หมายเหตุ : เจาะลึกวิสัยทัศน์ "หม่อมหลวงกรสิวัฒน์ เกษมศรี" ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. หมายเลข 1 ผ่านบทสัมภาษณ์ในรายการ "สยามรัฐสัปดาหวิจาณ์" ออกอากาศ ทางช่องยูทูบ Siamrathonline ประกาศขอเป็น "แม่ทัพ" นำทัพคนกรุงฝ่าวิกฤตเศรษฐกิจและราคาน้ำมันแพง แทนการเป็นเพียงแม่บ้านดูแลงานประจำทั่วไป
นำเสนอนโยบายเด่นทั้งการใช้ AI สร้างความปลอดภัยเมือง การจัดการขยะครบวงจรเพื่อเปลี่ยนขยะเป็นเงินสวัสดิการนับหมื่นล้าน และการแก้ปัญหาน้ำท่วม-รถติดด้วยระบบอัจฉริยะ พร้อมชูจุดยืนผู้สมัครอิสระที่เป็น "ผู้ประสานสิบทิศ" สามารถทำงานร่วมกับทุกกระทรวงและทุกฝ่ายอย่างไร้รอยต่อ
-ทำไมถึงประกาศว่าจะเป็น "แม่ทัพ" ไม่ใช่ "แม่บ้าน" ของคนกรุงเทพฯ?
งานแม่บ้าน เช่น การลอกท่อ ทำฟุตบาท เป็นงานปกติประจำวันที่ผู้อำนวยการเขตจัดการได้อยู่แล้ว แต่ที่ต้องเป็น "แม่ทัพ" เพราะปัจจุบันกรุงเทพฯ อยู่ในสภาวะวิกฤต ทั้งปัญหาเศรษฐกิจ หนี้สิน และราคาน้ำมันที่แพงกว่าประเทศเพื่อนบ้าน, กรุงเทพฯ กำลังสูญเสียเสน่ห์ในการดึงดูดการลงทุนเมื่อเทียบกับเวียดนามหรือมาเลเซีย ผู้ว่าฯ จึงต้องทำหน้าที่เป็นแม่ทัพเพื่อรับศึกและรักษาความปลอดภัยให้คนกรุงในทุกมิติ
- ในเมื่อผู้ว่าฯ กทม. ไม่มีอำนาจเต็มในทุกเรื่อง จะแก้ปัญหาแบบ "ซุปเปอร์ฮีโร่" ได้อย่างไร?
กรุงเทพฯ ไม่ได้ต้องการซุปเปอร์ฮีโร่ แต่ต้องการ "ผู้ประสานสิบทิศ" ที่สามารถทำงานร่วมกับรัฐมนตรีทุกกระทรวงได้ ผู้ว่าฯ จะอ้างว่าไม่มีอำนาจไม่ได้ หากประชาชนเดือดร้อน ผู้ว่าฯ มีหน้าที่ต้องไปประสานงานกับผู้ที่มีอำนาจโดยตรงเพื่อให้เกิดผลงานและการแก้ไขปัญหาให้ได้
- นโยบาย BKK Safe หรือการสร้างความปลอดภัยให้เมืองมีรายละเอียดอย่างไร ?
เป้าหมายคือทำให้กรุงเทพฯ เป็น "Safety Zone" สำหรับคนทั่วโลก โดยมีแนวทางหลักคือ
การเพิ่มกล้อง CCTV ปัจจุบัน กทม. มีกล้อง 60,000 ตัว แต่เมืองหลวงใหญ่ๆ ในโลกมีเป็นล้านตัว ผมจะขอเชื่อมต่อกล้องจากภาคเอกชน (หน้าเซเว่น คอนโด สถานีรถไฟฟ้า) ซึ่งจะทำให้เรามีกล้องเพิ่มเป็น 500,000 ตัวทันทีโดยใช้งบประมาณน้อยมาก
ระบบ AI สยบอาชญากรรม ใช้ระบบ AI และ Face Recognition (จดจำใบหน้า) เชื่อมต่อกับฐานข้อมูลหมายจับของไทยและตำรวจสากล (Interpol) หากอาชญากรหรือมือปืนที่มีชื่อในลิสต์ปรากฏตัวในกรุงเทพฯ ระบบจะแจ้งเตือนทันที เพื่อให้ตำรวจเข้าเชิญตัว
Night Economy เมื่อเมืองปลอดภัย จะสามารถค้าขายและท่องเที่ยวได้ 24 ชั่วโมง กระตุ้นเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจกลางคืน
AI ตรวจสอบความผิดปกติ ระบบ AI จะทำหน้าที่รายงานกล้องที่เสียหรือถูกเปลี่ยนมุม รวมถึงรายงานจุดที่แสงสว่างไม่เพียงพอหรือมีเสียงผิดปกติ เพื่อให้เจ้าหน้าที่เข้าแก้ไขได้ทันทีโดยไม่ต้องรอคนแจ้ง
- จะจัดการปัญหาขยะอย่างไรให้เกิดรายได้คืนแก่คนกรุงเทพฯ?
กทม. เสียเงินค่าขยะปีละประมาณ 8,000 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่คือการนำไปฝังกลบซึ่งเป็นวิธีที่โบราณและสกปรก ผมมีแนวคิด "กรุงเทพฯ ไร้ขยะ" นั่นคือเรามีแผนดังนี้
ขยะเปียก (50%) จะไม่นำไปทำปุ๋ยแบบเปิดที่ส่งกลิ่นเหม็น แต่จะใช้ระบบ Biogas (ถังหมักปิด) เพื่อผลิตก๊าซหุงต้มและปุ๋ย โดยจะจัดหารถดูดขยะเปียกจากต้นทาง (เช่น ห้างสรรพสินค้า) ไปเข้าโรงผลิตไฟฟ้าจากก๊าซชีวภาพ
ขยะแห้ง/รีไซเคิล จัดตั้ง ธนาคารรีไซเคิลในโรงเรียน ให้เด็กนำขยะมาแลกอุปกรณ์การเรียน เพื่อปลูกฝังการแยกขยะจากครัวเรือน
ขายขยะให้โรงปูน แทนที่จะเสียเงินจ้างฝังกลบตันละ 800 บาท เราสามารถนำขยะส่วนหนึ่งขายให้โรงปูนเพื่อใช้เป็นเชื้อเพลิง ซึ่งจะทำให้ได้เงินกลับคืนมาแทนการเสียเงินทิ้ง,
เป้าหมายงบประมาณ หากจัดการครบวงจร จะมีเงินกลับมาดูแลผู้สูงอายุและเด็กได้ถึงหมื่นล้านบาท (รวมการขายคาร์บอนเครดิต)
กองทัพ อสส. คือผู้สนับสนุนอาสาสมัครสาธารณสุข (อสส.) ให้เป็นทหารราบดูแลผู้ป่วยติดเตียงและคนพิการถึงบ้าน โดยใช้เทคโนโลยี Smart Watch และ Telemedicine เชื่อมต่อกับแพทย์,
ศูนย์แพทย์ใกล้บ้าน เปลี่ยนศูนย์บริการสุขภาพ 69 แห่ง ให้เป็นศูนย์แพทย์ที่มีทั้งหมอแผนปัจจุบันและ หมอแผนไทย เพื่อลดความแออัดในโรงพยาบาลใหญ่,
ยกระดับโรงพยาบาล กทม.พัฒนาโรงพยาบาลในสังกัด 10 แห่งให้มีมาตรฐานระดับตติยภูมิ (เทียบเท่าวชิรพยาบาล) โดยใช้งบประมาณที่ประหยัดได้จากการจัดการขยะ
- จะแก้ปัญหาน้ำท่วม "รอการระบาย" อย่างไร?
ต้องทำ Underground Detention (แก้มลิงใต้ดิน) ใต้สวนสาธารณะขนาดใหญ่ เช่น สวนจตุจักร หรือสวนรถไฟ เพื่อพักน้ำฝนก่อนจะปั๊มออกเมื่อฝนหยุด นอกจากนี้ต้องเปลี่ยนฟุตบาทให้เป็นแบบซึมน้ำได้ เพื่อให้เมืองโอบอุ้มน้ำตามธรรมชาติ ไม่ใช่ใช้คอนกรีตบล็อกน้ำจนลงถนนหมด
-ปัญหาจราจรและฝุ่น PM 2.5 จะบรรเทาได้อย่างไร?
ฝุ่นในกรุงเทพฯ มาจากยานยนต์ถึง 72% ผมจะใช้ระบบ Smart Intersection โดยมี AI (City Brain) คำนวณการเปิด-ปิดไฟจราจรทั้ง 578 แยกทั่วกรุงเทพฯ พร้อมกันอย่างเป็นระบบ ไม่ใช่ทำเพียงแค่บางจุด, หากลดเวลาติดเกาะถนนได้ 15% จะช่วยคนกรุงประหยัดค่าน้ำมันได้ถึง 60,000 ล้านบาทต่อปี และลดฝุ่น PM 2.5 ได้มหาศาล,
- กรุงเทพฯ ร้อนมาก มีวิธีแก้ไขที่เป็นรูปธรรมไหม?
นอกจากการนำน้ำลงใต้ดินเพื่อลดอุณหภูมิพื้นผิวแล้ว จะส่งเสริมการใช้ Cool Roof (หลังคาเย็น) และ Cool Paint (สีสะท้อนความร้อน) ทาตึกและหลังคาเพื่อลดความร้อนได้ถึง 10 องศา ซึ่งจะช่วยประหยัดค่าไฟและลดความร้อนจากคอมเพรสเซอร์แอร์ที่ปล่อยออกมาใส่กัน
-จะจัดการกับปัญหาหาบเร่แผงลอย คนเร่ร่อน และมาเฟียอย่างไร?
ผู้ว่าฯ ต้องเป็นหลังพิงให้คนตัวเล็กตัวน้อย ไม่ใช่ไล่ต้อนจนเขาไม่มีที่ทำกิน
หาบเร่แผงลอย จัดระเบียบให้ขายได้ในจุดที่เหมาะสมและสะอาด โดย กทม. จะประสานขอยืมพื้นที่ว่างที่ปลูกกล้วย/มะนาวเพื่อเลี่ยงภาษี มาทำเป็นตลาดหรือลานกีฬาแทน ในเรื่องปัญหามาเฟีย ผู้ว่าฯ ต้องกล้าจัดการประสานกับตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ปล่อยให้คนจนถูกรีดไถ
- มีวิธีการจัดการกับการทุจริตในระบบราชการอย่างไร?
ผมเน้นการใช้ "ระบบสยบโกง" โดยใช้ AI ตรวจสอบการล้อคสเปคในการประมูล, เช่น การนำข้อกำหนด (TOR) ขึ้นเว็บไซต์ให้สาธารณะวิจารณ์นานขึ้น และใช้ AI แจ้งเตือนหากพบความผิดปกติ การสร้างระบบที่โกงไม่ได้สำคัญกว่าการไล่คนออก เพราะเป็นการช่วยให้ข้าราชการเป็นคนดีโดยอัตโนมัติ
- การเป็นผู้สมัคร "อิสระ" มีข้อดีและข้อเสียอย่างไรในการทำงาน?
ข้อดีคือผมไม่มี "นาย" ที่เป็นพรรคการเมืองคอยสั่งการ นโยบายทั้งหมดมาจากใจเพื่อประชาชนจริงๆ และในฐานะคนไม่มีสี ผมสามารถประสานงานกับ สก. ทุกกลุ่มและรัฐมนตรีทุกพรรคได้โดยไม่มีกำแพงความระแวงทางการเมือง ผมพร้อมเเปลืองตัวเพื่อประโยชน์ส่วนรวม เหมือนที่เคยต่อสู้เรื่องพลังงานมาโดยตลอด
- สโลแกนและเป้าหมายสูงสุดคืออะไร?
"เลือกหมายเลข 1 หม่อมกร ให้กรุงเทพฯ เป็นที่หนึ่งในอาเซียน" เตรียมคนรุ่นใหม่ให้เป็น Global Citizen ที่พูดได้ 3 ภาษา เพื่อดึงดูดการลงทุนและสร้างโอกาสให้คนกรุงเทพฯ








