วันที่ 14 กรกฎาคม 2569 เมื่อเวลา 18.40 น. ที่โรงแรมอีสติน แกรนด์ พญาไท กรุงเทพฯ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และภริยา เข้าร่วมงานเลี้ยงรับรองเนื่องในโอกาสวันชาติสาธารณรัฐฝรั่งเศสตามคำเชิญของนายฌ็อง-โกลด ปวงเบิฟ (H.E. Mr. Jean-Claude Poimboeuf) เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐฝรั่งเศสประจำประเทศไทย
เมื่อเดินทางถึง นายกรัฐมนตรีและภริยาได้รับการต้อนรับจากเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐฝรั่งเศสประจำประเทศไทยและภริยา ก่อนมอบแจกันดอกไม้แสดงความยินดี และร่วมชมวิดีทัศน์เกี่ยวกับประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของฝรั่งเศส รวมทั้งความสัมพันธ์ไทย–ฝรั่งเศสอันแน่นแฟ้นและยาวนาน
ในโอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีและภริยา พร้อมด้วยแขกผู้มีเกียรติในงาน ร่วมถวายความอาลัยแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัขร มหาวัชรราชธิดา
จากนั้น นายกรัฐมนตรี เข้าร่วมพิธีการอย่างเป็นทางการ โดยมีการบรรเลงเพลงชาติไทยและเพลงชาติสาธารณรัฐฝรั่งเศส พร้อมรับฟังคำกล่าวเปิดงานของเอกอัครราชทูตฯ และกล่าวแสดงความยินดีในนามรัฐบาลไทย
โดยนายกรัฐมนตรี กล่าวแสดงความรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมเฉลิมฉลองในโอกาสวันชาติสาธารณรัฐฝรั่งเศส โดยเฉพาะในปีนี้ ซึ่งไทยและฝรั่งเศสมีความสัมพันธ์ทางการทูตอันแนบแน่นยาวนานกว่า 170 ปี พร้อมขอบคุณฝรั่งเศสที่ให้การต้อนรับการเสด็จเยือนสาธารณรัฐฝรั่งเศสอย่างเป็นทางการของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ด้วยมิตรไมตรีอันดีอย่างอบอุ่น
นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวถึงความสัมพันธ์ไทย–ฝรั่งเศสที่เชื่อมโยงกันผ่านมิติทางวัฒนธรรม ซึ่งสะท้อนให้เห็นอย่างเป็นรูปธรรมผ่านนิทรรศการในกรุงปารีส ลา โมด ออง มาเจสเต (La Mode en Majesté) ในพระอุปถัมภ์ของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ที่เฉลิมฉลองสัมพันธภาพอันยาวนานของงานหัตถศิลป์ไทย และความคิดสร้างสรรค์ของฝรั่งเศส ซึ่งเป็นการตอกย้ำว่า วัฒนธรรมจะยังคงเป็นสะพานเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างประชาชนของทั้งสองประเทศจากรุ่นสู่รุ่น
นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการพบหารือกับประธานาธิบดีเอมานูว์แอล มาครง (President Emmanuel Macron) ว่า เป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างทั้งสองประเทศ และช่วยผลักดันการเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ที่เข้มแข็ง ผ่านแผนปฏิบัติการร่วมไทย-ฝรั่งเศสปี พ.ศ. 2569-2571 (The Thailand-France Joint Action Plan 2026-2028) ที่เปรียบเสมือนการวางกรอบแนวทางความร่วมมือทวิภาคีระหว่างไทย-ฝรั่งเศส สู่ความร่วมมืออย่างเป็นรูปธรรมเต็มรูปแบบ พร้อมย้ำว่าไทยพร้อมเดินเคียงข้างฝรั่งเศสในฐานะเพื่อนและหุ้นส่วนที่สามารถไว้วางใจได้ เพื่อประโยชน์สูงสุดร่วมกันของทั้งสองประเทศในอนาคต
ในตอนท้าย นายกรัฐมนตรี กล่าวชื่นชมเอกอัครราชทูตฝรั่งเศสฯ ที่ทุ่มเทในการเสริมสร้างมิตรภาพอันดีระหว่างสองประเทศ พร้อมทั้งอวยพรให้ประสบความสำเร็จในการปฏิบัติหน้าที่ในอนาคต และหวังว่าจะยังคงเป็นมิตรอันทรงคุณค่าของประเทศไทยตลอดไป
ทั้งนี้ภายหลังนายอนุทิน ร่วมงานเลี้ยงรับรองเนื่องในโอกาสวันชาติสาธารณรัฐฝรั่งเศส นายกรัฐมนตรียังร่วมเป็นคอนดักเตอร์บรรเลงเพลงสดุดีอัสสัมชัญ กับทีมนักดนตรี AC Band โรงเรียนอัสสัมชัญด้วย








