"พริษฐ์ วัชรสิทธุ" ประธานวิปฝ่ายค้าน เปิดผลหารือประธานศาลรัฐธรรมนูญ ย้ำชัดประชาชนมีสิทธิเลือกตั้ง ส.ส.ร. 100% ได้โดยตรง เดินหน้าแผน 4 ข้อดึงมวลชนร่วมลงชื่อให้ครบ 5,0000 รายชื่อ พร้อมส่งสารถึง "พรรคภูมิใจไทย" อย่าใช้คำวินิจฉัยที่คลุมเครือมาเป็นข้ออ้าง หวั่นตั้งธงฮั้วการเมือง หวังผูกขาดตัดสิทธิประชาชนแต่งตั้งผู้ร่างและชี้ขาดเนื้อหา
วันที่ 22 มิ.ย.2569 เวลา 10.00 น.ที่รัฐสภา นายพริษฐ์ วัชรสิทธุ ประธานวิปฝ่ายค้าน แถลงถึงความคืบหน้าการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เงา โดยยืนยันจุดยืนของพรรคประชาชนที่ต้องการเห็นสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) มาจากการเลือกตั้งของประชาชน 100% ว่า แม้คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ 18/2568 จะสร้างข้อจำกัดและทำให้เกิดความคลุมเครือ แต่ล่าสุด คณะกรรมาธิการพัฒนาการเมืองฯ ของวุฒิสภา และคณะกรรมาธิการกิจการศาลฯ ของสภาผู้แทนราษฎร ได้เข้าหารือกับประธานศาลรัฐธรรมนูญเพื่อขอความชัดเจนและทวงคืนสิทธิอันชอบธรรมของประชาชนแล้ว
นายพริษฐ์ เปิดเผยว่า ผลการหารือกับประธานศาลรัฐธรรมนูญได้ข้อสรุปที่ชัดเจนว่า ประชาชนสามารถเลือกตั้ง ส.ส.ร. ได้โดยตรง เนื่องจากคำวินิจฉัยที่ 18/2568 ห้ามเพียงแค่ไม่ให้ประชาชนเลือกตั้ง "คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ" โดยตรงเท่านั้น ดังนั้น แนวทางที่ถูกต้องและทำได้คือ ให้ประชาชนเลือกตั้ง ส.ส.ร. เข้ามา จากนั้นให้ ส.ส.ร. ชุดดังกล่าวทำหน้าที่แต่งตั้งคณะกรรมาธิการยกร่างฯ และพิจารณาให้ความเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่อีกชั้นหนึ่ง
ส่วนข้อกังวลที่ว่าผลการหารือไม่ใช่คำวินิจฉัยอย่างเป็นทางการ นายพริษฐ์ กล่าวชี้แจงว่า ประธานศาลรัฐธรรมนูญได้ย้ำในที่ประชุมแล้วว่า สิ่งที่นำมาอธิบายไม่ใช่ความเห็นส่วนตัวของตุลาการคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นการขยายความเพื่ออธิบายความเห็นร่วมกันของที่ประชุมตุลาการศาลรัฐธรรมนูญทั้งหมดก่อนที่จะมีคำวินิจฉัยกลางออกมา เพื่อให้เกิดความชัดเจนว่าแนวทางใดทำได้โดยไม่ขัดต่อกฎหมาย
"การโต้แย้งของ สส. พรรคภูมิใจไทยบางคนที่อ้างว่าต้องทำประชามติถึง 3 ครั้งนั้น เป็นข้อเท็จจริงที่คลาดเคลื่อน เพราะคำวินิจฉัยที่ 18/2568 และผลการหารือระบุตรงกันว่า สามารถจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่โดยทำประชามติเพียง 2 รอบได้ โดยในรอบแรกอาจจะใช้รูปแบบการตั้ง 2 คำถาม" นายพริษฐ์ กล่าว
ประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวถึงแนวทางการขับเคลื่อนหลังจากนี้ โดยแบ่งออกเป็น 4 ประเด็นหลัก คือ 1. พรรคประชาชนจะนำข้อสรุปจากศาลรัฐธรรมนูญเข้าที่ประชุม สส. เพื่อพิจารณาปรับปรุงร่างแก้ไขเพิ่มเติมที่เคยยื่นไปแล้ว ให้มุ่งสู่เป้าหมาย ส.ส.ร. เลือกตั้ง 100% 2.จะเชิญชวนประชาชนร่วมลงชื่อสนับสนุนร่างรัฐธรรมนูญฉบับภาคประชาชน ซึ่งเสนอให้มี ส.ส.ร. จากการเลือกตั้ง 100% เช่นกัน โดยปัจจุบันมีผู้ร่วมลงชื่อแล้วกว่า 23,000 รายชื่อ และตั้งเป้าให้ครบ 50,000 รายชื่อ เพื่อส่งเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภาในวาระที่ 1 พร้อมกับร่างของพรรคการเมือง 3.ขอเรียกร้องให้พรรคการเมืองที่เคยมีจุดยืนสนับสนุน ส.ส.ร. เลือกตั้ง กลับไปหารือภายในเพื่อทบทวนร่างของตัวเอง และมาร่วมกันผลักดันแนวทางนี้อย่างจริงจัง และ4.ขอให้พรรคภูมิใจไทยนำข้อมูลใหม่ที่มีความชัดเจนนี้ไปพิจารณาอย่างรอบคอบ เพื่อหาแนวทางออกแบบการเลือกตั้ง ส.ส.ร. ร่วมกับทุกฝ่าย
นายพริษฐ์ ได้ตั้งข้อสังเกตอย่างตรงไปตรงมาถึงปฏิกิริยาของแกนนำพรรคภูมิใจไทยอย่างน้อย 3 คน ที่เรียงคิวออกมาปฏิเสธความสำคัญของข้อมูลใหม่นี้ตลอด 2 วันที่ผ่านมา โดยระบุว่า หากพรรคภูมิใจไทยปฏิเสธที่จะเดินหน้าต่อ ก็อดสงสัยไม่ได้ว่าอาจมี "ธง" ในใจอยู่แล้วที่ต้องการฉวยโอกาสจากคำวินิจฉัยที่คลุมเครือมาเป็นข้ออ้าง
"สิ่งที่ระบอบสีน้ำเงินต้องการในปัจจุบัน คือระบบการเมืองที่เปิดช่องให้สามารถฮั้วกันได้ทั้งกระดาน ซึ่งพวกเขาสามารถทำสำเร็จได้ 2 ทาง คือ หนึ่ง ดึงเช็งให้การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่สะดุดลง เพื่อให้ประเทศต้องอยู่กับรัฐธรรมนูญปี 2560 ต่อไป หรือ สอง หากเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องทำรัฐธรรมนูญใหม่ ก็ต้องสร้างเงื่อนไขที่พวกเขาสามารถผูกขาดการคัดเลือกผู้ร่างและชี้ขาดเนื้อหาได้เอง ซึ่งรูปธรรมของสิ่งนั้นสะท้อนชัดเจนอยู่ในเนื้อหาของร่างแก้ไขเพิ่มเติมหมวด 15/1 ที่พรรคภูมิใจไทยได้เสนอเข้ามา" นายพริษฐ์ กล่าว
เมื่อถามว่าหากท้ายที่สุดแล้วพรรคการเมืองต่างๆ ยังตกลงกันไม่ได้ จำเป็นจะต้องเขียนคำร้องส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเพิ่มเติมอีกครั้งหรือไม่ นายพริษฐ์ ยืนยันว่า ไม่จำเป็นต้องส่งเรื่องไปที่ศาลรัฐธรรมนูญอีกแล้ว เพราะกระบวนการมีความชัดเจนแล้วหลังจากที่ได้ไปหารือมา หลังจากนี้จึงขึ้นอยู่กับท่าทีและความจริงใจของพรรคการเมืองอื่นว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป








