วันที่ 17 มิถุนายน 2569 ที่อาคารรัฐสภา นายรังสิมันต์ โรม ประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน พร้อมด้วยนายปิยรัฐ จงเทพ รองประธานคณะกรรมาธิการคนที่หนึ่ง ร่วมกันรับหนังสือจากนางสาวณัฏฐธิดา มีวังปลา ตัวแทนเครือข่ายประชาชนเพื่อสิทธิทางการเมือง (ThumbRights) เพื่อขอให้ติดตามการให้สิทธิประกันตัวแก่นายเอกชัย หงส์กังวาน เพื่อออกมารับการรักษาพยาบาลอย่างเหมาะสมภายนอกเรือนจำ
โดยนายเอกชัยปัจจุบันเป็นผู้ต้องขังระหว่างการพิจารณาคดีในชั้นฎีกาจากคดีตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 110 ซึ่งแม้ว่าศาลชั้นต้นจะมีคำพิพากษายกฟ้องเนื่องจากเห็นว่าไม่มีเจตนาขัดขวางขบวนเสด็จ แต่ศาลอุทธรณ์ได้กลับคำพิพากษาและลงโทษจำคุกเป็นเวลา 21 ปี 4 เดือน ทำให้นายเอกชัยถูกควบคุมตัวระหว่างรอการพิจารณาของศาลฎีกามาตั้งแต่วันที่ 5 กันยายน 2566 ทั้งนี้ นายเอกชัยได้ยื่นฎีกาต่อศาลฎีกาเมื่อวันที่ 26 มกราคม 2569 และยื่นคำร้องขอฎีกาผ่านเรือนจำกลางคลองเปรมเมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569 โดยในระหว่างการคุมขังพบว่ามีปัญหาสุขภาพอย่างต่อเนื่องจากการป่วยเป็นโรคฝีในตับจากการติดเชื้อในเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร และได้รับการรักษาที่โรงพยาบาลราชทัณฑ์และโรงพยาบาลราชวิถี ซึ่งแพทย์วินิจฉัยว่าเกิดจากเชื้อแบคทีเรียและแนะนำให้ทำ CT Scan ทุก 3 - 6 เดือน
สถานการณ์ด้านสุขภาพของนายเอกชัยทรุดโทรมลง โดยเมื่อเดือนมีนาคม 2569 มีอาการปวดบริเวณที่เคยรักษาฝีในตับจนต้องเข้าโรงพยาบาลราชทัณฑ์ แม้ผลตรวจอัลตราซาวด์จะไม่พบการกลับมาของฝีแต่กลับพบภาวะตับโต ม้ามโต รวมถึงอาการต่อมลูกหมากโต ซึ่งยาที่ใช้รักษาส่งผลข้างเคียงทำให้ความดันโลหิตลดลงจนเกือบเกิดภาวะลมแดดถึง 2 ครั้งในเดือนเมษายน
ข้อเท็จจริงดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่าสภาพแวดล้อมภายในเรือนจำส่งผลต่อสุขภาพและนายเอกชัยต้องการการพักฟื้นอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ศาลฎีกามีคำสั่งไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวมาแล้วถึง 3 ครั้ง โดยให้เหตุผลว่ายังสามารถรักษาพยาบาลภายในระบบราชทัณฑ์ได้ ทั้งที่นายเอกชัยมีประวัติการต่อสู้คดีทางการเมืองมานานกว่า 15 ปี ตั้งแต่ปี 2554 โดยได้รับการปล่อยชั่วคราวมาตลอดและไม่เคยมีพฤติการณ์หลบหนี อีกทั้งปัจจุบันคดีทางการเมืองส่วนใหญ่สิ้นสุดลงแล้วเหลือเพียงคดีนี้ที่อยู่ระหว่างการพิจารณา จึงมีการร้องขอให้คณะกรรมาธิการตรวจสอบเพื่อคุ้มครองสิทธิขั้นพื้นฐานในการเข้าถึงการรักษาพยาบาลและสิทธิในการได้รับการปล่อยชั่วคราว
ด้านนายรังสิมันต์ โรม กล่าวภายหลังรับหนังสือว่า ประเด็นสิทธิของนักโทษเป็นเรื่องที่เราถกเถียงกันมาเป็นระยะเวลานานแล้ว และควรจะมีบทสรุปกันมานานแล้วว่าสิทธิโดยเฉพาะการรักษาพยาบาล ผู้ต้องขังทุกคนควรได้รับการดูแลรักษาที่ดีเพียงพอ และควรเป็นบรรทัดฐานที่ทำให้นักโทษหลายคนสามารถเข้าถึงการรักษาพยาบาลที่เหมาะสมได้ ก่อนหน้านี้ คณะ กมธ. ชุดที่ 26 ได้มีการเดินทางไปยังเรือนจำพิเศษกรุงเทพและกระทรวงยุติธรรม เพื่อพูดคุยกันในหลายประเด็น แน่นอนว่าหนึ่งในประเด็นที่เป็นห่วงมาก คือ สิทธิของผู้ต้องขัง ซึ่งทางคณะ กมธ. ได้ตั้งคณะอนุ กมธ. ขึ้นมาตามที่ได้รับมอบหมายจากสภาผู้แทนราษฎร
ในเรื่องของการพัฒนาสิทธิของผู้ต้องขัง โดยเฉพาะด้านคุณภาพชีวิตที่อยู่ในเรือนจำ ดังนั้น ในฐานะประธานคณะ กมธ. พร้อมที่จะรับเรื่องนี้ และพร้อมที่จะนำไปดำเนินการต่อ ตนได้ติดตามเรื่องสุขภาพของนายเอกชัยมาตั้งแต่สภาชุดที่แล้ว และมีความเป็นห่วงว่าหากไม่ได้รับการดูแลรักษาที่เพียงพอจะเกิดผลลัพธ์ที่ไม่ดี ในฐานะที่เราเป็นมนุษย์ต่อมนุษย์ด้วยกันในฐานะที่เป็นผู้แทนราษฎรของพี่น้องประชาชน พร้อมที่จะรับเรื่องนี้และดำเนินการอย่างเต็มที่ตามกรอบอำนาจหน้าที่ของคณะ กมธ. สิทธิของนายเอกชัยเป็นไปตามกฎหมายอยู่แล้ว สิ่งที่ขอไม่ได้ขอให้ใครต้องปฏิบัตินอกเหนือกฎหมาย ไม่ได้เป็นการขอเพื่อให้ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ แต่ขอให้ปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเท่าเทียมกันทุกคน คำถามใหญ่ที่ต้องถามคือ มาตรฐานราชทัณฑ์ในการดูแลผู้ต้องขังโดยเฉพาะด้านการรักษาพยาบาลมีมาตรฐานอย่างไร ทุกคนต้องได้รับการปฏิบัติที่ดีอย่างเท่าเทียมกัน เป็นหลักการที่อยากจะสื่อสารผ่านการแถลงข่าวการรับหนังสือในวันนี้








