“สภาฯ” เปิดฉากพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ. 2570 วันแรก วงเงินรวม 3.788 ล้านล้านบาท ด้าน "เอกนิติ" แจงแทนนายกฯติดภารกิจต่างประเทศ ย้ำชัดจำเป็นทำงบประมาณแบบขาดดุลต่อเนื่อง เพื่อรักษาเสถียรภาพ ประคองปากท้องประชาชน พร้อมเปิดแผนยุทธศาสตร์ 6 ด้าน มุ่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและลดความเหลื่อมล้ำ
วันที่ 29 มิ.ย.2569 เวลา 09.19 น.ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มี นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาฯ ทำหน้าที่ประธานในการประชุม พิจารณาวาระเรื่องด่วน ร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 วงเงิน 3.788 ล้านล้านบาท ซึ่งคณะรัฐมนตรี (ครม.) เป็นผู้เสนอในวันแรก
โดยการประชุมได้เริ่มขึ้นขึ้น เวลา 09.20 น. นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส รองนายกฯและรมว.คลัง เสนอร่างพ.ร.บ.งบฯ70 ต่อสภาฯ แทนนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทยที่ปฏิบัติภารกิจที่ต่างประเทศ ตอนหนึ่งว่า ร่างพ.ร.บ.งบฯ 2570 ตั้งไว้จำนวนไม่เกิน 3.788 ล้านล้านบาท และเพื่อใช้เงินคงคลัง จำนวน 7.1หมื่นล้านบาท ทั้งนี้เป็นกลไกสำคัญเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจ พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนตามยุทธศาสตร์ชาติ สำหรับเศรษฐกิจไทยในปี2570 มีแนวโน้มขยายตัว 1.7%-2.7% แต่ยังคงมีผลกระทบจากปัจจัยภายในและภายนอกประเทศ ทำให้มีค่ากลางอัตราเงินเฟ้อคาดว่าจะอยู่ช่วง 0.5%-1.5% ขณะที่หนี้สาธารณะ เมื่อ 31 มี.ค.2569 มีจำนวน 12 ล้านบาท คิดเป็น 66.4% ของจีดีพี ส่วนฐานะเงินคงคลัง มีจำนวน 3.4แสนล้านบาท รัฐบาลบริหารเงินคงคลังในระดับที่เหมาะสม
นายเอกนิติ กล่าวต่อว่าสถานการณ์การคลังของรัฐ รายจ่ายประจำที่จำเป็นมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น มีงบคงเหลือรายจ่ายลงทุนลดลง และความจำเป็นใช้เครื่องมือการคลังกระตุ้นเศรษฐกิจทำให้ต้องทำงบประมาณขาดดุลต่อเนื่อง ทำให้หนี้สาธารณะต่อจีดีพี เข้าใกล้กรอบเพดาน 70% ที่กระทบต่อฐานะการคลังระยะยาว ทำให้ต้องใช้นโยบายบริหารการคลัง ปรับลดขนาดขาดดุลการคลังไม่เกิน 3% ภายในปี2572 เพื่อฟื้นฟูสภาพการคลังของประเทศ
“ร่างพ.ร.บ.งบฯ2570 ทำหน้าที่ ประคองประชาชนและเศรษฐกิจ และวางรากฐานให้ประเทศแข็งแรง โดยยึดทำงบให้ตรงจุด สะท้อนโปร่งใส เปิดเผยได้ เพื่อให้ประเทศข้ามผ่านวิกฤติทั้งพลังงาน ค่าครองชีพ และระดมความร่วมมือจากทุกภาคส่วน รวมถึงเอกชน และมีมาตรการส่งเสริมการลงทุน ดังนั้นได้คำนึงถึงการใช้จ่ายงบประมาณที่คุ้มค่า ประหยัด เน้นประสิทธิภาพ และการทำงานต้องลดความซ้ำซ้อน รวมถึงยึดกรอบวินัยการเงินการคลังเคร่งครัด” นายเอกนิติ กล่าว
นายเอกนิติ กล่าวต่อวว่า รัฐบาลกำหนดนโยบายแก้ปัญหาเร่งด่วน ควบคู่กับการเพิ่มขีดความสามารถ เช่น เพิ่มรายได้ ลดภาระค่าใช้จ่าย โครงการคนตัวเล็กพลัส โครงการดิจิทัลเอไอ นโยบายการลงทุนพลัส ยกระดับความสามารถ เทรดพลัส เมดอินไทยแลนด์พลัส เร่งขยายตลาดส่งออก ยกระดับเศรษฐกิจชุมชน ให้เม็ดเงินหมุนเวียนตามนโยบายชุมชนพลัส ขณะเดียวกันยังสร้างความมั่นคงชายแดน พัฒนาศักยภาพการป้องกันประเทศ ส่วนด้านสังคม ให้ความสำคัญกับนนโยบายที่เกี่ยวข้อง ปรับหลักสูตรการเรียน สอดคล้องกับการจ้างงานในอนาคต พัฒนาระบบประกันสุขภาพรักษาทุกที่ได้ทันที ด้านภัยพิบัติและสิ่งแวดล้อม เน้นใช้พลังงานสะอาด การบริหารภาครัฐปฏิรูปกฎหมาย เพื่อความสะดวก รวดเร็วโปร่งใส และแก้ปัญหาคอรัปชันเชิงโครงสร้าง
นายเอกนิติ กล่าวต่อว่า สำหรับงบประมาณ ปี2570 มีวงเงินรวม 3.788 ล้านล้านบาท จำแนกตามกลุ่มรายจ่าย ดังนี้ งบกลาง กำหนดไว้ 6.98 แสนล้านบาท คิดเป็น 18.3% งบรายจ่ายของหน่วยรับงบปะมาณ 1.3 ล้านล้านบาท คิดเป็น 35.4% งบจ่ายบูรณาการ 7หมื่นล้านบาท คิดเป็น 1.9% งบรายจ่ายบุคลากร 8.5แสนล้านนบาท คิดเป็น 22.5% งบรายทุนหมุนเวียยน จำนวน 2.9แสนล้านบาท คิดเป็น 7.8% งบชำระหนี้ภาครัฐ 4.62 แสนล้านบาท คิดเป็น 12.2% และ งบเพื่อชดใช้เงินคงคลัง 7.1หมื่นล้านบาท คิดเป็น 1.9% ทั้งนี้ตามยุทธศาสตร์การจัดสรงบประมาณ2570 ประกอบด้วย 6 ยุทธศาสตร์ มี 63 แผนงาน ได้แก่ 1.ยุทธศาสตร์ด้านความมั่นคง จำนวน 4.07แสนล้านบาท มี 14 แผนงานเพื่อให้ประเทศมั่นคง ส่งเสริมการอยู่ร่วมกัน เคารพความเห็นต่าง สร้างความสามัคคีปองดอง ส่งเสริมการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข แก้ปัญหายาเสพติด แก้ปัญหาพื้นที่ชายแดนภาคใต้
2.ยุทธศาสตร์ด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขัน จำนวน 3.48แสนล้านบาท มี 15 แผนงาน เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นาน กระตุ้นเศรษฐกิจ พัฒนาอุตสาหกรรมการบริการทางการแพทย์ ส่งเสริมพัฒนาพลังงานทดแทน 3.ยุทธศาสตร์ด้านพัฒนาและเสริมสร้างศักยภภาพทรัพยากรมนุษย์ จำนวน6.11 แสนล้านบาท มี 8 แผนงาน เพื่อส่งเสริมให้คนไทยเป็นคนดี คนเก่ง มีคุณภาพ มีทักษะที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต พัฒนาระบบสาธารณสุข และขยายเครือข่ายการให้บริการสุขภาพอย่างทั่วถึง 4.ยุทธศาสตร์สร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม จำนวน 9.6แสนล้านบาท มี 12 แผนงาน เพื่อสร้างความเป็นธรรม ลดความเหลื่อมล้ำทุกมิติ ส่งเสริมบทบาทองค์กรปกครองท้องถิ่น ภาคประชาชน ภาคเอกชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดระบบสวัสดิกาโดยรัฐเพื่อดูแลทุกกลุ่มเป้าหมายให้มีเกียรติ มีศักดิ์ศรี มีงาน มีรายได้
5.ยุทธศาสตร์ด้านการสร้างความเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งล้อม จำนวน 1.37 แสนล้านบาท มี 9 แผนงาน เพื่อสร้างความสมดุลและความยั่งยืนของทรัพยากรธรรมชาติ ฟื้นฟู ส่งเสริมทรัพยากรร ขยายพื้นที่สีเขียว ลดปัญหาฝุ่นพีเอ็ม 2.5 และ 6.ยุทธศาสตร์ด้านการปรับสมดุลและพัฒนาระบบบริหารรจัดการภาครัฐ จำนวน 6.76 แสนล้านบาท มี 7 แผนงาน เพื่อยกระดับการบริการภาครัฐ เปลี่ยนไปสู่ราชการทันสมัย
นายเอกนิติ กล่าวต่อ การจัดทำงบประมาณ พ.ศ.2570 มีส่วนที่เป็นรายจ่ายค่าดำเนินการภาครัฐ จำนวน 6.46แสนล้านบาท โดยมี 3 แผนงาน คือ เพื่อรองรับกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น จำนวน 1.12แสนล้านบาท แผนจัดการหนี้ภาครัฐ จำนวน 4.62แสนล้านบาท และ เพื่อชดใช้เงินคงคลัง จำนวน 7.1 หมื่นล้านบาท
“ร่างพ.ร.บ.งบฯ70 มุ่งเป้าขับเคลื่อนเศรษฐกิจ พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน สร้างโอกาส ลดความเหลื่อสล้ำอย่างทั่วถึง สำหรับการทำนโยบายแบบขาดดุลเพื่อรักษาเสถียรภาพและสร้างความเข้มแข็งให้ระบบเศรษฐกิจต่อเนื่อง โดยรัฐบาลจะบริหารงบประมาณให้เป็นไปกฎหมาย ตามกรอบวินัยการคลังของรัฐเคร่งครัด จะใช้จ่ายเงินภาษีประชาชนให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด ให้เม็ดเงินไปสู่ประชาชน สร้างการเติบโตให้เต็มศักยภาพ เพื่อประโยชน์ของประชาชน” นายเอกนิติ กล่าว








