา (สภาชุดที่ 27) แต่เป็นเพราะว่าเรามี “กฎหมายค้างท่อ” ที่ค้างจากสภาชุดก่อน (ชุดที่ 26) เป็นจำนวนมาก ซึ่งหลายฉบับผ่านหลายวาระมาแล้ว และเหลืออีกเพียงไม่กี่ขั้นตอนก็จะเสร็จ ก่อนจะมีการยุบสภา
- ดังนั้น เมื่อมีการยืนยันกฎหมายที่ค้างจากสภาชุดที่แล้ว ให้เข้ามาพิจารณาต่อในสภาชุดนี้ จำนวนกฎหมายที่ผ่านไปได้ก็ย่อมต้องเยอะเป็นปกติ
- ส่วนเหตุผลที่เยอะกว่า สภาชุดก่อนในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา ก็เพราะเป็นเพียงการเทียบสภาทั้งหมด 3 ชุด (25 / 26 / 27) ซึ่งสภาชุดที่ 25 เป็นสภาที่มาจากการเลือกตั้งชุดแรกหลังรัฐประหาร & สภาชุดที่ 26 ไม่ได้มี “กฎหมายค้างท่อ” ที่เข้าสู่การพิจารณา เพราะการตั้งรัฐบาลมีความล่าช้าจนทำให้เลยกรอบเวลาที่ ครม. จะสามารถมีมติยืนยันกฎหมายค้างท่อได้ทัน
- ในทางกลับกัน สิ่งที่ประธานโสภณ “พูดแล้วยังไม่ทำ” คือการเพิ่มวันประชุมสภา ที่ใช้สำหรับการพิจารณาร่างกฎหมายของ สส. หรือ ภาคประชาชน (ที่ไม่ใช่กฎหมายของ ครม.) เป็นการเฉพาะ / หากทำเช่นนั้น ถึงจะพูดได้อย่างเต็มปากว่าสภาชุดนี้ มีการยกระดับประสิทธิภาพในการผลักดันกฎหมายได้จริง - ผมหวังว่าเราจะได้เห็นสิ่งนี้ในสมัยประชุมหน้า
ตัวอย่าง 2: การตอบกระทู้สดของรัฐมนตรี
- ประธานพูดว่า สมัยแรกของสภายุคโสภณ เป็นสมัยประชุมที่รัฐมนตรีมาตอบกระทู้สดมากหรือมากที่สุด (33 จาก 36 กระทู้)
- แม้สถิติในระบบอาจจะบ่งบอกเช่นนั้น แต่สถิติดังกล่าวเป็นสถิติ “ลวงตา” เพราะแม้ข้อบังคับกำหนดให้ฝ่ายค้านยื่นกระทู้สดในช่วงช่วงเช้าวันพฤหัสบดีว่าจะถามรัฐมนตรีคนไหน-เรื่องอะไร แต่ทางวิปรัฐบาลมีการขอให้วิปฝ่ายค้าน “อำนวยความสะดวก” ด้วยการแจ้งก่อนล่วงหน้าตั้งแต่วันจันทร์-วันอังคาร ว่าเราจะถามใคร
- ดังนั้น หากสัปดาห์ไหน ฝ่ายรัฐบาลแจ้งกลับมาว่า รมต. คนใดที่ฝ่ายค้านอยากถาม ติดภารกิจหรือไม่สะดวกมาตอบ (ซึ่งความจริงไม่ควรจะเกิดขึ้น เพราะรัฐมนตรีควรวางแผนล่วงหน้าได้ ยกเว้นมีเหตุสุดวิสัยจริงๆ) ทางฝ่ายค้าน ก็อาจจำเป็นต้องยอมเปลี่ยนไปถาม รมต. คนอื่น เพื่อไม่เสียโควต้ากระทู้สด
- พอเป็นแบบนี้ สถิติการตอบกระทู้สดที่ขึ้นมาในระบบเลยดูเหมือนจะดี แต่ตัวเลขดังกล่าวไม่ได้สะท้อนความเป็นจริง เกี่ยวกับความรับผิดชอบของรัฐมนตรีในการจัดสรรเวลามาตอบกระทู้ของฝ่ายค้าน ในหัวข้อที่ฝ่ายค้านต้องการถามเป็นหลัก
#พริษฐ์ #โสภณ #ศักดิ์สยาม #ปปช #การเมือง #ฝ่ายค้าน #รัฐบาล #ข่าวการเมือง #ข่าววันนี้ #สยามรัฐออนไลน์ #siamrathonline








