เมื่อเวลา 09.40 น. วันที่ 13 ก.ค. 69 ที่ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ภายหลังเป็นประธานเปิดการประชุมสภา กรุงเทพมหานครว่า วันที่ 12 ก.ค. ทีมงานของตนและทีมงานนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพฯ ได้หารือถึงแนวทางการทำงานร่วมกัน เพราะกทม. มีความสำคัญต่อการบริหารราชการแผ่นดิน ในฐานะรัฐบาลมีความคุ้นเคยกับนายชัชชาติ ที่ได้เข้ามาทำงานอีกวาระหนึ่ง
นายอนุทิน กล่าวว่า สำหรับแนวทางการทำงานร่วมกัน เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของชาวกรุงเทพฯ จะเน้นเรื่องความปลอดภัยสาธารณะ การอำนวยความสะดวกต่างๆ การลดค่าใช้จ่ายการเดินทาง โดยมุ่งเน้นการเสริมขีดความสามารถการขนส่งมวลชน ลดค่าใช้จ่ายรถไฟฟ้า รถเมล์ ทำระบบตั๋วร่วม และการเดินทางเชื่อมต่อกับปริมณฑลด้วยรถ ราง เรือ ที่ขณะนี้ยังทำไม่สำเร็จ ตนมั่นใจว่าด้วยความร่วมมือระหว่างรัฐบาลและกทม. ทุกอย่างจะต้องสำเร็จภายในรัฐบาลชุดนี้ และในสมัยของนายชัชชาติ เราจะดำเนินการร่วมกันโดยตนได้เชิญ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯและรมว.คมนาคม ให้มารับทราบแนวทางดังกล่าว ซึ่งรัฐบาลจะสนับสนุนทุกด้านให้ประสบความสำเร็จเร็วที่สุด
นายอนุทิน กล่าวว่า ขณะที่การพัฒนาคุณภาพชีวิต รัฐบาลจะร่วมมือกับกทม.ในการจัดพื้นที่ที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่ เช่นพื้นที่ของการรถไฟแห่งประเทศไทย การทางพิเศษแห่งประเทศไทย กรมธนารักษ์ โดยจะให้กทม.จัดทำเป็นพื้นที่พัฒนาร่วมกัน เพื่อประโยชน์ 3 อย่างของคนกทม. ทั้งส่วนสาธารณะ ลานกีฬากิจกรรมชุมชน และการให้โอกาสประกอบอาชีพค้าขายของพ่อค้ารายย่อย รวมถึงการพัฒนาเมืองมหานครร่วมกัน เพื่อจัดระบบป้องกันน้ำท่วม การป้องกันฝุ่นพิษจากการเผา และลดการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล รวมถึงระบบจราจรที่เป็นปัญหาใหญ่ของเมือง และการพัฒนาระบบไฟฟ้าและประปาของ กทม.
นายอนุทิน กล่าวว่า จากนี้ไปรัฐบาลและกทม. จะทำงานร่วมกัน และช่วยกันพัฒนาพร้อมแก้ปัญหาร่วมกัน โดยมีเป้าหมายเดียวกันคือประโยชน์และพัฒนาคุณภาพชีวิตชาวกทม. และยังมีอีกหลายโครงการที่ผู้ว่าฯกทม.ได้นำเสนอเป็นนโยบายและมีความคาดหวังที่อยากเห็นเป็นรูปธรรมโดยเร็ว หลายโครงการสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลเราพร้อมให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่
เมื่อถามถึง การใช้ตั๋วร่วมจะเป็นเร็วๆนี้หรือไม่ นายพิพัฒน์ ตอบว่า ตอนนี้ พ.ร.บ.ตั๋วร่วม และ พ.ร.บ.การขนส่งทางราง ผ่านการพิจารณาเรียบร้อยหมดแล้ว จะพยายามทำให้ได้ในปีนี้เพื่อเป็นของขวัญปีใหม่ โดยการเดินทางขาเดียวจะมีราคา 17 บาท ไม่เกิน 45 บาท








