ครม.เงา พรรคประชาชน เปิดฉากฉะรัฐบาล สอบตกแก้ปัญหาราคากุ้งตกต่ำ หลังประเทศมาเลเซียสั่งระงับการนำเข้า แฉกระทรวงพาณิชย์ใช้ข้อมูลห้องแอร์อ้างราคาไม่กระทบ ทั้งที่หน้าแพภาคใต้ราคาดิ่งแล้วกิโลกรัมละ 20-50 บาท หวั่นมาตรการรัฐอุ้ยอ้ายไม่ทันการณ์ ขีดเส้นตายกุ้งค้างแพอยู่ได้อีกแค่ 15 วัน วอนเร่งอนุมัติงบฯ อุ้มตลาดในประเทศด่วน
วันที่ 15 มิ.ย.2569 เวลา 10.30 น.ที่รัฐสภา นายสิทธิผล วิบูลย์ธนากุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรีเงา (ครม.เงา) ถึงกรณีวิกฤตราคากุ้งตกต่ำ ซึ่งเป็นผลกระทบสืบเนื่องมาจากประเทศมาเลเซียประกาศแบนการนำเข้ากุ้งจากประเทศไทย ว่า จากการที่ตัวแทนเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งได้เข้าให้ข้อมูลต่อ ครม.เงา เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา พบว่ารัฐบาลยังประเมินสถานการณ์และผลกระทบต่ำกว่าความเป็นจริงมาก ส่งผลให้มาตรการช่วยเหลือที่เตรียมไว้ไม่ตอบโจทย์และไม่ทันท่วงที ซึ่งหากปล่อยให้สถานการณ์ยืดเยื้อต่อไป อาจส่งผลกระทบทำลายโครงสร้างตลาดกุ้งไทยทั้งระบบ โดยทาง ครม.เงา มีข้อกังวล 3 ประการสำคัญที่ต้องการส่งตรงถึงรัฐบาล 1. รัฐบาลประเมินตัวเลขความเสียหายต่ำกว่าจริง 10 เท่า ปัจจุบันกรมประมงประเมินความเสียหายไว้เพียงเดือนละ 300–400 ตัน หรือเฉลี่ยวันละ 10 ตัน และคาดว่าหากมาเลเซียปิดด่านยาวนาน 12 เดือน จะเสียหายราว 4,000 ตัน แต่จากการสะท้อนข้อมูลของเกษตรกรในพื้นที่ภาคใต้ พบว่าตัวเลขความเสียหายจริงในเรือนสวนไร่นานั้น แตกต่างจากระบบข้อมูลของรัฐถึง 5-10 เท่า รัฐบาลจึงจำเป็นต้องเร่งสำรวจจำนวนผู้ได้รับผลกระทบที่แท้จริงโดยเร็ว
นายสิทธิผล กล่าวต่อว่า 2. กระทรวงพาณิชย์ใช้ดัชนีผิดพลาด ไม่สะท้อนความเดือดร้อนจริง ที่ผ่านมาทางกระทรวงพาณิชย์ชี้แจงว่าราคากุ้งยังไม่ได้รับผลกระทบ โดยไปอ้างอิงฐานข้อมูลราคากุ้งจากพื้นที่ภาคกลาง ไม่ได้นำราคากุ้งในพื้นที่ภาคใต้ซึ่งเป็นจุดเกิดเหตุมาเป็นตัวชี้วัด ยิ่งไปกว่านั้น ในการชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การพัฒนาเศรษฐกิจ กลับมีตัวเลขระบุว่าราคากุ้งปรับตัวสูงขึ้นด้วยซ้ำ ซึ่งสวนทางกับข้อเท็จจริงในพื้นที่อย่างสิ้นเชิง เพราะปัจจุบันราคาหน้าแพกุ้งภาคใต้ดิ่งลงไปแล้วกิโลกรัมละ 20–50 บาท และ3. มาตรการรัฐล่าช้า ไม่ทันต่อข้อจำกัดด้านเวลาของสินค้า ผู้ประกอบการระบุชัดเจนว่า กุ้งสดที่ตกค้างค้างอยู่ในแพมีอายุเก็บบรรจุได้อีกเพียง 10–15 วันเท่านั้น ซึ่งปัจจุบันล่วงเลยมาแล้วกว่าหนึ่งสัปดาห์ แม้กระทรวงพาณิชย์จะเสนอแนวทางเปิดตลาดต่างประเทศหรือเจราจาการค้าใหม่ๆ แต่ย่อมไม่ทันกำหนดเวลาแน่นอน วันนี้จึงต้องพึ่งพาการระบายสินค้าภายในประเทศเป็นหลัก
“มาตรการระบายสินค้าในประเทศกลับจะเริ่มได้เร็วที่สุดในช่วงปลายเดือนมิถุนายนนี้ เนื่องจากยังติดขัดเรื่องงบประมาณ แถมมาตรการดังกล่าวรองรับปริมาณกุ้งได้เพียง 400 ตันเท่านั้น ขณะที่มาตรการของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ส่วนใหญ่ ก็เป็นแผนระยะยาวในสถานการณ์ปกติ เช่น การติดตั้งโซลาร์เซลล์ลดต้นทุน หรือการเลี้ยงกุ้งคาร์บอนต่ำ ซึ่งไม่ใช่การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ส่วนมาตรการช่วยเหลือเยียวยาราคากิโลกรัมละ 20 บาท ก็ยังไม่มีกำหนดเวลาที่ชัดเจน เพราะต้องรอการประชุมของคณะกรรมการบริหารจัดการห่วงโซ่การผลิตกุ้งทะเลและผลิตภัณฑ์ (Shrimp Board) ซึ่งสะท้อนถึงความไม่เอาจริงเอาจังของรัฐบาล”นายสิทธิผล กล่าว
นายสิทธิผล กล่าวอีกว่า ดังนั้นเพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายลุกลาม ครม.เงา พรรคประชาชน ได้ยื่นข้อเสนอแนะให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการใน 3 ประเด็นหลัก ให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ต้องเร่งเปิดประชุมคณะกรรมการชิมบอร์ด (Shrimp Board) เพื่ออนุมัติงบประมาณพยุงราคากุ้งที่ 20 บาทต่อกิโลกรัมทันที, เร่งลงพื้นที่สำรวจความเสียหายจริงหน้างาน และเปิดเจรจากับทางการมาเลเซียเพื่อขอเปิดด่านโดยเร็วที่สุด ส่วนกระทรวงพาณิชย์ ต้องจัดสรรงบประมาณให้เพียงพอต่อการดำเนินโครงการระบายสินค้าในประเทศ และขยายขีดความสามารถในการกระจายสินค้าให้สอดคล้องกับปริมาณกุ้งที่ตกค้างจริง








