"สว.พันธุ์ใหม่" ตั้งโต๊ะแถลงใหญ่ จี้ "มงคล สุระสัจจะ" ประธานวุฒิสภา แสดงความบริสุทธิ์ใจ ตอบคำถามสังคมให้ชัด ชายในคลิปแฉส่งโพยเลือก สว. ใช่ตัวเองหรือไม่ ดักทางหากเงียบเท่ากับยอมรับ พร้อมกดดัน กกต. เร่งส่งสำนวนคดีฮั้วให้ศาลฎีกาชี้ขาด ลั่นปล่อยคาราคาซังยิ่งทำลายความเชื่อมั่นกระบวนการยุติธรรม
วันที่ 16 มิ.ย.2569 กลุ่มสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ในนาม "กลุ่มสว.พันธุ์ใหม่" นำโดย น.ส.นันทนา นันทวโรภาส, นาวาตรีวุฒิพงศ์ พงศ์สุวรรณ และนายสุนทร พฤกษพิพัฒน์ ร่วมกันแถลงข้อเรียกร้องถึง นายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา เพื่อขอความชัดเจนกรณีคลิปวิดีโอกระบวนการเลือก สว. หลังจากที่นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ได้ออกมาเปิดเผยคลิปเหตุการณ์ ซึ่งปรากฏภาพบุคคลหน้าตาคล้ายนายมงคล กำลังส่งโพยรายชื่อให้กับเจ้าหน้าที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)
น.ส.นันทนา กล่าวว่า ประเด็นนี้เป็นที่กังขาของสังคมอย่างมาก ในฐานะสมาชิกวุฒิสภาจึงไม่อาจนิ่งเฉยได้ และต้องการให้นายมงคลออกมาสื่อสารกับประชาชนให้ชัดเจนว่า ชายที่ปรากฏในคลิปส่งโพยที่เมืองทองธานี เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2567 นั้นใช่ตัวท่านหรือไม่ ส่วนตัวคิดว่าไม่ใช่แต่ผู้ที่รู้ดีที่สุดคือนายมงคลเอง หากท่านทำหรือไม่ทำก็ควรมาตอบคำถามเพื่อคลายข้อสงสัย
"หากท่านนิ่งเฉย สังคมจะทึกทักแปลว่าท่านยอมรับว่าชายคนนั้นคือตัวท่านเอง แต่ถ้าไม่ใช่ ก็อยากให้ออกมาชี้แจงว่าในวันนั้นท่านทำอะไรอยู่ เพราะตำแหน่งประธานวุฒิสภาคือประมุขของฝ่ายนิติบัญญัติ ภาพลักษณ์และความโปร่งใสจึงมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง" น.ส.นันทนา กล่าว
น.ส.นันทนา กล่าวต่อถึงความคืบหน้าเรื่องคดี "ฮั้ว สว." ว่า เป็นเรื่องใหญ่ที่สังคมจับตามอง เนื่องจากกระบวนการเลือก สว. ผ่านมาเกือบ 2 ปีแล้ว แต่ยังไม่มี สว. ที่ได้รับเลือกคนใดถูกลงโทษ ในทางกลับกัน ผู้สมัครที่ไม่ได้รับเลือกกลับถูกศาลสั่งลงโทษตัดสิทธิ์ทางการเมืองถึง 10 ปี เพียงเพราะมีหลักฐานแชตไลน์นัดแนะแลกคะแนน ซึ่งสะท้อนว่าการฮั้วกันเป็นความผิดร้ายแรง ดังนั้น หากหลักฐานต่างๆ ที่ปรากฏตามสื่อ ทั้งโพย เส้นทางการเงิน หรือประวัติการติดต่อทางโทรศัพท์ มีความชัดเจน กกต. ต้องเร่งดำเนินการส่งเรื่องให้ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งเป็นผู้วินิจฉัย
น.ส.นันทนา ยังชี้ถึงประเด็นผลประโยชน์ทับซ้อนว่า ปัจจุบันภาพลักษณ์ของ สว. ตกต่ำอย่างมากจากที่มาที่ไม่ชัดเจน และเนื่องจาก กกต. 4 ใน 7 คน มาจากการเห็นชอบของ สว. ชุดนี้ รวมถึงมี สว. ถึง 139 คนที่มีชื่อพัวพันในสำนวนคดีฮั้ว การให้ กกต. ตัดสินกันเองอาจทำให้สังคมเคลือบแคลงใจ สิ่งที่ดีที่สุดคือ กกต. ต้องรีบส่งคำร้องให้ศาลฎีกาเป็นผู้ชี้ขาด และควรให้กระบวนการเสร็จสิ้นก่อนที่วาระของ สว. ชุดนี้จะสิ้นสุดลงในปี 2572
ขณะที่ นาวาตรีวุฒิพงศ์ กล่าวเสริมว่า คลิปวิดีโอดังกล่าวสร้างความสงสัยในวงกว้าง และเชื่อว่าไม่ใช่สิ่งที่ทำขึ้นจากเทคโนโลยี AI หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงต้องเร่งพิสูจน์ความจริงผ่านกระบวนการยุติธรรมโดยเร็ว เพราะยิ่งปล่อยให้ยืดเยื้อจะยิ่งทำลายความเชื่อมั่นของประชาชน สมาชิกวุฒิสภาหลายคนเองก็รู้สึกอึดอัดใจกับสถานการณ์นี้ จึงขอเรียกร้องให้ กกต. เร่งตรวจสอบอย่างเป็นธรรมและด่วนที่สุด
ด้าน นายสุนทร กล่าวปิดท้ายว่า ข้อกล่าวหาเรื่องการฮั้วเลือก สว. ถูกวิพากษ์วิจารณ์มาตั้งแต่วันเลือกตั้งจนถึงปัจจุบัน ส่งผลกระทบต่อเกียรติภูมิของวุฒิสภาโดยตรง กกต. ไม่ควรปล่อยให้เรื่องอึมครึม อะไรถูกหรือผิดต้องว่าไปตามเนื้อผ้า และเพื่อความโปร่งใส กกต. ควรส่งต่อให้ศาลพิจารณา เพื่อให้สังคมได้รับรู้ข้อเท็จจริง และร่วมกันขับเคลื่อนประเทศไปในทิศทางที่ถูกต้อง








