“กมธ.กิจการสภาฯ” ขยับรื้อระบบสวัสดิการรัฐสภา เสนอปรับเกณฑ์รับเงินเลี้ยงชีพตลอดชีพของอดีต สส. และ สว. ต้องดำรงตำแหน่งรวมกันไม่น้อยกว่า 4 ปี หรือ 48 เดือน เพื่อลดภาระงบประมาณและปิดช่องโหว่ทางกฎหมาย พร้อมประสานเสียงค้านลดจำนวนผู้ช่วย สส. ยัน 8 คนเหมาะสมกับภารกิจดูแลประชาชน
วันที่ 12 มิ.ย.2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) กิจการสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งมี นางบุญยิ่ง นิติกาญจนา สส.ราชบุรี พรรคกล้าธรรม เป็นประธาน กมธ. ได้มีการพิจารณาข้อเสนอสำคัญเกี่ยวกับการพัฒนาปรับปรุงระบบสวัสดิการและสิทธิประโยชน์ของอดีตสมาชิกรัฐสภา รวมถึงผู้ปฏิบัติงานให้แก่ สส. ซึ่งเสนอเข้าวาระโดย นายภัณฑิล น่วมเจิม สส.กทม. พรรคประชาชน ล่าสุด กมธ.กิจการสภาฯ ได้เผยแพร่สรุปผลการประชุมดังกล่าว ซึ่งมีประเด็นสำคัญและข้อสรุปเบื้องต้นใน 3 มิติหลัก 1. ล้อมคอกกองทุนรัฐสภา เสนอเกณฑ์ "บำนาญตลอดชีพ" ต้องอยู่ครบ 4 ปี ที่ประชุมมีมติให้ทบทวนปรับปรุงหลักเกณฑ์ของ "กองทุนเพื่อผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา" โดยเฉพาะการกำหนดระยะเวลาขั้นต่ำในการดำรงตำแหน่งของอดีตสมาชิกรัฐสภาที่จะมีสิทธิได้รับเงินทุนเลี้ยงชีพแบบตลอดชีพ กมธ. เสนอให้ปรับเกณฑ์เป็น ต้องมีระยะเวลาดำรงตำแหน่งรวมทุกวาระตั้งแต่ 48 เดือน หรือ 4 ปีขึ้นไป เพื่อให้สอดคล้องกับวาระการดำรงตำแหน่งของ สส. ตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด ซึ่งมาตรการนี้จะช่วยลดภาระการขอรับจัดสรรงบประมาณจากภาครัฐ และเพิ่มสภาพคล่องให้กับตัวกองทุน
นอกจากนี้ ยังมีข้อเสนอให้ระดมจัดหารายได้เข้ากองทุนฯ และปรับเพิ่มอัตราการส่งเงินสมทบ เพื่อให้เกิดความเหมาะสมกับอดีตสมาชิกรัฐสภาที่ดำรงตำแหน่งในระยะเวลาสั้นและส่งเงินเข้ากองทุนน้อย ซึ่งเป็นการลดความเหลื่อมล้ำเมื่อเทียบกับการรับเงินบำเน็จบำนาญของข้าราชการทั่วไป ปิดช่องโหว่การเมือง: มาตรการนี้ยังช่วยป้องกันการใช้ช่องว่างทางกฎหมาย ในกรณีที่ สส.แบบบัญชีรายชื่อ (ปาร์ตี้ลิสต์) หรือ สว. จงใจลาออกจากตำแหน่ง เพื่อให้ผู้สมัครในลำดับถัดไปขึ้นมาดำรงตำแหน่งแทน ซึ่งส่งผลให้มีผู้ได้รับสิทธิประโยชน์ระยะยาวจากกองทุนเพิ่มขึ้นโดยไม่จำเป็น
2. ค้านลดจำนวน "ผู้ช่วย สส." ยัน 8 คน เหมาะสมกับภารกิจ สำหรับประเด็นสวัสดิการของบุคคลที่จะเข้ามาปฏิบัติงานให้แก่ สส. ที่ประชุมรับทราบหลักเกณฑ์ตามระเบียบรัฐสภาปัจจุบันที่กำหนดให้ สส. แต่ละรายสามารถแต่งตั้งบุคคลเพื่อช่วยดำเนินงานได้สูงสุด 8 คน ซึ่ง กมธ. เห็นพ้องว่าจำนวนดังกล่าวมี ความเหมาะสมแล้ว เหตุผลเนื่องจากภารกิจของผู้แทนราษฎรในปัจจุบันมีความกว้างขวางและหนาแน่นมาก ทั้งการเข้าร่วมประชุมสภา, การประชุม กมธ., การพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปี รวมถึงการลงพื้นที่ไปรับฟังปัญหา ข้อร้องเรียน และประสานงานกับหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน จึงถือเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนงานนิติบัญญัติให้มีประสิทธิภาพ
3. ห่วงคุณภาพชีวิตเจ้าหน้าที่ เล็งจัดอาหารเย็นรองรับช่วงประชุมล่วงเวลา ส่วนประเด็นการเบิกจ่ายค่าอาหารและค่าล่วงเวลา (OT) ของเจ้าหน้าที่สนับสนุนการประชุมสภาฯ ที่ประชุมเห็นควรให้มีการทบทวนเพื่อจัดหาอาหารมื้อเย็นให้กับเจ้าหน้าที่ที่ต้องปฏิบัติงานนอกเวลาราชการ เนื่องจากในช่วงค่ำรอบอาคารรัฐสภาไม่มีร้านอาหารเปิดให้บริการ เพื่อลดผลกระทบต่อประสิทธิภาพในการทำงานและยกระดับคุณภาพชีวิตของบุคลากร
ทั้งนี้ เพื่อให้การศึกษาแนวทางการปรับปรุงสวัสดิการและสิทธิประโยชน์ของสมาชิกรัฐสภา อดีตสมาชิกรัฐสภา บุคลากรในวงงานรัฐสภา และผู้ปฏิบัติงานสนับสนุนเป็นไปด้วยความละเอียดรอบคอบ ที่ประชุม กมธ. จึงมีมติให้ตั้ง "คณะอนุกรรมาธิการ" ขึ้นมาเพื่อพิจารณาศึกษาเรื่องนี้โดยเฉพาะ ก่อนจะจัดทำรายงานส่งให้ กมธ. กิจการสภาฯ พิจารณาต่อไป








