วันที่ 24 มิ.ย. 2569 นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน กล่าวในรายการประเทศไทยต้องมาก่อน โดยเสนอแนะให้นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รมว.พลังงาน นำจากกองทุนพลังงานสำรองมาจ่ายเป็นค่าไฟฟ้าถนน ซึ่งซ่อนให้เป็นภาระประชาชนมานานกว่า 40 ปี
อีกทั้งกล่าวว่า ตอนนี้เรามาให้ความสนใจกับค่าไฟแฝงที่ รมว.พลังเปิดเผยออกมา แล้วละเลยที่จะแก้ปัญหาโครงสร้างพลังงานที่ทำให้ราคาพลังแพงอย่างแท้จริง ซึ่งเป็นเสมือนนำเรื่องใหม่มากลบเรื่องเก่า แล้วกลุ่มทุนไม่ได้เสียหายอะไรเลย เพราะที่จ่ายนั้นเป็นภาษีของประชาชน
"นอกจากซ่อนค่าไฟถนนแล้ว ค่าพลังงานสำรองทั้งหลายที่เราจ่ายไป ไม่คิดจะรื้อเอาเป็นเอาตายบ้างเหรอ เราต้องมาพุ่งเป้าที่เสาไฟ ซึ่งนายทุนไม่เสียหายอะไรเลย สิ่งที่นายทุนได้ก็ยังได้เหมือนเดิม"
พร้อมกล่าวว่า การแก้ปัญหาต้องยึดผลประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนเป็นที่ตั้ง ส่วนวิธีการเบี่ยงเบนความสนใจ โดยนายทุนไม่เดือดร้อน รัฐมนตรียังไม่เคยพูดเลยว่า ค่าพลังงานสำรองที่คนไทยจ่ายเกินความเป็นจริงยังไม่พูดถึงเลย กลับมาพูดแต่เรื่องเสาไฟและรื้อค่าไฟถนนแทน
สิ่งสำคัญ เราสู้เรื่องพลังงานสำรองมานาน และเรื่องโครงสร้างน้ำมัน แก๊ส ไฟฟ้า ที่ไม่มีความเป็นธรรมมานาน ส่วนรัฐมนตรีรู้ทุกเรื่อง พูดดีมาก แต่ไม่มีผลลัพธ์ พอบิลไฟฟ้ามาเราก็จ่ายเท่าเดิมอีก แล้วเรื่องที่พูดคืออะไรละ
“เมื่อจะรื้อเรื่องเก่าค่าไฟถนนแฝงมานานกว่า 40 ปี ถ้ายังไม่รู้จะเอาเงินที่ไหนมาจ่ายแล้ว ขอเสนอเอาเงินจากพลังงานสำรองมาจ่าย กล้ามั้ยละ เพราะไม่ต้องเพิ่มภาระให้ประชาชน และลดภาระไฟถนนที่ต้องจ่าย แล้วพลังงานสำรองก็ต้องจ่าย ก็เอาเงินพลังงานสำรองมาใช้”
นายจตุพร กล่าวว่า อะไรก็ตามที่ไปลดค่าใช้จ่ายที่ประชานได้จ่ายเกินจริงไปก็ลดมาจ่ายตามจริงกันบ้าง น้ำมันก็คิดตามความจริง แก๊สและไฟฟ้าควรคิดตามจริง ซึ่งคนไทยพร้อมอยู่แล้ว ทั้งที่จ่ายมาแล้วกว่า 40 ปี จึงไม่รู้ว่ารัฐมนตรีจะคิดไม่เป็น แต่ขอให้คิดเพื่อเอกชน เพื่อนายทุนมาคิดเพื่อประชาชนกันบ้าง
ส่วนกรณี คดี Forex ตั้งแต่ระบุอักษรย่อ ภ. และเป็นนายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน มานั้น นายจตุพร กล่าวว่า นายภาวุธ มีอาการไม่ดีมากขึ้น โดยไม่กล้าเผชิญหน้าชี้แจงกับสื่อมวลชน แล้วทำตัวหายเงียบไปเลย
อย่างไรก็ตาม ถ้านายภาวุธ ไม่ยุ่งเกี่ยวข้องอะไรเลย ต้องเสียงดังฟังชัด แล้วนั่งในที่ประชุม กมธ. ทำหน้าที่ตรวจสอบ AI Passport อย่างเข้มข้น หรือแถลงข่าวกับสื่อมวลชนให้กระจ่างแจ้งถึงความเป็นมาอย่างไร เหตุการณ์ก็จะเปลี่ยนไปอีกแบบหนึ่ง
นอกจากนี้ การแถลงของดีเอสไอกรณี Forex นั้น คนทั่วไปมองไม่เห็นการเทรดของ 4 โบรกเกอร์ แต่ระดับนายภาวุธ ต้องรู้แล้ว เมื่อไม่โผล่หน้ามาชี้แจงแล้วก็มีภาพนิ่งและคลิปสอนการเทรดว่อนโซเชียล เมื่อสถานการณ์ถึงระดับ น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคประชาชน เรียกร้องให้ออกมาชี้แจง
อีกทั้งกล่าวว่า การทำหน้าที่ตรวจสอบ AI Passport และตั้งข้อกล่าวหาใหญ่ แต่ตัวเองดันหายหน้าไปเสียเอง คำโบราณสอนว่า ก่อนขึ้นธรรมาสน์ต้องล้างเท้าให้สะอาด หมายความว่า ก่อนสอนคนอื่นต้องทำตัวเองให้สะอาดก่อน
“การทำหน้าที่ตรวจสอบ AI Passport ซึ่งพรรคประชาชนเต็มไปด้วยคนเก่ง แต่กลับดูเบาอ้างถูกปิดปาก ถ้าตัวองไม่เกี่ยวข้องแล้วจะกลัวทำไม และต้องถามให้หนักกว่าเดิมอีก แล้วแถลงกลับยืนซดดีเอสไอเลย การเมืองต้องเป็นอย่างนั้น เล่นตามข้อเท็จจริง โดยเอาความสุจริตใจเป็นที่ตั้งใครผิดก็ต้องถูกเล่นงาน แต่กรณีภาวุธ เจ้าแม่ระดับศิริกัญญาต้องออกมาจุดธูปอัญเชิญออกมาชี้แจงบ้าง เพราะย่อมประเมินอารมณ์ของสังคมได้ เรื่องพรรคประชาชนก็เป็นแต่เรื่องเดิมๆ ซ้ำๆ กันอีก”
พร้อมย้ำว่า ถึงขณะนี้ โครงการ AI Passport ยังเดินหน้าต่อ และ รมว.ดีอี นายไชยชนก ชิดชอบ ให้จ่ายตามจริง ดังนั้น โครงการนี้ถ้าเป็นไปตามฝ่ายค้านประกาศจะยื่นต่อ ปปช. แต่การใช้อารมณ์มาประชดประชันทางการเมืองย่อมไปต่อไม่ได้ และเปลี่ยนแปลงอะไรเพื่อหยุดความเสียก็ไม่ได้จริง ดังนั้น ถ้าพรรคประชาชนทำการเมืองแบบนี้ ย่อมเป็นฝ่ายค้านที่ไม่น่ากลัวอะไรเลย
นายจตุพร กล่าวถึงการโกงข้อสอบว่า หากอยากเป็นข้าราชการ แต่เริ่มต้นซื้อตำแหน่งเข้าไป เงิน 4.5 พันล้านค่าเปลี่ยนแปลงข้อสอบนั้น ล้วนเป็นเงินจากความทุกข์ และเรื่องนี้คงทำกันมายาวนาน ดังนั้น จะควานหาประสิทธิภาพของประเทศจึงยากลำบาก เพราะจ่ายเงินตั้งแต่สอบเข้า คนเหล่านี้ย่อมหาเงินไปจ่ายหนี้สินกู้มา ทำให้คนดีก็ชั่วได้ในพริบตาเมื่อจุดเริ่มมาจากการจ่ายเงิน








