"วัชระ เพชรทอง" เดินหน้ายื่นหนังสือถึงประธาน กมธ.การอุตสาหกรรม จี้ตรวจสอบปมกระทรวงอุตสาหกรรมจ่อเปลี่ยนมาตรฐานเหล็กเส้น มอก. 20 และ มอก. 24 หลังพบนายทุน-นักการเมืองหนุนแบนเทคโนโลยีเตาหลอม IF หวั่นกระทบเศรษฐกิจและผู้ประกอบการในประเทศมูลค่ากว่า 4 หมื่นล้านบาท พร้อมยื่นประธานสภาฯ สอบจริยธรรมร้ายแรง "อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี" เหตุวิจารณ์เหล็กไทยไร้มาตรฐาน ทำอุตสาหกรรมป่วน
วันที่ 2 ก.ค. 2569 เวลา 11.00 น.ที่รัฐสภา นายวัชระ เพชรทอง อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ ยื่นหนังสือถึงนายศุภโชค ศรีสุขจร ประธานคณะกรรมาธิการการอุตสาหกรรม สภาผู้แทนราษฎร ขอให้ศึกษาข้อเท็จจริงกรณีการเปลี่ยนแปลงมาตรฐานเหล็กเส้นหรือเหล็กข้ออ้อย ตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) 20 และ มอก.24 ของกระทรวงอุตสาหกรรม ว่าเป็นธรรมต่อผู้ประกอบการภายในประเทศหรือไม่
นายวัชระระบุว่า มีข้อเท็จจริงปรากฏว่ามีนักการเมืองบางรายพยายามผลักดันให้กระทรวงอุตสาหกรรมออกมาตรฐานใหม่ ยกเลิกการใช้เทคโนโลยีเตาหลอมเหล็กแบบ IF ในการผลิตเหล็กข้ออ้อยทั้งหมด ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการโรงเหล็กที่ยังผลิตตามมาตรฐานเดิมของกระทรวงอุตสาหกรรม มีกำลังการผลิตรวมเกือบ 3 ล้านตัน คิดเป็นมูลค่ากว่า 40,000 ล้านบาท และกระทบต่อแรงงานจำนวนมาก
นายวัชระกล่าวว่า ที่ผ่านมาไม่เคยปรากฏข้อเท็จจริงว่าการใช้เหล็กที่ผลิตด้วยกรรมวิธี IF ตามมาตรฐานเดิมเป็นสาเหตุของเหตุอาคารหรือสิ่งปลูกสร้างถล่ม จึงเห็นว่าควรมีการตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างรอบด้าน เพื่อสร้างความเป็นธรรมแก่ผู้ประกอบการและรักษามาตรฐานความปลอดภัยของประชาชน
ทั้งนี้ ได้ขอให้คณะกรรมาธิการการอุตสาหกรรมเชิญปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นักวิชาการ และผู้ประกอบการอุตสาหกรรมเหล็กเส้น เข้าชี้แจงข้อมูลทุกฝ่าย เพื่อหาข้อยุติที่เป็นธรรม พร้อมขอให้แจ้งผลการดำเนินการภายใน 15 วัน
นอกจากนี้ นายวัชระยังยื่นหนังสือถึงนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ขอให้สอบสวนจริยธรรมร้ายแรงนายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สส.บัญชีรายชื่อ พรรครวมไทยสร้างชาติ จากกรณีให้สัมภาษณ์วิจารณ์การผลิตเหล็กเส้นแบบ IF ว่าไม่มีมาตรฐาน ซึ่งเห็นว่าเป็นการสร้างความเสียหายอย่างร้ายแรงต่อผู้ประกอบการอุตสาหกรรมเหล็กของไทย
นายวัชระระบุว่า การแสดงความคิดเห็นดังกล่าวอาจเข้าข่ายฝ่าฝืนประมวลจริยธรรมสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ข้อ 8 และข้อ 11 และอาจสะท้อนถึงการมีอคติต่อผู้ผลิตเหล็กเส้นแบบ IF หรือขาดความซื่อสัตย์สุจริตในการปฏิบัติหน้าที่ จึงขอให้ประธานสภาผู้แทนราษฎรดำเนินการสอบสวนตามอำนาจหน้าที่
“ขอให้คณะกรรมาธิการตรวจสอบว่า การผลักดันให้ยกเลิกหรือจำกัดการใช้เทคโนโลยี IF จะก่อให้เกิดประโยชน์ทางเศรษฐกิจแก่ผู้ประกอบการบางกลุ่มเป็นมูลค่าหลายแสนล้านบาทหรือไม่ และมีผู้ใดได้รับประโยชน์จากนโยบายดังกล่าวเป็นพิเศษหรือไม่ นอกจากนี้ ผลการตรวจสอบจากหน่วยงานของรัฐเกี่ยวกับกรณีอาคาร สตง. ถล่ม ได้สรุปว่าไม่ได้ชี้ว่าเหล็กเส้นเป็นสาเหตุของการถล่ม จึงขอให้ตรวจสอบว่าการที่ยังมีการกล่าวอ้างเชื่อมโยงเหตุการณ์ดังกล่าวกับเหล็กหรือเทคโนโลยี IF อย่างต่อเนื่อง มีข้อเท็จจริงหรือหลักฐานรองรับเพียงพอหรือไม่ เพื่อป้องกันการสร้างความเข้าใจผิดต่อสาธารณชน” นายวัชระ กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่าการออกมาให้สัมภาษณ์ของนายอรรถวิชช์เป็นการแสดงความเห็นตามบทบาทของคณะกรรมการตรวจสอบ ซึ่งพบว่าเหล็กเส้นดังกล่าวมีปัญหาจริง หรือไม่ นายวัชระกล่าวว่า เรื่องดังกล่าวควรเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมาธิการ โดยเชิญผู้เชี่ยวชาญ หน่วยงานมาตรฐาน และผู้ผลิตทุกฝ่ายมาให้ข้อมูลอย่างรอบด้าน ก่อนร่วมกันวินิจฉัยข้อเท็จจริง ไม่ควรอาศัยความเห็นของบุคคลใดเพียงฝ่ายเดียว
///_








