“แกนนำพรรคประชาธิปัตย์” แท็กทีม “อนุชา บูรพชัยศรี”แถลงเปิดโปงความไม่โปร่งใสในการบริหารงบประมาณ กทม. ปี 2568-2569 พบพฤติกรรมส่อทุจริต ซอยย่อยโครงการต่ำกว่า 5 แสนบาท เพื่อใช้ ‘วิธีเฉพาะเจาะจง’ สูงถึง 4 หมื่นโครงการ หลบเลี่ยงการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม ดักคออย่าซ่อนข้อมูลทีโออาร์ เตรียมเปิดวงชำแหละใหญ่ 19 มิ.ย. นี้
วันที่ 17 มิ.ย.2569 เวลา 14.17 น.ที่รัฐสภา แกนนำพรรคประชาธิปัตย์ นำโดย นายกรณ์ จาติกวณิช, นางการดี เลียวไพโรจน์, นายสกลธี ภัททิยกุล, นางรัดเกล้า อินทวงศ์ สุวรรณคีรี สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรค พร้อมด้วย นายอนุชา บูรพชัยศรี ผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.ร่วมกันแถลงข่าวผลการตรวจสอบงบประมาณ ภายใต้หัวข้อ “ส่องรัฐ จับตาการจัดซื้อจัดจ้าง กทม.” ผ่านแพลตฟอร์มฐานข้อมูลอัจฉริยะ หลังพบความผิดปกติในกระบวนการงบประมาณช่วงปี 2568-2569
โดยนายสกลธี เปิดเผยว่า การออกมาแถลงข่าวครั้งนี้สืบเนื่องจากข้อสงสัยในประสิทธิภาพการบริหารงานของกรุงเทพมหานคร ซึ่งแม้ว่าผลสำรวจความคิดเห็นหรือโพลหลายสำนักจะระบุว่าประชาชนพึงพอใจกับการทำงานในภาพรวม แต่ในด้านความโปร่งใสและการทุจริตคอร์รัปชั่น สื่อมวลชนหลายสำนักกลับตั้งคำถามอย่างรุนแรงและประเมินว่า "สอบตก" ทีมงานพรรคประชาธิปัตย์จึงได้ใช้แพลตฟอร์ม "ส่องรัฐ" เข้าไปเจาะลึกข้อมูลการจัดซื้อจัดจ้างที่เปิดเผยต่อสาธารณะ และพบพฤติกรรมที่ต้องตั้งคำถามถึงผู้บริหาร กทม. อย่างตรงไปตรงมา
ด้าน นางการดี ได้นำเสนอข้อมูลเชิงสถิติจากแพลตฟอร์มที่สะท้อนความผิดปกติอย่างชัดเจน โดยระบุว่า จากการตรวจสอบโครงการจัดซื้อจัดจ้างของ กทม. จำนวน 43,178 โครงการ คิดเป็นงบประมาณรวมมูลค่า 52,380 ล้านบาท พบข้อมูลที่น่าตกใจ ดังนี้ ใช้ "วิธีเฉพาะเจาะจง" สูงถึง 92.8%: มีการเลือกใช้วิธีนี้มากถึง 40,054 โครงการ คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 13,370 ล้านบาท ทั้งที่ตามกฎหมายแล้ว วิธีเฉพาะเจาะจงจะใช้ได้เฉพาะกรณีจำเป็นเร่งด่วนเท่านั้น พฤติกรรมซอยย่อยโครงการ ในจำนวนดังกล่าว มีถึง 38,945 โครงการที่มีการตั้งมูลค่างานต่ำกว่า 500,000 บาท ซึ่งเข้าข่ายการซอยย่อยโครงการขนาดใหญ่ให้เป็นโครงการขนาดเล็ก เพื่อหลีกเลี่ยงกระบวนการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) ที่ต้องเปิดเผยและมีการแข่งขันอย่างเป็นธรรม ข้อพิรุธโครงการใหญ่ นอกจากโครงการย่อยแล้ว ยังพบข้อสังเกตในโครงการก่อสร้างศูนย์การแพทย์โรงพยาบาลกลาง มูลค่าสูงถึง 4,000 ล้านบาท ที่มีผู้รับเหมาเข้ายื่นประมูลเพียง 2 ราย และเสนอราคาห่างกันเพียง 1 ล้านบาทเท่านั้น ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญที่ต้องตรวจสอบเชิงลึกต่อไป
ขณะที่ นายอนุชา กล่าวเสริมว่า สิ่งที่น่ากังวลที่สุดจากการตรวจสอบเชิงระบบคือ การพบรายชื่อผู้รับเหมา "รายเดิมซ้ำ ๆ" ผูกขาดในโครงการที่ถูกซอยย่อยออกมา ซึ่งส่งผลให้ กทม. อาจต้องแบกรับราคาจัดซื้อจัดจ้างที่สูงกว่าราคาตลาดเนื่องจากขาดการแข่งขันอย่างอิสระ นอกจากนี้ ข้อมูลของ กทม. ยังเข้าถึงได้ยากมาก มีความพยายามปกปิดข้อมูลในบางส่วน จึงจำเป็นต้องนำเทคโนโลยีเอไอ (AI) เข้ามาช่วยจับตาพฤติกรรมเชิงระบบ โดยตนยืนยันว่าการเปิดโปงครั้งนี้ไม่ใช่การดิสเครดิตทางการเมือง แต่ทำเพื่อปกป้องเงินภาษีของคนกรุงเทพฯ
นายสกลธี กล่าวทิ้งท้ายว่า ข้อมูลหลายส่วนในปัจจุบันยังถูกปิดบัง โดยเฉพาะรายละเอียดในขอบเขตของงาน หรือ ทีโออาร์ (TOR) ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์จะเกาะติดเรื่องนี้อย่างไม่ปล่อย พร้อมขอเชิญชวนสื่อมวลชนและประชาชนร่วมรับฟังวงเสวนาพิเศษเพื่อชำแหละงบประมาณ กทม. ในวันศุกร์ที่ 19 มิถุนายน เวลา 18.00 น. ที่ปาร์ค สีลม (Park Silom) ซึ่งจะมี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วยทีมเศรษฐกิจและแกนนำพรรคร่วมชำแหละรายละเอียดขบวนการทุจริตใน กทม. อย่างเจาะลึกอีกครั้ง








