วันที่ 23 มิ.ย.69 ที่รัฐสภา นายภัณฑิล น่วมเจิม สส.กทม. พรรคประชาชน แถลงติดตามการดำเนินการของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กรณีการฮั้วเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) โดยระบุว่าการแถลงครั้งนี้มุ่งเน้นประเด็นการได้มาซึ่ง สว. ที่สังคมตั้งข้อสงสัยมาอย่างต่อเนื่องว่าอาจมีการจัดวางกระบวนการอยู่เบื้องหลัง ซึ่งตามคดีพิเศษเลขที่ 24/2568 ปรากฏรายชื่อผู้ต้องหา 8 รายในเอกสารที่อัยการส่งกลับมายังดีเอสไอ แต่บุคคลเหล่านี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของเครือข่าย และยังมีบุคคลระดับผู้สั่งการหรือหัวระบบที่ยังไม่ถูกเปิดเผยชื่อ
โดยในจำนวนผู้ต้องหา 8 รายแรกนั้น มี 2 รายที่ดำรงตำแหน่งเป็น สว. ในปัจจุบัน ซึ่งการอ้างถึงนี้เป็นการระบุตามข้อมูลในสำนวน ไม่ใช่ข้อกล่าวหาส่วนตัว และทุกฝ่ายสามารถชี้แจงข้อเท็จจริงได้ ทั้งนี้คดีดังกล่าวถูกกล่าวถึงในฐานะคดีอั้งยี่และฟอกเงิน มีมูลค่าความเสียหายราว 400-500 ล้านบาท ซึ่งดีเอสไอได้จำแนกเครือข่ายออกเป็นหลายระดับ ตั้งแต่ผู้สั่งการ ผู้วางระบบ ผู้ปฏิบัติ ผู้ได้รับเลือกเป็น สว. ไปจนถึงผู้ทำหน้าที่ลงคะแนนสนับสนุน สะท้อนว่าผู้ต้องหา 8 รายแรกยังไม่ใช่ทั้งหมดของคดีและยังไม่ใช่ข้อยุติว่าใครกระทำผิด
“ขอตั้งข้อสังเกตว่าสำนวนคดีมีความยาวหลายพันหน้าและมีผู้เกี่ยวข้องจำนวนมาก ทั้ง สว., นักการเมือง, ผู้ดำรงตำแหน่งฝ่ายบริหาร และบุคคลในแวดวงการเมือง แต่กลับมีการส่งตัวผู้ต้องหาเพียง 8 รายในล็อตแรก จึงเป็นคำถามสำคัญว่า การดำเนินคดีจะขยายผลไปถึงผู้สั่งการตัวจริงหรือไม่”
นอกจากนี้ยังได้ยกตัวอย่างข้อมูลบุคคลบางรายที่ถูกระบุว่ามีความเชื่อมโยงกับเส้นทางการเงินและบุคคลทางการเมืองในพรรคแกนนำรัฐบาล ทั้งในฐานะอดีตผู้ช่วย สส., อดีตผู้สมัคร สส. และคณะทำงานรัฐมนตรี ซึ่งเมื่อบุคคลที่ถูกกล่าวถึงมีความเกี่ยวข้องทางการเมืองในทิศทางเดียวกัน พรรคการเมืองที่มีชื่อเกี่ยวข้องควรเปิดให้มีการตรวจสอบอย่างชัดเจน
โดยในวันที่ 25 มิถุนายนนี้ อนุกรรมาธิการของ กกต. ที่ศึกษาการได้มาซึ่ง สว. จะเชิญ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชาติ และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พร้อมเจ้าหน้าที่ดีเอสไอเข้าชี้แจงอีกครั้ง เพื่อตอบข้อสงสัยว่ามีเครือข่ายใดเข้าไปแทรกแซง ครอบงำ หรือจัดวางกระบวนการเลือก สว. ทั้งระบบหรือไม่
อย่างไรก็ตาม ข้อมูลทั้งหมดนี้ยังไม่ใช่ข้อยุติว่าใครกระทำผิด แต่เป็นข้อเท็จจริงที่ควรได้รับการตรวจสอบอย่างละเอียด เนื่องจากประเด็นสำคัญคือใครเป็นผู้สั่งการ ใครเป็นผู้จ่ายเงิน และการลงมติของวุฒิสภาเป็นไปโดยอิสระตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญหรืออยู่ภายใต้อิทธิพลของเครือข่ายใด
นายภัณฑิลกล่าวว่าตนเรียกร้องให้ดีเอสไอเร่งขยายผลไปถึงกลุ่มผู้สั่งการ ให้ กกต. ชี้แจงความคืบหน้าการพิจารณาสำนวนคดี และให้สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ป.ป.ง.) ตรวจสอบเส้นทางการเงินและทรัพย์สินที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งให้พรรคการเมืองที่มีบุคคลเกี่ยวข้องในหลายระดับแสดงจุดยืนที่ชัดเจนว่าจะเปิดให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงหรือไม่ เพื่อให้กระบวนการตรวจสอบเป็นไปอย่างจริงจังและไม่สิ้นสุดเพียงการดำเนินคดีกับบุคคลบางส่วนเท่านั้น








