วันที่ 25 มิ.ย.2569 ที่รัฐสภา นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวในโลกออนไลน์ กรณีมีข่าวสะพัดว่าตนเตรียมมอบหมายให้ทนายความส่วนตัวเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน เพื่อดำเนินคดีกับ "น้องอิงฟ้า" น.ส.อิงฟ้า วราหะ นางงามและนักแสดงชื่อดัง หลังออกมาวิพากษ์วิจารณ์การทำงานเกี่ยวกับกรณีที่ดินอุทยานแห่งชาติตับลาน ว่า วันนี้ตนรีบเดินทางมาประชุมร่วมกับคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อหาข้อสรุปเรื่องอุทยานแห่งชาติตับลาน สำหรับประเด็นข่าวลือนั้น เกิดจากฝ่ายกฎหมายได้ส่งข้อความผ่านแอปพลิเคชันไลน์ (Line) มาหาตน ซึ่งเป็นเรื่องปกติที่ทีมงานจะต้องมอนิเตอร์ข่าวสารอยู่แล้ว แต่ตนยังไม่ได้เปิดอ่าน เนื่องจากติดภารกิจทำบุญตักบาตรที่ทำเนียบรัฐบาลในช่วงเช้า เมื่อเปิดอ่านในภายหลังจึงรีบโทรศัพท์กลับไปหาทีมกฎหมายทันที แต่ตอนนั้นโทรไม่ติด
นายสุชาติ กล่าวต่อไปว่า สำหรับเรื่องที่ดินทับลาน ตนเคยให้สัมภาษณ์ไปแล้วว่า ยอมรับคำวิพากษ์วิจารณ์ในโลกโซเชียลได้ทั้งหมด ใครจะตำหนิอย่างไรก็พร้อมน้อมรับ เพราะเข้าใจดีว่าเรื่องนี้มีข้อมูลสองด้าน ด้านหนึ่งเป็นข้อมูลจากฝั่งนักอนุรักษ์ อีกด้านหนึ่งเป็นข้อมูลทางราชการและข้อเท็จจริงในพื้นที่ แต่สิ่งที่ทำให้ตนต้องเดินหน้าแก้ปัญหา เพราะทนเห็นน้ำตาและความทุกข์ยากของชาวบ้านไม่ไหว โดยเชื่อว่าท้ายที่สุดแล้วเรื่องนี้จะหาข้อยุติร่วมกันได้ในห้องประชุม กมธ.
"ต้องขอโทษน้องอิงฟ้า และขอโทษทุกท่านที่เกี่ยวข้องที่มีรายชื่อปรากฏในข่าว ตอนที่เห็นข่าวออกมาผมเองก็ตกใจ จึงรีบให้คนไปตามทนายความฝั่งกฎหมายมาคุย และย้ำไปว่าไม่ได้ให้ฟ้องใคร เมื่อวานนี้ผมสัมภาษณ์ไปชัดเจนแล้วว่าเราลูกผู้ชายพอ การทำงานนั้นวิจารณ์ได้ จะด่าจะว่าอะไรในโซเชียลไม่มีปัญหาเลย" นายสุชาติ กล่าว
เมื่อถามย้ำถึงกระแสข่าวที่ว่า ทนายความได้เดินทางไปยื่นฟ้องแล้วในช่วงเที่ยงของวันนี้ นายสุชาติ ยืนยันหนักแน่นว่า ตนยังไม่ได้เซ็นอนุมัติใบมอบอำนาจใดๆ แล้วจะมีการฟ้องร้องได้อย่างไร สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเพียงการเสนอเรื่องขึ้นมาตามหน้าที่ของฝ่ายกฎหมายเท่านั้น
พร้อมกันนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรฯ ได้กล่าวขอโทษ นายณวัฒน์ อิสรไกรศีล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มิสแกรนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) และผู้เกี่ยวข้องทุกคนอย่างจริงใจ พร้อมยืนยันว่าการทำงานของตนโปร่งใส ตรวจสอบได้ และพร้อมรับการอภิปรายไม่ไว้วางใจ แต่ขอเพียงอย่างเดียวคือ "อย่ากล่าวหาว่าทุจริตหรือขี้โกง" เพราะสิ่งที่ทำไปทั้งหมด ทำด้วยเจตนาบริสุทธิ์เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่เดือดร้อน
ส่วนคำถามที่ว่า เหตุใดจึงไม่ดึงกลุ่มบุคคลที่มีชื่อเสียงหรือคนดังในสังคมมาร่วมเป็นภาคีเครือข่ายในการทำงานร่วมกัน นายสุชาติ กล่าวว่า เชื่อว่ากระบวนการพูดคุยในชั้นคณะกรรมาธิการ (กมธ.) นั้นเพียงพอแล้ว ทุกฝ่ายกำลังช่วยกันหาข้อสรุป และข้อกังวลใจทั้งหมดของสังคมจะมีทางออกร่วมกันอย่างแน่นอน








