กมธ.กฎหมายฯ เดินหน้าสอบปมร้อน “ทุจริตสอบท้องถิ่น” ด้าน “อนุทิน-อธิบดีกรมการปกครอง” เบี้ยวชี้แจง ส่งตัวแทนรับหน้าแทน “รังสิมันต์ โรม” กังวลจับได้แค่ผู้สมัครตัวเล็ก ๆ ชี้ช่องโหว่ TOR คีย์การ์ดสำคัญส่อเปิดทางเอื้อโกง จี้ ป.ป.ช. เร่งเคลียร์ข้อกังขาเรื่อง “ดองคดี” สร้างความมั่นใจให้ประชาชน
วันที่ 15 ก.ค.69 ที่รัฐสภา นายรังสิมันต์ โรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แบบบัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ได้เปิดเผยถึงผลการประชุมกรรมาธิการ (กมธ.) กรณีการตรวจสอบข้อร้องเรียนเรื่อง “การทุจริตข้อสอบท้องถิ่น” ซึ่งเป็นประเด็นร้อนที่สังคมกำลังให้ความสนใจอย่างใกล้ชิด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมครั้งนี้ ทาง กมธ. ได้ทำหนังสือเชิญบุคคลสำคัญที่เกี่ยวข้องเข้ามาชี้แจงหลายราย รวมถึง นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งได้มอบหมายให้ปลัดกระทรวงมหาดไทยชี้แจงแทน แต่สุดท้ายมีการมอบหมายต่อให้ นางสาวกาญจน์ชนิษฐา เอกแสงศรี ผู้ช่วยปลัดกระทรวงมหาดไทย เข้าร่วมประชุมแทน
ขณะที่ นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง ได้ส่งหนังสือแจ้งขออภัยที่ไม่สามารถเข้าร่วมประชุมได้เนื่องจากติดภารกิจราชการสำคัญ โดยได้นำส่งข้อมูลเป็นหนังสือชี้แจงต่อ กมธ. แทน
อย่างไรก็ตาม ยังคงมีตัวแทนจากคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.), สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ตลอดจนคณะกรรมการจัดทำขอบเขตงาน (TOR) เข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมพรียง
นายรังสิมันต์ ระบุว่า การทุจริตสอบในลักษณะนี้ไม่ใช่ครั้งแรก แต่ครั้งนี้ถือเป็นครั้งสำคัญที่มีพยานหลักฐานเอกสารและข้อเท็จจริงค่อนข้างชัดเจน อย่างไรก็ตาม ตนมีความกังวลว่าสุดท้ายแล้วจะจัดการได้เพียงแค่ "ปลาตัวเล็ก" หรือกลุ่มคนที่จ่ายเงินและผู้สมัครที่โดนหลอก ซึ่งอาจมีจำนวนหลายพันคน แต่ตัวการใหญ่ผู้อยู่เบื้องหลังและได้รับผลประโยชน์สูงสุดกลับรอดนวลนาง
“ถ้าเราไม่แกะเส้นทางการเงินดูว่าใครเป็นผู้ได้รับผลประโยชน์สูงสุด สุดท้ายเราก็จะได้แค่จับคนที่ไม่ได้ถือครองอำนาจรัฐ หรือจับได้แค่บางส่วน สิ่งที่เราต้องทำคือต้องโยงไปให้ถึงผู้อยู่เบื้องหลังที่แท้จริงให้ได้” นายรังสิมันต์ กล่าว
ประธาน กมธ.กฎหมายฯ ได้เน้นย้ำว่า จุดสำคัญที่หลายคนอาจละเลยคือ “TOR” (Terms of Reference หรือข้อกำหนดขอบเขตงาน) ที่ใช้ในการจัดจ้างการจัดสอบ ซึ่ง กมธ. ตั้งสมมติฐานว่าอาจมีช่องโหว่ที่เอื้อให้เกิดการทุจริตได้ง่าย เช่น ไม่มีการกำหนดให้เข้ารหัสข้อมูลบนแฟลชไดร์ฟ (Flash Drive) หรือข้อกำหนดเกี่ยวกับไฟล์ภาพสแกนกระดาษคำตอบ
ด้าน นายมนัส สุวรรณรินทร์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ในฐานะคณะกรรมการจัดทำ TOR ได้ชี้แจงยืนยันว่า TOR ดังกล่าวมีความรัดกุมและยากต่อการทุจริตอย่างแน่นอน ซึ่งทาง กมธ. พร้อมรับฟัง แต่กำชับว่าต้องนำหลักฐานเชิงประจักษ์มาชี้แจงว่ารัดกุมอย่างไร หากเป็นความผิดพลาดของฝั่งผู้รับจ้างอย่าง มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) หรือเป็นพฤติกรรมเฉพาะบุคคล ก็ต้องว่ากันไปตามพยานหลักฐาน
เมื่อถามถึงข้อกังวลว่าคดีนี้อาจถูกแช่แข็งหลังอยู่ในมือของ ป.ป.ช. แล้ว นายรังสิมันต์ ตอบอย่างตรงไปตรงมาว่า ป.ป.ช. จะต้องเป็นผู้ตอบคำถามและสร้างความมั่นใจให้แก่สังคม
“ป.ป.ช. จำเป็นต้องออกมาชี้แจงว่าจะให้ความเชื่อมั่นกับสังคมอย่างไร เพราะตอนนี้สังคมเริ่มรู้สึกว่า พอเรื่องไปถึง ป.ป.ช. แล้วความคาดหวังมักจะน้อยลง และกลัวว่าจะกลายเป็นการดองคดี ทั้งที่ทุกคนอยากเห็นคนผิดตัวจริงถูกกระชากหน้ากากออกมาลงโทษ” นายรังสิมันต์ ทิ้งท้าย
ทั้งนี้ ในการประชุมดังกล่าวยังมี นายอาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ สส.ศรีสะเกษ พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธาน กมธ. ป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ (กมธ.ป.ป.ช.) เข้าร่วมสังเกตการณ์ด้วย เพื่อเป็นการบูรณาการทำงานร่วมกันระหว่างคณะกรรมาธิการ และหลีกเลี่ยงการเชิญหน่วยงานมาชี้แจงซ้ำซ้อนในอนาคต
#โรม #ทุจริตสอบท้องถิ่น #โกงสอบท้องถิ่น #TOR #ปปช #ปราบทุจริต #การเมืองไทย #ข่าวการเมือง #ข่าววันนี้ #สยามรัฐออนไลน์ #siamrathonline








