วันที่ 21 ก.ค.2569 นายพีระ สุกิจปาณีนิจ นายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ไร่เก่า อำเภอสามร้อยยอด จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พร้อมด้วย นายอร่าม สีนวล รองนายก อบต.ไร่เก่า, นางปราณี สุกิจปาณีนิจ เลขานุการนายก อบต.ไร่เก่า, นางนิภาพร สวัสดิมงคล หัวหน้าสำนักปลัด รักษาราชการแทนปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลไร่เก่า และนางจารุรินทร์ ส่งแจ้ง ผู้อำนวยการกองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม ร่วมขับเคลื่อนโครงการแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำในแหล่งน้ำธรรมชาติ ด้วยการส่งเสริมให้ชาวบ้าน โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุยูงทอง นำปลาหมอคางดำมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์อาหาร เพื่อสร้างรายได้ควบคู่กับการลดปริมาณปลาในระบบนิเวศ
ปัจจุบันกลุ่มผู้สูงอายุได้พัฒนาเมนูจากปลาหมอคางดำหลายชนิด อาทิ แกงส้มปลาหมอคางดำกับไหลบัว ปลาหมอคางดำทอดกรอบ และเมนูเด่นอย่าง “น้ำพริกเผาปลาหมอคางดำ” ซึ่งเริ่มสร้างชื่อเสียงหลังทดลองวางจำหน่ายในราคากระปุกละ 35 บาท หรือ 3 กระปุก 100 บาท ได้รับการตอบรับจากลูกค้าอย่างดี ด้วยรสชาติจากฝีมือของผู้สูงอายุ ภายใต้แนวคิด “รสมือวัยเก๋า ความอร่อยระดับตำนาน” และสโลแกน “ตักกี่คำก็ติดใจ คลุกกับอะไรก็อร่อย”
นายพีระ กล่าวว่า อบต.มีแนวทางสนับสนุนให้กลุ่มผู้สูงอายุผลิตน้ำพริกเผาปลาหมอคางดำ และเตรียมต่อยอดสู่การผลิตปลาแดดเดียวเพื่อเพิ่มช่องทางสร้างรายได้ ขณะเดียวกันยังมีแนวคิดระยะยาวในการผลักดันให้เกิดโรงงานผลิตปลาป่นจากปลาหมอคางดำ หากมีวัตถุดิบเพียงพอ เนื่องจากปัจจุบันประเทศไทยยังขาดแคลนปลาป่นและต้องนำเข้าจากประเทศเมียนมา ซึ่งส่วนใหญ่ผลิตจากกระดูกสัตว์ ทำให้มีโปรตีนต่ำกว่าการใช้เนื้อปลา
อย่างไรก็ตาม ในระยะแรก อบต.จะมุ่งส่งเสริมการแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์อาหารเพื่อสร้างรายได้ให้ประชาชน ควบคู่กับการลดจำนวนปลาหมอคางดำในธรรมชาติ และจะช่วยหาช่องทางการตลาด โดยเตรียมนำผลิตภัณฑ์ของชาวบ้าน ทั้งน้ำพริกเผาและปลาแดดเดียว ไปเปิดบูธจำหน่ายที่เมืองทองธานีในเดือนสิงหาคมนี้ เพื่อประชาสัมพันธ์และขยายฐานลูกค้า
นอกจากนี้ ยังมีแผนจัดทำโรงเรือนพร้อมมุ้งกันแมลงสำหรับตากปลาแดดเดียว เพื่อยกระดับมาตรฐานด้านสุขอนามัย พัฒนาแพ็กเกจจิ้งให้ทันสมัย และเตรียมขอการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ในอนาคต
“การส่งเสริมของ อบต. มีเป้าหมายเพื่อสร้างสมดุลระหว่างปลาหมอคางดำกับสัตว์น้ำชนิดอื่นในทุ่งสามร้อยยอด ไม่ให้มีมากหรือน้อยเกินไป พร้อมทั้งสร้างอาชีพและรายได้เสริมให้กับประชาชนในพื้นที่” นายพีระกล่าว
ด้าน นางสำรวน เชื้อปราง เลขานุการชมรมผู้สูงอายุยูงทอง อบต.ไร่เก่า กล่าวว่า หลังพบว่าปลาหมอคางดำในทุ่งสามร้อยยอดมีจำนวนมาก จึงเริ่มทดลองนำมาปรุงเป็นแกงส้ม ก่อนต่อยอดเป็นน้ำพริกเผาปลาหมอคางดำ โดยเลือกใช้วัตถุดิบสด สะอาด และไม่ใส่วัตถุกันเสีย
น้ำพริกสามารถเก็บไว้ภายนอกได้ประมาณ 7-8 วัน และหากแช่เย็นจะเก็บได้นานราว 1 เดือน ผลิตภัณฑ์ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากการนำไปจำหน่ายในงานต่าง ๆ ของ อบต.และอำเภอสามร้อยยอด
จุดเด่นของน้ำพริกเผาคือ การเตรียมปลาอย่างพิถีพิถัน ตั้งแต่ขอดเกล็ด ตัดหัว ควักไส้ ล้างด้วยน้ำเกลือเพื่อลดกลิ่นคาวและดินโคลน ก่อนนำไปย่างด้วยเตาถ่านให้หอม แกะเฉพาะเนื้อปลาไปผัดจนแห้ง แล้วนำมาผัดรวมกับเครื่องแกงที่โขกจากพริกแห้ง หอม กระเทียม และกะปิ จนได้น้ำพริกเนื้อแห้ง รสชาติเข้มข้น พร้อมจำหน่าย
ผู้ที่สนใจสามารถสั่งซื้อน้ำพริกเผาปลาหมอคางดำของชมรมผู้สูงอายุยูงทอง อบต.ไร่เก่า ได้ที่หมายเลข 098-523-0719 โดยต้องสั่งจองล่วงหน้า เนื่องจากผลิตตามออร์เดอร์
ขณะที่ นางนิศากร ทองโปร่ง หรือ “ป้าหนู” อายุ 72 ปี ชาวบ้านหมู่ 2 ตำบลไร่เก่า อีกหนึ่งผู้ประกอบการที่แปรรูปปลาหมอคางดำ กล่าวว่า เดิมประกอบอาชีพทำปลาสลิดแดดเดียวและปลาช่อนแดดเดียวมานานหลายสิบปี เมื่อปลาหมอคางดำเพิ่มปริมาณมากในทุ่งสามร้อยยอด จึงทดลองนำมาแปรรูปเป็นปลาหวาน ปลาแดดเดียว และปลาทอดกรอบแบบแยกหนัง เนื้อ และพุงปลา
เคล็ดลับคือการปรุงให้เนื้อปลามีรสเค็มเล็กน้อย พร้อมตากในมุ้งกันแมลง ทำให้ผลิตภัณฑ์ไม่มีกลิ่นโคลนและได้รับความนิยมจากลูกค้าทั้งชาวบ้านและนักท่องเที่ยว โดยจำหน่ายปลาแดดเดียวกิโลกรัมละ 80 บาท ปลาหวานกิโลกรัมละ 220 บาท และปลาทอดกรอบถุงละ 20 บาท ซึ่งราคาถูกกว่าท้องตลาด เพราะต้องการแบ่งปันให้คนได้ลองชิมมากกว่าหวังกำไร
ป้าหนูระบุว่า แต่ละครั้งสามารถจับปลาหมอคางดำได้ประมาณ 30-40 กิโลกรัม บางวันได้เพียง 10-20 กิโลกรัม จึงแนะนำให้ลูกค้าสั่งจองล่วงหน้า ผู้สนใจสามารถสอบถามหรือสั่งซื้อได้ที่หมายเลข 087-008-1538








