“รมว.อุตสาหกรรม” แจงกลางสภาฯ ปมปลดล็อกโรงงานเหล็ก "ซินเคอหยวน" ระยอง กลับมาเดินเครื่อง ยืนยันแก้ไขปัญหามลพิษฝุ่นละอองผ่านเกณฑ์แล้ว ส่วนผลสุ่มตรวจคุณภาพเหล็กเส้นผ่านมาตรฐาน มอก. ด้าน DSI ยุติการสอบสวนไม่พบการลักลอบขนฝุ่นแดง ลั่นหากพบทำผิดซ้ำซากพร้อมสั่งปิดทันที พร้อมเอ่ยปากชวน สส.ฝ่ายค้านลงพื้นที่ร่วมตรวจสอบเพื่อความโปร่งใส
วันที่ 11 มิ.ย.2569 เวลา 11.00 น.ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีนายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่ประธานการประชุม ได้พิจารณากระทู้ถามสดของนายกฤช ศิลปชัย สส.ระยอง พรรคประชาชน ถามนายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.อุตสาหกรรม ถึงกรณีกรมโรงงานอุตสาหกรรมอนุญาตให้โรงงานซินเคอหยวนสตีลกลับมาเปิดกิจการผลิตเหล็กใหม่ หลังจากเคยถูกปิดโรงงานไปเมื่อครั้งเกิดเหตุตึกสตง.ถล่มว่า อยากทราบว่า กระทรวงอุตสาหกรรมได้สั่งให้โรงงานซินเคอหยวนปรับปรุงมาตรฐานอะไรบ้าง และได้ปรับปรุงครบถ้วนหรือไม่ โดยเฉพาะเตาปรุงน้ำเหล็กที่ใช้ควบคุมเตาหลอมเหล็ก โรงงานแห่งนี้มีหรือไม่ จะมั่นใจได้อย่างไรว่า กระบวนการตรวจสอบของกรมโรงงานอุตสาหกรรม และสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) ที่อนุญาตให้โรงงานซินเคอหยวนกลับมาเปิดกิจการได้นั้น มีมาตรฐานจริงๆ ไม่ใช่ไปสุ่มตรวจแค่บางเตา รวมถึงนโยบายการเปลี่ยนเตาหลอมจากระบบไอเอฟ เป็นระบบอีเอฟเพื่อยกระดับมาตรฐานผลิตเหล็ก จะมีระยะเวลาเปลี่ยนผ่านเท่าใด
นายวราวุธ ชี้แจงว่า ตามพระราชบัญญัติโรงงาน (พ.ร.บ.โรงงาน) อำนาจในการสั่งปิดหรือเปิดดำเนินการเป็นของปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เมื่อผู้ประกอบการได้ทำการแก้ไขปรับปรุงตามคำสั่งเจ้าหน้าที่ครบถ้วนแล้ว ทางปลัดกระทรวงฯ จึงมีหน้าที่พิจารณาอนุญาตตามข้อกฎหมาย โดยตนไม่ได้โยนความรับผิดชอบ แต่เป็นการปฏิบัติหน้าที่ตามขอบเขตที่กฎหมายบัญญัติไว้ สำหรับเงื่อนไขเดิมที่สั่งปิดโรงงานซินเคอหยวนนั้น เกิดจากปัญหาการปล่อยมลพิษทางอากาศ (ฝุ่นละออง) เกินเกณฑ์มาตรฐาน ซึ่งปัจจุบันทางกรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) ได้เข้าไปตรวจสอบแล้วพบว่า โรงงานได้ปรับปรุงระบบบำบัดจนผ่านเกณฑ์มาตรฐานเรียบร้อยแล้ว ส่วนในด้านคุณภาพเหล็ก สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) ได้ทำการสุ่มตรวจและพบว่าผลิตภัณฑ์เหล็กเส้นผ่านมาตรฐานตามที่ มอก. กำหนด
รมว.อุตสาหกรรม กล่าวต่อว่า สำหรับประเด็นความกังวลเรื่อง "ฝุ่นแดง" หรือกากอุตสาหกรรมที่มีการตั้งข้อสังเกตว่าอาจมีการลักลอบนำเข้าอย่างผิดกฎหมายนั้น ทางกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ได้เข้ามาตรวจสอบอย่างละเอียดแล้ว และไม่พบหลักฐานการนำเข้าหรือส่งออกฝุ่นแดงที่ผิดปกติ โดยปริมาณฝุ่นที่เกิดขึ้นสัมพันธ์กับยอดการผลิตจริง DSI จึงได้แจ้งผลการสอบสวนแก่อุตสาหกรรมจังหวัดและยุติการสืบสวนลง เป็นเหตุให้โรงงานได้รับการอนุมัติให้เดินเครื่องต่อตามขั้นตอน
นายวราวุธ กล่าวอีกว่า เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้บริโภคและประชาชน กระทรวงอุตสาหกรรมได้สั่งการเชิงรุกให้ กรอ. และ สมอ. ดำเนินมาตรการเข้มงวด โดยสุ่มตรวจเข้มข้น เพิ่มมาตรการเข้าสุ่มตรวจโรงงานเหล็กทั่วประเทศกว่า 40 แห่ง เป็นจำนวน 2 ครั้งต่อเดือน สกัดกั้นหน้าร้าน ขยายกำลังเจ้าหน้าที่เข้าสุ่มตรวจผลิตภัณฑ์เหล็กตามศูนย์กระจายสินค้า หน้าร้านค้าปลีก และหน้าไซต์งานก่อสร้างทั่วประเทศ หากพบไม่ได้มาตรฐานจะดำเนินคดีและสั่งปิดโรงงานทันที ยกระดับเกณฑ์วัตถุดิบเตรียมคลอดข้อกำหนดใหม่ในการคัดเลือกเศษเหล็กและเคมีน้ำเหล็กที่จะนำมาหลอม เพื่อยกระดับมาตรฐานเหล็กเส้นตั้งแต่ต้นน้ำ และบังคับใช้เตาปรุงน้ำเหล็ก สำหรับโรงงานที่ใช้ระบบเตาหลอมแบบอินดักชัน (Induction Furnace: IF) สมอ. มีข้อบังคับว่าจะต้องจัดตั้งและเปิดใช้งาน "เตาปรุงน้ำเหล็ก" เพื่อควบคุมส่วนผสมทางเคมีให้ได้คุณภาพสม่ำเสมอ
“ส่วนกรณีที่โรงงานซินเคอหยวนเตรียมขยายการผลิตในสาขาที่ 2 ยืนยันว่า ไม่ว่าจะใช้เทคโนโลยีเตาหลอมรูปแบบใด (ทั้งระบบ IF หรือระบบ EF) บรรทัดฐานสำคัญที่สุดคือต้องผลิตสินค้าให้ได้คุณภาพตามกฎหมายและ มอก. หากในอนาคตตรวจพบว่ากระบวนการผลิตต่ำกว่ามาตรฐาน หรือสร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ก็พร้อมจะสั่งระงับ และสั่งปิดทันที ไม่มีข้อยกเว้น”รมว.อุตสาหกรรม กล่าว
รมว.อุตสาหกรรม กล่าวว่า ขอเชิญชวน นายกฤช และทีมงาน สส. ฝ่ายค้าน ให้มาร่วมลงพื้นที่ตรวจสอบโรงงานดังกล่าวด้วยกัน เพื่อตรวจสอบเตาปรุงน้ำเหล็กและกระบวนการผลิตให้เห็นกับตาตนเอง ในระยะยาว กระทรวงอุตสาหกรรมกำลังศึกษาแนวทางการเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยีไปสู่ "Green Steel" หรือ อุตสาหกรรมเหล็กที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นมาตรฐานสากลระดับโลก ตั้งแต่กระบวนการจัดหาวัตถุดิบสะอาดและการลดการปล่อยคาร์บอน โดยการปรับเปลี่ยนเทคโนโลยีในประเทศจะต้องพิจารณาให้สอดคล้องกับสถานการณ์เศรษฐกิจโลก ควบคู่ไปกับการรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนไทยเป็นสำคัญ








