วันที่ 12 ก.ค.69 พลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก เปิดเผยว่า กรณีพบมีสื่อฯ บางสำนัก นำเสนอข่าวกรณี พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติ ได้ออกมากล่าวถึง กอ.รมน. ในลักษณะที่ข้อมูลไม่ครบถ้วน อาจทำสังคมเข้าใจผิด เป็นเนื้อหาในลักษณะทางเดียว ซึ่งกองทัพบก เป็นหน่วยงานหลักที่จัดกำลังพลเข้าสนับสนุนให้กับ กอ.รมน. ภาค 4 ส่วนหน้า ในภารกิจแก้ปัญหา จชต. จึงพบประเด็นที่ อาจส่งผลทำให้สังคมทั่วไปเกิดความเข้าใจสับสน มีรายละเอียดที่สำคัญดังนี้
1. การกล่าวถึงงบประมาณประจำปี พ.ศ. 2570 ของ กอ.รมน. ที่มีวงเงินรวม 5,737,390,300 บาท แต่มีการตั้งงบเงินเดือนไว้เพียง 44,337,800 บาท แต่อาศัยกลไกกฎหมายยืมกำลังพลข้ามห้วย แล้วนำเม็ดเงินภาษีไปซุกซ่อนในงบรายจ่ายอื่นสูงถึง 5,314,268,700 บาท หรือร้อยละ 92.6 ของงบทั้งหมด เพื่อทำหน้าที่เป็นท่อกระจายเงินในลักษณะ “ใช้เงินนำหน้า วานคนอื่นทำงาน”
ขอเรียนว่า ผู้ปฏิบัติงานให้ กอ.รมน. เกือบทั้งหมด จะเป็นการมาทำงานในลักษณะของการมาช่วยราชการของส่วนราชการต่างๆ รัฐจึงกำหนดให้มีการตอบแทนให้กับเจ้าหน้าที่ฯ ส่วนใหญ่จะเป็นเบี้ยเลี้ยงการปฏิบัติงาน และค่าตอบแทนพิเศษรายเดือนคนละ 2,500 บาท
ซึ่งในทางระบบบัญชีการจัดทำงบประมาณฯ ทางสำนักงบประมาณ เป็นผู้กำหนดให้ค่าใช้จ่ายในส่วนเบี้ยเลี้ยง ไปเสนออยู่ในหมวดของ “รายจ่ายอื่นๆ” ซึ่งก็เป็นไปตามระเบียบแนวปฏิบัติของสำนักงบประมาณแบบเปิดเผย ไม่ใช่เรื่องของหน่วยพยายามหาช่องทางกระจายเงิน ไปซุกซ่อนอย่างที่มีความพยายามในการบิดเบือน
2. กรณีกล่าวถึง งบดับไฟใต้ ตั้งงบรายจ่ายอื่นสูงถึง 4,305,465,600 บาท แบ่งเป็นค่าจ้างกำลังพลถึง 2,341,009,900 บาท
ขอเรียนว่า 2,341,009,900 บาท คือค่าตอบแทนเบี้ยเลี้ยง ซึ่งไม่ใช่ตอบแทนในรูปแบบของเงินเดือน ทางสำนักงบประมาณระบุกำหนดให้เสนอแยกไว้อยู่ในหมวดรายจ่ายอื่นๆ ซึ่งเป็นไปตามระเบียบและแนวทางระบบบัญชี ในลักษณะเปิดเผยตรงไปตรงมา ไม่ใช่ทาง กอ.รมน. ไปแยกหวังหลบซุกซ่อนไว้อย่างที่ได้มีการบิดเบือนนำเสนอออกไป
โดยสัดส่วนงบประมาณ กอ.รมน. จะมีลักษณะที่คล้ายคลึงกันมาตลอดในทุกปีที่ผ่านมา โดยงบประมาณรวม กอ.รมน.ทั้งหมด ส่วนใหญ่ประมาณ 75 % จะใช้ไปสำหรับภารกิจในการแก้ไขปัญหา จชต. และในจำนวนนี้เกือบ 70% ก็จะเป็นในส่วนค่าตอบแทนเบี้ยเลี้ยง และเงินเพิ่มพิเศษ ตอบแทนให้กับกำลังพล ทั้งฝ่ายทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง และส่วนราชการอื่นๆ ที่ได้มาบรรจุในอัตราของ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า มียอดรวมทั้งสิ้นประมาณ 49,000 อัตรา
3. กรณีกล่าวว่าเป็นภาพสะท้อนความซ้ำซ้อนอย่างรุนแรง ทั้งที่มีหน่วยงานหลักอย่าง ศอ.บต. และฝ่ายปกครองรับผิดชอบโดยตรงอยู่แล้ว
ขอเรียนว่า สภาพปัญหาในพื้นที่ จชต. มีลักษณะเฉพาะ ซึ่งปัญหามีความสลับซับซ้อน อาชญากรรมมีลักษณะรุนแรง แตกต่างจากสังคมในภูมิภาคอื่น ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงประเทศ รัฐบาลจึงได้มอบหมายภารกิจการแก้ปัญหา จชต.ให้ กอ.รมน. เป็นหน่วยรับผิดชอบ จึงมีการจัดตั้ง กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า เป็นหน่วยรับผิดชอบในระดับพื้นที่ ประกอบด้วยภารกิจงานย่อยหลายด้าน และในส่วนผู้ปฏิบัติงาน มีทั้งทหาร ตำรวจ และพลเรือน และด้วยลักษณะของงานยังไม่มีการทำงานในลักษณะซ้ำซ้อนกับหน่วยงานไหน
ส่วนสำหรับ ศอ.บต. จะรับผิดชอบในเรื่องการพัฒนาต่างๆ ขอบเขตงานไม่ได้มุ่งไปที่การคุ้มครองความปลอดภัยประชาชน การใช้กฏหมายเพื่อให้ความเป็นธรรมสังคม บทบาทของ ศอ.บต. กับ กอ.รมน. ภาค 4 ส่วนหน้าจึงเป็นคนละลักษณะงานกัน แต่ทั้งสองส่วนจะสามารถเกื้อกูลงานซึ่งกันและกันได้ในภาพรวม








