บรรยากาศการหาเสียงในพื้นที่เขตบางซื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2569 เป็นไปอย่างคึกคัก โดยนายชัชวาลล์ คงอุดม สส.บัญชีรายชื่อ พรรครวมไทยสร้างชาติ นำทีมครอบครัวลงพื้นที่ชุมชนประชานฤมิตร หรือที่รู้จักกันในนาม "ถนนสายไม้" ซึ่งเป็นแหล่งรวมหัตถกรรม-อุตสาหกรรมงานไม้และเฟอร์นิเจอร์ที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของกรุงเทพมหานคร เพื่อช่วยนางสาวชามา คงอุดม บุตรสาว ผู้สมัครสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (สก.) เขตบางซื่อ หมายเลข 5 พบปะพี่น้องประชาชนและผู้ประกอบการ
โดยมีนายธนกร คงอุดม บุตรชาย สมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติ และอดีตผู้สมัคร สส.กทม. เขต 33 ร่วมสร้างความเชื่อมั่นในการสืบทอดเจตนารมณ์การทำงานเพื่อชาวบางซื่อ ซึ่งพื้นที่ถนนสายไม้นี้ถือเป็นหัวใจทางเศรษฐกิจของเขตที่ต้องการการผลักดันให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและย่านการค้าที่มีศักยภาพมากยิ่งขึ้น เพื่อสร้างรายได้ที่ยั่งยืนให้แก่คนในชุมชน
นายชัชวาลล์กล่าวถึงจุดยืนทางการเมืองว่า ปัจจุบันการเมืองมีการใช้เงินซื้อเสียงกันอย่างกว้างขวาง ซึ่งเป็นเรื่องน่ากังวลสำหรับอนาคตของประเทศ โดยตนให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับเรื่องการศึกษา และต้องการผลักดันนโยบายเรียนฟรีจนถึงระดับปริญญาตรีอย่างแท้จริง โดยไม่มีค่าใช้จ่ายแอบแฝง เพื่อให้เด็กไทยเข้าถึงการศึกษาในสาขาที่ต้องใช้ทุนสูงอย่างด้านคอมพิวเตอร์หรือแพทย์ ซึ่งปัจจุบันมีค่าเทอมสูงถึง 75,000 ถึง 150,000 บาท ทำให้คนจนขาดโอกาส
นายชัชวาลล์ยกตัวอย่างความสำเร็จจากการสนับสนุนเด็กในชุมชนพระราม 7 และชุมชนสวนรื่น ให้ได้เรียนจนจบปริญญาโทและเอก จนปัจจุบันบางคนได้เป็นอาจารย์มหาวิทยาลัย ระดับรองคณบดี หรือเปิดธุรกิจเครื่องมือแพทย์ ซึ่งเป็นการยกระดับฐานะทางสังคมผ่านการศึกษาอย่างยั่งยืน
สำหรับการส่งบุตรสาวลงชิงตำแหน่ง สก. ในครั้งนี้ ตนได้สอนให้ซึมซับการช่วยเหลือคนจากการกระทำจริง เหมือนที่ตนเห็นพ่อแม่ทำมาตั้งแต่เด็ก และกำชับให้ชามานำปัญหาของชาวบ้านในแต่ละชุมชนเข้าไปเสนอในสภาเพื่อหาทางแก้ไขอย่างรวดเร็ว
"สำหรับชามา เมื่อก่อนเขาไม่เคยคิดจะมาทำงานการเมือง ผมก็ให้เขามาช่วยทำโซเชียลให้ก่อน แล้วเขาก็ซึมซับไปเรื่อย ๆ เขาบอกว่าเห็นพ่อเป็นตัวอย่างเพราะตามพ่อลงพื้นที่มานานแล้ว ลูกผมทุกคนเวลาเขานั่งอยู่ด้วยแล้วเห็นคนเดือดร้อนเดินเข้ามาหาผม เขาก็เห็นว่าพ่อช่วยยังไง มันก็ซึมซับไปเองเหมือนที่ผมเห็นพ่อแม่ผมทำมาตั้งแต่เด็ก
ผมสอนเขาว่าการลงสมัครครั้งนี้ ให้ลงไปถามชาวบ้านว่าแต่ละชุมชนเขาต้องการอะไร มีปัญหาอะไรก็ให้รวบรวมมาแล้วเสนอเข้าสภาเพื่อดูแลเขา ผมอยากให้เขาสานต่อเรื่องการศึกษา เพราะผมเชื่อว่าการศึกษาจะช่วยปรับฐานะคนได้ อย่างเด็กที่ผมเคยส่งเรียนจนจบเทคนิคการแพทย์ ตอนนี้เขาก็ไปเปิดร้านขายเครื่องมือแพทย์ หรือบางคนก็เป็นอาจารย์ระดับรองคณบดีไปแล้ว ผมจึงอยากให้เด็กได้เรียนฟรีจริง ๆ ถึงระดับปริญญาตรี เพื่อที่คนจนจะได้มีโอกาสเรียนสาขาแพง ๆ อย่างคอมพิวเตอร์หรือทันตแพทย์ได้เหมือนคนอื่นเขา" นายชัชวาลล์ เปิดใจ
ด้านนายธนกรระบุว่า ตนเห็นความขยันและความใส่ใจในพื้นที่ของน้องสาวมาโดยตลอด ซึ่งชามาพร้อมเสียสละเวลาส่วนตัวเพื่อช่วยเหลือผู้อื่นจนเป็นกิจวัตร แม้ในปัจจุบันกระแสโซเชียลจะมีผลต่อการหาเสียง แต่ตนเชื่อว่ารากฐานที่สำคัญที่สุดของตัวแทนประชาชนคือการลงพื้นที่จริงและความใส่ใจมากกว่าแสงในสื่อ
นายธนกรเล่าประสบการณ์ของตนเองว่า แม้จะเคยสอบตก สส. แต่ยังคงทำงานในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง เช่น การประสานงานผ่านนายชัชวาลล์เพื่อเร่งรัดโครงการบำบัดน้ำเสียฝั่งธนบุรีที่ล่าช้า ซึ่งกระทบชาวบ้านในชุมชนริมคลองกว่า 17 ซอย ในเขตบางกอกน้อย โดยยึดคติที่พ่อสอนคือ "ทำงานไม่ต้องทำให้มันยาก" และเห็นว่าชามามีความเหมาะสมทั้งด้านแนวคิดและการสื่อสารผ่านโซเชียลที่จะเข้ามาสานต่องานของ "พี่กุ้ง" (นางสาวพรพิมล คงอุดม อดีต สก.เขตบางซื่อ) พี่สาว และดูแลชาวบางซื่อได้อย่างดีเยี่ยม
"ในมุมของผม ชามาเป็นคนขยันและใส่ใจพื้นที่มาก บางด้านใส่ใจมากกว่าผมด้วยซ้ำ เขาพร้อมเสียสละเวลาส่วนตัวไปช่วยคนอื่นเป็นกิจวัตร ผมมองว่าเขามีความพร้อมทั้งบุคลิกและแนวคิดที่จะมาทำงานต่อจากพี่กุ้งที่พวกเราคิดถึงได้ แม้ตอนนี้โซเชียลจะช่วยให้หาเสียงง่ายขึ้น แต่ผมยังเชื่อว่าแก่นแท้ของตัวแทนสังคมคือการใส่ใจคนในพื้นที่จริงๆ ซึ่งมันสำคัญกว่าแสงหรือเสียงในสื่อ และชามาเขาทำได้ดีทั้งสองทาง พ่อสอนผมเสมอว่าทำงานไม่ต้องทำให้มันยาก เห็นปัญหาอะไรที่มันไม่ยุติธรรม เราแค่ลงมาทำให้มันดีขึ้น เหมือนที่ผมเคยช่วยประสานเรื่องน้ำเสียฝั่งธนฯ แม้ผมจะไม่มีตำแหน่งก็ตาม ผมจึงมั่นใจว่าน้องสาวคนนี้มีทั้ง Mindset และความสามารถที่จะดูแลชาวบางซื่อได้อย่างดีที่สุด" นายธนกร กล่าว
ขณะที่นางสาวชามา ผู้สมัคร สก. หมายเลข 5 เปิดเผยว่า จากการลงพื้นที่ครบทั้ง 49 ชุมชนในเขตบางซื่อ พบว่าปัญหาหลักคือเรื่องคุณภาพชีวิตประจำวัน เช่น น้ำไม่ไหล ไฟดับ ถนนขรุขระ และฝาท่อระบายน้ำที่ชำรุด โดยเฉพาะในชุมชนวัดเชิงหวายที่พบการใช้ไม้มาวางแทนฝาท่อระบายน้ำในซอยแคบ และปัญหาการลอกคูคลองที่ไม่ทั่วถึง
ตนจึงยึดสโลแกน "ทุกปัญหาต้องแก้ทันที" โดยเฉพาะเรื่องความปลอดภัย (Safety First) เช่น การเร่งซ่อมแซมไฟ LED ในชุมชนแถววัดบางโพและวัดประดู่ เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้สัญจรกลางคืน
นางสาวชามากล่าวว่า แม้ภาพลักษณ์ภายนอกบางคนอาจมองว่าเป็นลูกคุณหนู แต่ความจริงตนเป็นคนลุยและลงพื้นที่คลุกคลีกับชาวบ้านมาตลอดตามคำสอนของครอบครัว สำหรับแผนการพัฒนาพื้นที่ถนนสายไม้ ตนตั้งเป้าจะยกระดับเศรษฐกิจชุมชน การค้าขาย และการจัดงานประจำปีเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยว ปัจจุบันตนกำลังศึกษาปริญญาเอกด้านรัฐศาสตร์การเมือง มหาวิทยาลัยรามคำแหง เพื่อนำความรู้มาปรับใช้ในการทำงานรับไม้ต่อรุ่นสู่รุ่นเพื่อชาวบางซื่อ
"ชามาลงมาครบ 49 ชุมชนแล้วค่ะ ปัญหาที่เจอส่วนใหญ่คือเรื่องยิบย่อยในชีวิตประจำวัน อย่างน้ำไม่ไหล ไฟดับ ถนนขรุขระ หรือแม้แต่ฝาท่อระบายน้ำในวัดเชิงหวายที่เอาไม้มาวางแทน สโลแกนของชามาคือ 'ทุกปัญหาต้องแก้ทันที' โดยเฉพาะเรื่อง Safety First ความปลอดภัยต้องมาก่อน อย่างไฟ LED แถววัดบางโพต้องติดเพื่อให้คนเดินเข้าซอยตอนกลางคืนรู้สึกปลอดภัย ชามาจะเข้าไปผลักดันทันที เพราะเรื่องของชาวบ้านคือเรื่องของเรา
บางคนมองว่าชามาเป็นลูกคุณหนู แต่ความจริงคือชามาลุยมาก ปีนเขาลงห้วยมาหมดแล้ว เพราะที่บ้านสอนว่าถ้าอยากรู้ปัญหาต้องไปคลุกคลีกับชาวบ้าน ครอบครัวคงอุดมเราช่วยคนมาตลอดอยู่แล้ว ชามาแค่ต้องการตำแหน่งมาเพื่อให้ทำงานได้ง่ายขึ้น และหลังจากแก้ปัญหาพื้นฐานเสร็จ ชามาตั้งใจจะพัฒนาเศรษฐกิจในซอยสายไม้ สนับสนุนการค้าขาย และจัดงานประจำปีเพื่อดึงดูดคนให้เข้ามาบางซื่อมากขึ้น" นางสาวชามา กล่าวทิ้งท้าย








