“กฤช ศิลปชัย” สส.ระยอง พรรคประชาชน จับมือ “ชุติพงศ์” แถลงจี้กระทรวงอุตสาหกรรม ตอบคำถามสังคม หลังพบข้อพิรุธเพียบ กรณีไฟเขียวโรงงานเหล็กทุนจีน “ซิน เคอ หยวน” กลับมาเปิดดำเนินการ ทั้งที่ไม่ได้แก้ไขกระบวนการผลิตตามสั่ง แฉไทม์ไลน์สุดประจวบเหมาะ ช่วงเปลี่ยนผ่านรัฐบาล-เลขาฯ สมอ. เกษียณ สั่งปลดอายัดเหล็ก 4 หมื่นเส้นหายไปในตลาด ไร้หน่วยงานรับรองความปลอดภัย หวั่นตึกถล่มซ้ำรอยซากตึก สตง.
วันที่ 18 มิ.ย.2569 เวลา 09.45 น.ที่รัฐสภา นายกฤช ศิลปชัย สส.ระยอง พรรคประชาชน แถลงข่าวติดตามความคืบหน้ากรณีคำสั่งอนุญาตให้ บริษัท ซิน เคอ หยวน สตีล จำกัด กลับมาเปิดดำเนินการ หลังคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การอุตสาหกรรม มีการประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องวานนี้ โดยตั้งข้อสังเกตว่า กระบวนการอนุญาตของกรมโรงงานอุตสาหกรรม และสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) ยังมีความไม่โปร่งใสและมีข้อพิรุธในหลายประการ กรมโรงงานอุตสาหกรรมเคยมีคำสั่งให้โรงงานดังกล่าวปรับปรุงคุณภาพเหล็กจากกระบวนการผลิตเนื่องจากไม่มี "เตาปรุงน้ำเหล็ก" จนทำให้เหล็กตกมาตรฐาน แต่ในการชี้แจงต่อ กมธ. กรมโรงงานฯ กลับระบุเพียงว่า บริษัทได้ส่งแผนกระบวนการผลิตตามรายงาน EIA มาให้พิจารณา และ สมอ. ยืนยันว่าเป็นไปตามมาตรฐานแล้ว
"กระบวนการผลิตที่นำมาชี้แจง แท้จริงแล้วคือกระบวนการเดิมที่เคยมีปัญหา แต่กลับนำมาอ้างว่าถูกต้อง คำถามคือ คำสั่งที่ให้ปรับปรุงเตาปรุงน้ำเหล็กกลับไม่มีการดำเนินการ ทุกวันนี้โรงงานก็ยังไม่มีเตาปรุงน้ำเหล็ก แต่อ้างว่าใช้วิธีเติมสารบางอย่างในเตาหลอม ซึ่งในทางวิชาการ หากสารเคมีเกินมาตรฐาน จะไม่สามารถดึงออกได้ถ้าไม่มีเตาปรุงน้ำเหล็ก เรื่องนี้กรมโรงงานฯ ยังชี้แจงไม่เคลียร์" นายกฤช กล่าว และว่านอกจากนี้ ยังพบข้อสงสัยเกี่ยวกับการทำงานของ สมอ. ในกรณีการตรวจสอบเหล็กเส้นที่เคยถูกอายัดไว้กว่า 40,000 เส้น ซึ่งเดิมทีไม่มีการแบ่งล็อต แต่ต่อมามีการซอยล็อตเพื่อยื่นตรวจ และมีการถอนอายัดในช่วงเดือนกันยายน 2568
สส.ระยอง พรรคประชาชน ยังชี้ให้เห็นถึงไทม์ไลน์ที่น่าเคลือบแคลงใจว่า ช่วงเดือนกันยายน 2568 เป็นช่วงคาบเกี่ยวที่มีการเปลี่ยนผ่านรัฐบาล (ครม.อนุทิน 1) และเป็นช่วงที่เลขาธิการ สมอ. ในขณะนั้นกำลังจะเกษียณอายุราชการ ซึ่งปัจจุบันเหล็กเส้นกว่า 40,000 เส้นนี้ ได้ถูกจำหน่ายออกสู่ท้องตลาดไปหมดแล้ว โดยไม่มีการชี้แจงรายละเอียดทางวิชาการรองรับอย่างชัดเจน และไม่มีการเอ่ยถึงกรณีที่เคยตรวจพบเหล็กยี่ห้อ "Sky" ของโรงงานนี้ในซากตึก สตง. ที่พังถล่มก่อนหน้านี้เลย
ส่วนการสุ่มตรวจรอบล่าสุด สมอ. ยอมรับเองว่า เป็นเหล็กที่โรงงานจัดเตรียมไว้ให้ล่วงหน้า และเลือกส่งตรวจในสถาบันเอกชนที่บริษัทร้องขอเอง (สถาบันไทย-เยอรมัน และสถาบันยานยนต์) แทนที่จะส่งตรวจที่สถาบันเหล็กและเหล็กกล้าแห่งประเทศไทยเหมือนครั้งแรก ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ผิดปกติอย่างมาก ประเด็นที่ 3 คือกรณี "ฝุ่นแดง" (กากอุตสาหกรรมอันตราย) ช่วงพฤศจิกายน 2568 อุตสาหกรรมจังหวัดระยองในขณะนั้น ได้ทำหนังสือเวียนถามหน่วยงานต่างๆ แต่ยังไม่ทันได้รับหนังสือตอบกลับ ก็ชิงออกคำสั่งปลดอายัดฝุ่นแดงล่วงหน้า ก่อนที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) จะสั่งยุติคดีในเดือนธันวาคม 2568 ซึ่งต่อมาข้าราชการรายดังกล่าวถูกสั่งย้ายด่วน ตนจึงตั้งคำถามว่า ข้าราชการระดับจังหวัดจะกล้าตัดสินใจในประเด็นร้อนเช่นนี้ หากไม่มีผู้หลักผู้ใหญ่ในกระทรวงไฟเขียว ซึ่งประจวบเหมาะกับนโยบาย "ปิดเร็ว เปิดเร็ว พึ่งพาได้" ที่ออกมาในช่วงเปลี่ยนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมพอดี
“กมธ.การอุตสาหกรรม มีมติเรียกเอกสารไล่ไทม์ไลน์จากทุกหน่วยงานมาตรวจสอบอย่างละเอียด และขอย้ำว่าหากพบหลักฐานการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ จะดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด ไม่ว่าข้าราชการผู้นั้นจะยังอยู่ในตำแหน่งหรือเกษียณอายุราชการไปแล้วก็ตาม พร้อมเรียกร้องให้ นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง ใช้อำนาจเข้าไปตรวจสอบอย่างจริงจัง อย่าทำตัวเป็นเพียง "ตรายาง" ฟอกขาวให้กับธุรกิจทุนเทา”สส.ระยอง กล่าว
ด้าน นายชุติพงศ์ พิภพภิญญโญ อดีต สส.ระยอง แสดงความกังวลเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันเหล็กตกสเปกกว่า 40,000 เส้นนั้นไปอยู่ในโครงสร้าง อาคาร หรือสะพานแห่งใดบ้าง ซึ่งกระทบต่อความปลอดภัยของประชาชนโดยตรง พร้อมทั้งสะท้อนปัญหาวิกฤต "เหล็กจีน" ที่กำลังทะลักเข้ามาดัมพ์ราคาในตลาดไทย จนทำให้อุตสาหกรรมเหล็กในประเทศแทบจะล่มสลาย จึงต้องการมาตรการที่ชัดเจนจากภาครัฐในการควบคุมเตาหลอมระบบ IF และยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยอย่างเร่งด่วน








