วันที่ 10 มิถุนายน 2569 นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก “เทพไท – คุยการเมือง” ระบุว่า ยกเพลงชาติ ไทยนี้รักสงบ ฝากถึงกัมพูชา
มีควันหลงจากการประชุม ASEAN Future Forum 2026 ที่กรุงฮานอย ประเทศเวียดนาม ซึ่งมีการกล่าวบนเวทีประชุมระหว่างนายฮุนมาเนต นายกรัฐมนตรีประเทศกัมพูชา กับนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีประเทศไทย ซึ่งนายฮุนมาเนตได้กล่าวถึงสถานการณ์ความขัดแย้งไทย-กัมพูชาบนเวทีดังกล่าวว่า สถานการณ์หยุดยิงไทย-กัมพูชายังเปราะบาง เรียกร้องให้มีการประชุมJBC เพื่อจัดทำหลักเขตแดนตามข้อตกลงเดิม โดยอ้างว่าจะไม่ยอมรับการกำหนดเขตแดนด้วยการใช้กำลัง หรือการดำเนินการฝ่ายเดียว
ความหมายก็คือ นายฮุนมาเนตไม่ต้องการปฏิบัติตาม Joint Statement ที่ตกลงกัน ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2568 ซึ่งเป็นข้อตกลงหยุดยิงกัน ระหว่างไทย-กัมพูชา โดยยึดหลักใครครอบครองพื้นที่ใด ก็ให้พื้นที่นั้นเป็นของฝ่ายครอบครอง จนทำให้ฝ่ายกัมพูชาไม่พอใจผลการยึดพื้นที่ของทหารไทย ที่ยึดพื้นที่ได้มากกว่าฝ่ายกัมพูชา ซึ่งการที่นายฮุนมาเนตกล่าวอ้างว่า เป็นการยึดแบ่งพื้นที่เขตแดนโดยการใช้กำลัง ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง เพราะเป็นข้อตกลงใน Joint Statement หรือปฏิญญาสันติภาพ ที่ฝ่ายกัมพูชาและฝ่ายไทยตกลงร่วมกัน โดยมีสักขีพยาน ถ้าหากว่าฝ่ายกัมพูชาไม่ยอมรับข้อตกลงนี้ ก็ตั้งคำถามไปยังนายฮุนมาเนตว่า ฝ่ายกัมพูชาลงนามในปฏิญญาหยุดยิงทำไม
ในขณะเดียวกันสมเด็จฮุนเซน ได้เคลื่อนไหวลงพื้นที่ในจังหวัดบันเตียเมียนเจย เพื่อเยี่ยมเยียนผู้อพยพหมู่บ้านแห่งการรอคอย ซึ่งเป็นชาวกัมพูชาที่อพยพมาจากบ้านหนองจาน และหนองหญ้าแก้วของประเทศไทย ซึ่งสมเด็จฮุนเซนได้ประกาศว่า ดินแดนที่ทหารไทยเข้ามายึดครองอย่างผิดกฎหมายนั้น จะต้องถูกทวงคืนและมีการเรียกร้อง แต่การเรียกร้องนี้มีเพียง2วิธีคือ วิธีแรกคือการใช้กำลังทหาร และวิธีที่2 คือการเจรจาอย่างสันติ
ซึ่งถ้าดูเจตนาของสมเด็จฮุนเซน ต้องการจะบอกกับประชาชนคนกัมพูชาว่า พร้อมที่จะทวงคืนดินแดนที่ฝ่ายทหารไทยได้ยึดไว้ตาม Joint Statement ถ้าเป็นเช่นนี้แสดงว่าสมเด็จฮุนเซนไม่ยอมรับในปฏิญญาสันติภาพที่ลงนามกัน ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ แต่เข้าใจได้ว่าการที่สมเด็จฮุนเซนพูดเช่นนี้ ก็เพียงเพื่อปลุกระดมปลุกกระแสการรักชาติให้กับคนกัมพูชา เพราะประเทศกัมพูชาจะมีการเลือกตั้งเกิดขึ้นในกลางปีหน้า และนายฮุนมาเนตกำลังได้รับกระแสความนิยมที่ตกต่ำมาก จึงจำเป็นต้องให้สมเด็จฮุนเซนออกมาเคลื่อนไหวปลุกกระแสรักชาติ เพื่อเรียกความนิยมกลับคืนมา
ในขณะเดียวกันต่อความเคลื่อนไหวของสมเด็จฮุนเซนและนายฮุนมาเนต ทำให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีของไทย ได้พูดถึงเรื่องนี้ว่า หากมีผู้ใดคิดจะรุกล้ำอธิปไตย หรือใช้กำลังกับประเทศไทย ก็จำเป็นต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ และคิดให้ดีถึงผลที่จะตามมา เพราะประเทศไทยมีหน้าที่ และความพร้อมในการปกป้องดินแดน และอธิปไตยของตนเอง ซึ่งเป็นการตอบคำถามส่งไปยัง2พ่อลูกของประเทศกัมพูชาอย่างสุภาพ
แต่ในฐานะที่ผมเป็นนักวิเคราะห์การเมืองอิสระ ผมคิดว่านายอนุทินไม่จำเป็นต้องตอบคำถามอะไรมาก หรือใช้คำสละสลวยกับ2พ่อลูก เพียงแค่ยกถ้อยคำหรือวลีในเพลงชาติไทยให้2พ่อลูกได้ซึมซับ เพียง2ประโยคสั้นๆแค่นั้นเองว่า “ไทยนี้รักสงบ แต่ถึงรบไม่ขลาด” เพื่อให้2พ่อลูกได้รู้สำนึกว่า คนไทยพร้อมจะรับมือในทุกสถานการณ์








