"ศิริกัญญา ตันสกุล" ออกโรงเคลียร์ชัด ปฏิเสธข่าวลือกระแส "นายกฯ สำรอง อักษรย่อ ศ." ชี้ช่องทางตามรัฐธรรมนูญ 2560 เป็นไปได้ยาก ลั่นถ้าเป็นตนจริงคงต้องมีปรากฏการณ์ "โปรย้ายค่ายมหึมา" พร้อมวิเคราะห์อุบัติเหตุทางการเมือง หากจะเกิดขึ้นน่าจะมาจากรอยร้าวภายในพรรคแกนนำรัฐบาล หรือปมเกาเหลาจัดสรรงบประมาณพรรคร่วม มากกว่าการแสดงสปิริตรับผิดชอบทางการเมืองเหน็บเจ็บ "การลาออกต้องมาจากคนที่มีความละอายใจสูง"
วันที่ 3 ก.ค.2569 เวลา 13.00 น.ที่รัฐสภา น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีกระแสข่าวการเตรียม "นายกรัฐมนตรีสำรอง อักษรย่อ ศ." จากพรรคสีน้ำเงินที่รอเสียบหากเกิดอุบัติเหตุทางการเมือง โดยมีบางฝ่ายตั้งข้อสังเกตว่าอาจหมายถึง น.ส.ศิริกัญญา ว่า หากเรื่องนี้เป็นจริง คงต้องมี "โปรย้ายค่ายมหึมา" เกิดขึ้นในสภาอย่างแน่นอน ฉะนั้นจึงขอยืนยันว่าไม่ใช่ตนเองอย่างแน่นอน คนที่ปล่อยข่าวดังกล่าวอาจจะไม่ได้ดูข้อบัญญัติในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 ที่ระบุว่าไม่สามารถเสนอรายชื่อบุคคลอื่น นอกเหนือจากแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีที่แต่ละพรรคการเมืองเคยเสนอไว้ในการเลือกตั้งทั่วไปครั้งที่ผ่านมา แม้จะมีช่องทางพิเศษอื่นๆ แต่ก็ต้องเดินไปจนสุดทางจริงๆ จึงจะเกิดเหตุการณ์เช่นนั้นได้ ตนจึงมองว่าเรื่องนี้เป็นเพียงข่าวลือมากกว่า
เมื่อถามว่า กระแสข่าวดังกล่าวสะท้อนถึงความขัดแย้งทางการเมืองที่กำลังจะเกิดขึ้นหรือไม่ น.ส.ศิริกัญญา กล่าวว่า หากจะมีความขัดแย้งเกิดขึ้น น่าจะเป็นความขัดแย้งภายในของพรรคแกนนำรัฐบาลเองมากกว่าเรื่องอื่น เนื่องจากกลไกทางการเมืองในปัจจุบัน ไม่มีเหตุการณ์ความขัดแย้งรูปแบบอื่นที่จะสามารถเปลี่ยนตัวนายกรัฐมนตรีได้
"หากพรรคร่วมรัฐบาลจะย้ายค่ายหรือย้ายฝั่งกันจริงๆ ก็จะเป็นอีกรูปแบบหนึ่ง ไม่ใช่ลักษณะของการเตรียมนายกรัฐมนตรีสำรองกันล่วงหน้าแบบนี้ ย้ำว่าน่าจะเป็นความขัดแย้งของพรรคแกนนำรัฐบาลมากกว่า เหมือนที่มีกระแสข่าวออกมาก่อนหน้านี้ว่า มีความระหองระแหงกันระหว่างหัวหน้าพรรคและผู้นำจิตวิญญาณของพรรค" น.ส.ศิริกัญญา กล่าว
เมื่อถามว่ามีความเป็นไปได้หรือไม่ที่จะเกิดเหตุการณ์กฎหมายสำคัญหรือพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) เงินกู้ไม่ผ่านสภา จนนำไปสู่การเปลี่ยนตัวนายกรัฐมนตรี น.ส.ศิริกัญญา ให้ความเห็นอย่างตรงไปตรงมาว่า ตามหลักการแล้ว หากกฎหมายสำคัญไม่ผ่าน รัฐบาลจะต้องแสดงความรับผิดชอบทางการเมือง
"การแสดงความรับผิดชอบทางการเมืองในลักษณะนั้น จะต้องมาจากคนที่มีความละอายใจค่อนข้างสูง จึงจะยอมลาออกเพราะตัดสินใจทางการเมืองผิดพลาด แต่ที่ผ่านมาเราไม่ค่อยได้เห็นสิ่งนี้เกิดขึ้นในหน้าประวัติศาสตร์การเมืองไทยเท่าไหร่นัก"
น.ส.ศิริกัญญา กล่าวต่อว่า สาเหตุสำคัญที่จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงจึงน่าจะเป็นความขัดแย้งภายในมากกว่า หรือหากจะมีมูลเหตุอื่น ก็อาจเป็นความขัดแย้งระหว่างพรรคร่วมรัฐบาล ซึ่งเรื่องการจัดสรรงบประมาณรายจ่ายปี 2570 ก็ถือเป็นสัญญาณหนึ่งที่น่าจับตา เนื่องจากมีกระแสข่าวว่าพรรคร่วมรัฐบาลบางส่วนไม่พอใจที่ถูกปรับลดงบประมาณในชั้นคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยไม่มีโอกาสได้แก้ไขไส้ในเนื่องจากปฏิทินงบประมาณที่กระชั้นชิด ความขัดแย้งในลักษณะนี้อาจนำไปสู่จุดเปลี่ยนได้ แต่ไม่ใช่เพราะการแสดงสปิริตลาออกแน่นอน
นอกจากนี้ น.ส.ศิริกัญญา ยังได้เปิดเผยถึงวาระการประชุม "ครม.เงา" (Shadow Cabinet) ในสัปดาห์หน้าว่า หลังจากที่งดประชุมไป 1 ครั้ง ในวันที่ 8 กรกฎาคมนี้ จะมีการนำประเด็นสำคัญเข้าสู่การพิจารณาอย่างแน่นอน โดยเฉพาะเรื่องการทุจริตสอบแข่งขันบุคคลเข้ารับราชการส่วนท้องถิ่น รวมถึงการจัดทำข้อเสนอแนะเพื่อปิดช่องโหว่และลดโอกาสการทุจริตในการบริหารงานบุคคลขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในอนาคต
ทั้งนี้ น.ส.ศิริกัญญา ยังได้เคลื่อนไหวผ่านพื้นที่ออนไลน์ โดยแชร์โพสต์รายงานข่าวดังกล่าวผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว พร้อมระบุข้อความสั้นๆ แต่ชัดเจนว่า “ในฐานะที่เป็น ศ. เดียวในลิสต์แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ขอปฏิเสธว่าไม่ใช่ดิฉันค่ะ” เพื่อสยบข่าวลือทั้งหมดที่เกิดขึ้น








