“ณัฐชา” สส.พรรคประชาชน ผนึกกำลัง “ไบโอไทย-สภาผู้บริโภค” เปิดผลตรวจดีเอ็นเอปลากระป๋องยี่ห้อดัง แฉยับเป็น “ปลาหมอคางดำ” ไม่ใช่ปลานิลตามที่รัฐกล่าวอ้าง จ่อส่งเรื่องถึง รมว.เกษตรฯ เอาผิด กรมประมง-อย. หวั่นละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ หรืออาจถึงขั้นจัดทำเอกสารเท็จเพื่อตัดตอนกระบวนการ พร้อมจี้ปรับปรุง พ.ร.บ.อาหาร ให้ทันสมัย
วันที่ 14 ก.ย.2569 ที่รัฐสภา นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน พร้อมด้วยผู้แทนจากมูลนิธิชีวิถี (BIOTHAI) และสภาองค์กรของผู้บริโภค ร่วมกันแถลงผลการตรวจสอบดีเอ็นเอ (DNA) ของปลากระป๋องที่ต้องสงสัยว่าใช้ “ปลาหมอคางดำ” เป็นวัตถุดิบ ซึ่งขัดแย้งกับผลการตรวจสอบเบื้องต้นของหน่วยงานภาครัฐก่อนหน้านี้อย่างสิ้นเชิง ว่า ที่ผ่านมาได้พยายามนำตัวอย่างปลากระป๋องที่ได้รับร้องเรียนจากประชาชนไปส่งตรวจยังหน่วยงานรัฐหลายแห่ง ภายใต้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) แต่กลับถูกปฏิเสธ โดยอ้างว่าผู้บริหารมองเป็น "ประเด็นทางการเมือง" ตนจึงต้องประสานความร่วมมือกับไบโอไทย เพื่อส่งตรวจที่ศูนย์ความเป็นเลิศนานาชาติวิทยาศาสตร์และนวัตกรรมอาหารทะเล มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.) แทน สำหรับผลการตรวจพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ มีรายละเอียดดังนี้ ปลากระป๋องยี่ห้อ "ปิ่นทอง" (โรงงานใน จ.สมุทรสงคราม) ผลตรวจยืนยันว่าเป็น "ปลานิล" มีระดับความสอดคล้องอยู่ที่ 99.03 - 99.35%
ส่วนปลากระป๋องยี่ห้อ "ดอกตันหยง" ของบริษัท ศรีรุ้งงาม (โรงงานใน จ.สมุทรสาคร): ซึ่งเป็นล็อตที่กรมประมงและสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เคยลงพื้นที่อายัดไว้ และแถลงยืนยันว่าเป็นปลานิล แต่ผลตรวจแล็บครั้งนี้จากการสุ่มตรวจชิ้นปลา 3 ชิ้น พิสูจน์ 3 รูปแบบ ยืนยันผลซ้ำถึง 8 ครั้ง พบว่าดีเอ็นเอตรงกับฐานข้อมูล (DNA Bank) ของกรมประมง ยืนยันชัดเจนว่าเป็น "ปลาหมอคางดำ"
"ปีที่ผ่านมากรมประมงใช้งบประมาณการยางฯ ซื้อปลาหมอคางดำมาหลายล้านกิโลกรัม บอกประชาชนว่าจะเอาไปทำน้ำหมักทำปุ๋ย แต่ผ่านไปปีเดียวกลับพบมาอยู่ในปลากระป๋อง เรื่องนี้ต้องมีคนรับผิดชอบฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่" นายณัฐชา กล่าว
นายณัฐชา ยังตั้งข้อสังเกตว่า งบประมาณปี 2570 ไม่มีงบกวาดล้างปลาหมอคางดำแม้แต่บาทเดียว ทั้งที่สถานการณ์ในปัจจุบันรุนแรงกว่าปีที่แล้ว 2-3 เท่า พร้อมเตรียมส่งหลักฐานให้ รมว.เกษตรและสหกรณ์ ดำเนินคดีกับข้าราชการในสังกัด ทั้งกรมประมง กระทรวงเกษตรฯ และอาจรวมถึงสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ที่ร่วมกันการันตีข้อมูลที่คลาดเคลื่อน
ด้าน นายวิฑูรย์ เลี่ยนจำรูญ เลขาธิการมูลนิธิชีวิถี และ น.ส.ปรกชล อู๋ทรัพย์ ผอ.ไบโอไทย ร่วมแถลงย้ำว่า การเปิดข้อมูลครั้งนี้เพื่อคุ้มครองผู้บริโภคและสะท้อนปัญหาสิ่งแวดล้อม พร้อมยื่นข้อเสนอ 3 ประเด็นหลักต่อภาครัฐ คือให้กรมประมงและ อย. ทบทวนกระบวนการตรวจสอบและเปิดเผยข้อมูลทางวิทยาศาสตร์อย่างโปร่งใส อย่าปล่อยให้แรงกดดันทางการเมืองอยู่เหนือข้อเท็จจริง เรียกร้องให้ อย. ตรวจสอบซ้ำปลากระป๋องที่อายัดไว้กว่า 13,000 กระป๋องด้วยวิธีตรวจดีเอ็นเอ และขยายผลไปยังโรงงานแปรรูปอาหารอื่น ๆ เน้นย้ำว่าปลาหมอคางดำยังเป็นเอเลี่ยนสปีชีส์ที่ทำลายระบบนิเวศและกำลังระบาดไปฝั่งอันดามันและทะเลสาบสงขลา รัฐต้องมุ่งเป้ากำจัด ไม่ใช่ส่งเสริมเชิงเศรษฐกิจจนละเลยสิ่งแวดล้อม
น.ส.บุญยืน ศิริธรรม ประธานสภาองค์กรของผู้บริโภค ระบุว่า ตัวปลาหมอคางดำนั้นบริโภคได้ แต่ตามกฎหมายต้องระบุบนฉลากให้ตรงกับความเป็นจริง การที่อธิบดีกรมประมงออกมาการันตีว่าเป็นปลานิลก่อนตรวจดีเอ็นเอ สะท้อนถึงความไม่น่าเชื่อถือและตั้งคำถามว่า "เป็นถึงอธิบดีแต่ไม่รู้จักปลาหรืออย่างไร?"
นอกจากนี้ สภาผู้บริโภคยังได้เรียกร้องให้รัฐบาลเร่งผลักดันร่าง พ.ร.บ.อาหารปลอดภัย ฉบับใหม่ เนื่องจาก พ.ร.บ.อาหาร ตัวเดิมล้าสมัย บทลงโทษน้อย และไม่ทันต่อสถานการณ์การปลอมปนอาหารในปัจจุบัน
เมื่อถามว่า จะมีการตรวจแล็บที่ 3 เพื่อความแน่ชัดหรือไม่ นายณัฐชา ระบุว่า จากการสอบถามในทางลับ กรมประมงยอมรับว่าตอนที่แถลงว่าเป็นปลานิล เป็นเพียงการตรวจอัตลักษณ์ภายนอก เช่น ก้าง หนัง และเนื้อ โดยไม่ได้ตรวจลึกถึงระดับดีเอ็นเอ ซึ่งถือเป็นความบกพร่องอย่างร้ายแรง ดังนั้น รัฐสามารถนำปลากระป๋องที่อายัดไว้กว่าหมื่นกระป๋องมาตรวจดีเอ็นเอซ้ำเพื่อพิสูจน์ความจริงได้ทันที








