“พรรคภูมิใจไทย” ขยับขับเคลื่อนทีมกฎหมาย ยื่นฟ้อง "สนธิ ลิ้มทองกุล" ต่อศาลอาญา ข้อหาหมิ่นประมาทและหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา ชี้เจตนามุ่งร้าย บิดเบือนข้อเท็จจริงปมโครงการแลนด์บริดจ์ กล่าวหาแรง "ขายชาติ-คอร์รัปชัน" ทำพรรคเสื่อมเสียชื่อเสียง
วันที่ 12 มิ.ย.2569 นายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ และประธานคณะทำงานด้านกฎหมายพรรคภูมิใจไทย เปิดเผยว่า พรรคภูมิใจไทยในฐานะโจทก์ ได้มอบอำนาจให้ นางสาวไตรศุลี ไตรสรณกุล เป็นผู้แทนในการยื่นฟ้อง นายสนธิ ลิ้มทองกุล ต่อศาลอาญา เป็นคดีหมายเลขดำที่ อ.1639/2569 ในข้อหาหมิ่นประมาท และหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 6 พ.ค.2569 ที่ผ่านมา นายสนธิได้มีการเผยแพร่คลิปวิดีโอผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ก “คุยทุกเรื่องกับสนธิ” ซึ่งมีเนื้อหาอันเป็นการหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา จงใจทำให้พรรคภูมิใจไทยได้รับความเสียหาย เสื่อมเสียชื่อเสียง และถูกดูหมิ่นเกลียดชังจากประชาชน
นายศุภชัย ระบุว่า ภายในคลิปวิดีโอดังกล่าวมีการระบุคำบรรยาย (Caption) อย่างรุนแรงว่า “คุณกำลังขายชาติ” พร้อมทั้งมีการกล่าวพาดพิงถึงโครงการแลนด์บริดจ์ (Landbridge) และพรรคภูมิใจไทย โดยมีใจความสำคัญระบุว่า “แลนด์บริดจ์ สรุปคือ พวกเขากำลังจะคอร์รัปชันชาติ กำลังเอาชาติไปขาย เพื่อเอาเงินเข้ากระเป๋านักการเมือง และพรรคตัวการของการขายชาติคือพรรคภูมิใจไทย... แลนด์บริดจ์และกฎหมายที่พรรคภูมิใจไทยเสนอเข้านั้นคือกฎหมายขายชาติ มีการยกเว้นภาษีที่ดินให้ล่วงหน้านับร้อยปีแล้ว นั่นคือที่มาว่าทำไมมันถึงต้องออกกฎหมายเพื่อยกที่ดิน 75 ปีให้ต่างชาติ ให้เช่าได้ ผมกำลังชี้หน้าภูมิใจไทย โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล ซึ่งเป็นนายกรัฐมนตรี คุณกำลังขายชาติ คุณกำลังขายชาติ คุณกำลังขายชาติ"
ประธานคณะทำงานด้านกฎหมายพรรคภูมิใจไทย กล่าวชี้แจงเพิ่มเติมว่า การเผยแพร่ข้อความและคลิปวิดีโอดังกล่าว ทำให้ประชาชนทั่วไปที่ได้รับชมเข้าใจผิดว่า พรรคภูมิใจไทยกระทำการไปเพื่อประโยชน์ส่วนตนและพวกพ้อง ซึ่งข้อความทั้งหมดเป็นความเท็จทั้งสิ้น ในข้อเท็จจริงปัจจุบัน โครงการแลนด์บริดจ์ยังคงอยู่ในขั้นตอนการศึกษาความเป็นไปได้ ตลอดจนการวิเคราะห์ผลดีและผลเสียอย่างละเอียดถี่ถ้วนรอบด้าน ยังไม่ได้มีการเริ่มโครงสร้างหรือการลงทุนใด ๆ ซึ่งตัวนายสนธิเองก็รับทราบข้อเท็จจริงนี้ดี แต่กลับมุ่งใส่ร้ายโจมตีทางการเมืองโดยไม่สนต้นสายปลายเหตุ ยืนยันว่าพฤติกรรมดังกล่าวไม่ใช่การแสดงความคิดเห็นหรือติชมโดยสุจริตตามครรลอง แต่เป็นการจงใจทำลายความศรัทธาที่ประชาชนมีต่อพรรคภูมิใจไทยให้เสื่อมคลายลง จึงต้องพึ่งพากระบวนการยุติธรรมในการปกป้องสิทธิ์








