วันที่ 15 กรกฎาคม เวลา 13.30 น. ที่กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์กรณีที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ระบุว่า อาจปรับกฎหมายสถานบันเทิงให้ทันสมัยขึ้น ว่า นายกรัฐมนตรีตระหนักถึงเรื่องนี้ เพราะเมื่อสถานการณ์เปลี่ยน กฎหมายก็ล้าสมัย ซึ่งการกำหนดโซนนิ่งต้องพิจารณาจากผู้มีอำนาจเสนอ ในกรุงเทพมหานคร ผู้บัญชาการตำรวจนครบาลเป็นผู้เสนอให้กระทรวงมหาดไทยพิจารณา ส่วนต่างจังหวัดเป็นหน้าที่ของผู้ว่าราชการจังหวัด ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการเสนอโดยเร็ว
ส่วนการตรวจสอบสถานบันเทิงจะเข้มข้นขึ้นหรือไม่ เพราะมีหลายสถานที่ฝ่าฝืนกฎหมาย นายอรรษิษฐ์ กล่าวว่า หลายแห่งจดทะเบียนเป็นร้านอาหาร แต่เมื่อมีการจำหน่ายแอลกอฮอล์และมีการเต้นรำ จะเข้าข่ายเป็นสถานบริการ หากไม่ได้จดทะเบียนถือว่าผิดกฎหมาย จึงต้องทบทวนว่ากฎหมายและมาตรการที่มีอยู่เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบันหรือไม่
นายอรรษิษฐ์ กล่าวว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นไม่ได้มาจากการประกอบกิจการ แต่เกิดจากการขาดมาตรฐานความปลอดภัย เมื่อเกิดเหตุจึงไม่สามารถรองรับหรือดูแลผู้ใช้บริการได้ โดยมีหลายหน่วยงานร่วมรับผิดชอบ ทั้งสำนักงานเขต สำนักงานโยธา และสถานีตำรวจในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ส่วนต่างจังหวัดเป็นหน้าที่ของนายอำเภอและผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธร พร้อมขอให้ประชาชนแจ้งเบาะแส หากพบการกระทำผิด เจ้าหน้าที่จะดำเนินการถึงที่สุด
เมื่อถามถึงการแบ่งอำนาจดูแลระหว่างกระทรวงมหาดไทยกับตำรวจนั้น นายอรรษิษฐ์ กล่าวว่า จากข้อมูลพบว่าโรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว ขออนุญาตเปิดเป็นร้านอาหารกับสำนักงานเขต ขณะที่กระทรวงมหาดไทยจะกำกับดูแลในส่วนที่เกี่ยวกับกฎหมาย
ทั้งนี้ กระทรวงมหาดไทยเตรียมเรียกประชุมเร่งด่วน โดยได้มอบหมายให้รองปลัดกระทรวงมหาดไทยฝ่ายความมั่นคงประสานการประชุม ซึ่งคาดว่าจะมีขึ้นในเร็วๆ นี้








