“ภคมน หนุนอนันต์” ฉะกระบวนการทุจริตข้อสอบข้าราชการท้องถิ่น ชี้เป็นขยะใต้พรมที่รู้กันทั้งประเทศ มีแต่นายกรัฐมนตรีที่แสดงอาการตกใจ จี้ใช้ความกล้าหาญทางการเมืองล้างบางตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำ พร้อมตั้งคำถามเดือดถึงอธิบดีชื่อดัง มีลายเซ็นโยงกระบวนการ-เอี่ยวแชตหลุด “ช่วยน้ำเงินด้วย” แต่ยังนั่งเก้าอี้เหนียวแน่น ลั่นเป็นสายแข็งมาจากไหน ทำไมไม่สะทกสะท้าน
วันที่ 24 มิ.ย.2569 เวลา 09.45 น.ที่รัฐสภา น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการเปิดโปงขบวนการทุจริตข้อสอบล่วงหน้าในการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น โดยระบุว่า จากการติดตามการให้สัมภาษณ์ของนายกรัฐมนตรี พบว่านายกฯ ดูมีอาการตกใจ และน่าจะเป็นคนเดียวในประเทศไทยที่ตกใจกับเรื่องนี้ เพราะหากไปดูในสื่อสังคมออนไลน์จะพบว่า ประชาชนรับรู้พฤติกรรมการทุจริตลักษณะนี้มานานแล้ว อย่างไรก็ตาม ถือเป็นโอกาสที่ดีที่จะได้ทำงานเชิงรุกเพื่อกวาดล้างระบบนี้ ตามวัฒนธรรมของระบบราชการ เมื่อเกิดเหตุทุจริตขึ้น มักจะจบลงด้วยการสั่งย้าย (เด้ง) อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) คนปัจจุบัน แต่หากต้องการกวาดล้างขบวนการนี้อย่างแท้จริง จะต้องตรวจสอบตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ โดยต้องย้อนกลับไปดูรอยต่อที่มีอธิบดีถึง 2 คนก่อนหน้านี้ที่ถูกย้ายไป และที่สำคัญ ต้องตรวจสอบผู้ที่มีลายมือชื่อลงนามในเอกสารขั้นตอนการจัดกระบวนการสอบครั้งนี้ ซึ่งรวมถึง นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ (อดีตอธิบดี สถ.) ซึ่งมีประเด็นแชตหลุดข้อความ “ช่วยน้ำเงินด้วย” ที่สังคมกำลังจับตามอง
“วันนี้อย่าให้คนปลายน้ำต้องมารับกรรม หรือเป็นแค่แพะบูชายัญ เพื่อทำให้กระบวนการดูเหมือนว่าได้รับการจัดการแล้วเพียงแค่สั่งเด้งแล้วจบ เพราะคนที่มีลายมือชื่อในเอกสารสำคัญของขั้นตอนการจัดสอบครั้งนี้ ปฏิเสธความรับผิดชอบไม่ได้” น.ส.ภคมน กล่าว
เมื่อถามว่า มองว่าอธิบดี สถ. คนเก่า มีส่วนเกี่ยวข้องด้วยหรือไม่ น.ส.ภคมน ชี้ว่า ต้องให้ความเป็นธรรมกับข้าราชการทุกคนที่เข้ามารับตำแหน่ง เพราะทุกคนย่อมรับรู้โดยอัตโนมัติอยู่แล้วว่าจะต้องถูกตรวจสอบ ส่วนจะรู้ตื้นลึกหนาบางแค่ไหนนั้นไม่ทราบ แต่เมื่ออยู่ในตำแหน่งแล้วปฏิเสธความรับผิดชอบไม่ได้ โดยเฉพาะขั้นตอนการลงนามในเอกสารอนุมัติผู้ชนะการประมูลจัดสอบ ซึ่งก็คือมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) ดังนั้น หากจะสั่งย้ายคนปลายน้ำแล้ว คนต้นน้ำและกลางน้ำก็ต้องร่วมรับผิดชอบด้วยเช่นกัน
นอกจากนี้ น.ส.ภคมน ยังได้ตั้งข้อสังเกตถึงการโยกย้ายภายในกระทรวงมหาดไทยว่า ที่ผ่านมาเกิดเรื่องอะไรขึ้นก็มีการสั่งเด้งกันไปแล้วถึงสองเด้ง แต่นายนฤชายังคงอยู่ที่เดิมอย่างไม่สะทกสะท้าน ทำให้สังคมตั้งคำถามหนักขึ้นว่า เหตุใดประเด็นแชต “ช่วยน้ำเงินด้วย” ถึงยังไม่มีการจัดการ และเมื่อเป็นบุคคลที่หลีกเลี่ยงความรับผิดชอบไม่ได้ตามหน้าที่ แต่กลับไม่ได้รับผลกระทบใดๆ จึงต้องถามตรงๆ ว่า “ท่านเป็นใครกันแน่ สายแข็งขนาดไหน ทำไมถึงไม่กระทบเลย ไม่ว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น”
เมื่อถามว่า กรณีที่นายกรัฐมนตรีเตรียมยกเลิกผลการสอบยกชุด หลังจากพบขบวนการทุจริต น.ส.ภคมน กล่าวว่า ต่อให้ฝ่ายการเมืองจะอ้างว่าไม่เกี่ยวข้อง แต่อ้างคำพูดเพื่อปฏิเสธความรับผิดชอบไม่ได้ สุดท้ายการจัดการทุจริตครั้งใหญ่ระดับประเทศต้องอาศัย “ความกล้าหาญทางการเมือง” ของนายกรัฐมนตรีที่จะทำความจริงให้กระจ่าง และทำให้สังคมเห็นว่านายกฯ เพิ่งทราบเรื่องนี้เป็นครั้งแรกจริงหรือไม่ เพราะประชาชนไม่มีใครเชื่อว่าเพิ่งเกิดขึ้น แต่มันคือขยะใต้พรมที่หมักหมมมานานแล้ว
“วันนี้อาศัยแค่ความกล้าหาญทางการเมืองของฝ่ายการเมืองเท่านั้นว่าจะกล้าจัดการกับเรื่องที่เกิดขึ้นนี้หรือไม่ สิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดในกระทรวงมหาดไทย นายกรัฐมนตรีหลีกเลี่ยงความรับผิดชอบไม่ได้ ต่อให้จะบอกว่าขยะเหล่านี้อยู่ใต้พรมก่อนที่ท่านจะมารับหน้าที่ก็ตาม ขอย้ำว่านายกฯ ต้องแสดงความกล้าหาญทางการเมืองให้สาธารณชนเห็น รวมถึงแสดงเจตนารมณ์ในการแก้ไขปัญหาทุจริตของประเทศนี้อย่างจริงจัง” น.ส.ภคมน กล่าว








