สว.นพดล ยันไทยไม่เสียเปรียบเขมร ชี้ การประนอมภาคบังคับ ไม่ใช่คำพิพากษา
วันที่ 5 มิ.ย.69 นายนพดล อินนา สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาข้อดีข้อเสียการยกเลิก MOU 2543 และ MOU 2544 เพื่อแก้ไขปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา วุฒิสภา ได้กล่าวถึงความคืบหน้าการเจรจาข้อพิพาททางทะเลกับกัมพูชา โดยระบุว่าขอชื่นชมถ้อยแถลงของกระทรวงการต่างประเทศที่มีความชัดเจนในขั้นตอนการเข้าสู่กรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล ค.ศ. 1982 หรือ UNCLOS 1982 ซึ่งเป็นกติกาสากลในการแก้ไขความขัดแย้ง
โดยขั้นตอนปกติเมื่อมีการยกเลิก MOU 44 และกัมพูชารับทราบแล้ว ทั้งสองประเทศต้องเปิดเจรจาระดับทวิภาคีเพื่อลากเส้นแบ่งเขตไหล่ทวีปตามหลักเกณฑ์กฎหมายสากล ซึ่งหากตกลงกันได้เหมือนกรณีไทย-เวียดนามในอดีต ปัญหาพื้นที่ทับซ้อนจะจบลงทันที หรือหากตกลงพื้นที่ทับซ้อนได้ ก็สามารถทำ MOU บริหารจัดการผลประโยชน์ร่วมกันด้านแก๊สธรรมชาติและปิโตรเลียม เช่นเดียวกับกรณีไทย-มาเลเซีย
ทั้งนี้ในกรณีที่เลวร้ายที่สุดหากเจรจาทวิภาคีไม่ได้แม้จะใช้กรอบ UNCLOS 1982 แล้ว ขั้นตอนต่อไปคือกระบวนการการประนอมภาคบังคับ (Conciliation) ซึ่งนายนพดลย้ำว่าประชาชนยังมีความเข้าใจคลาดเคลื่อน โดยความจริงแล้วจะต้องตั้งกรรมการจากตัวแทนกัมพูชา 2 คน ไทย 2 คน และประธานคนกลาง 1 คน มาศึกษาร่วมกันก่อน
"คณะกรรมการทั้ง 5 ท่านนี้ จะใช้เวลาศึกษาข้อมูลประมาณ 1 ปี เพื่อจัดทำรายงานที่เป็นเพียงข้อเสนอแนะ (Recommendation) เท่านั้น ไม่ใช่คำพิพากษาของศาลโลก เมื่อส่งรายงานนี้ให้ทั้งสองประเทศแล้ว ทั้งไทยและกัมพูชาก็ต้องกลับมาเปิดเจรจาทวิภาคีกันอีกรอบว่าจะปฏิบัติตามข้อเสนอแนะนั้นหรือไม่ สมมุติว่าคณะกรรมการฯ เสนอให้ขีดเส้นลากเฉียดเกาะกูดเหมือนเดิม ฝ่ายไทยก็มีสิทธิ์เด็ดขาดที่จะปฏิเสธไม่รับข้อเสนอแนะนั้นได้ตามกติกาสากล ดังนั้น ประชาชนจึงไม่ต้องกังวลหรือเกิดภาพจำซ้ำรอยอดีตกรณีข้อพิพาทเขาพระวิหาร เพราะนี่เป็นคนละกรอบกฎหมายกันอย่างสิ้นเชิง และในกรอบสากลนี้ไทยไม่มีทางเสียเปรียบแน่นอน"
นอกจากนี้ นายนพดลยังกล่าวถึงบทบาทของวุฒิสภาที่เคยเชิญเอกอัครราชทูตกลุ่มประเทศอาเซียนบวกสาม รวม 12 ประเทศมาร่วมหารือซึ่งได้รับผลตอบรับเป็นอย่างดีในการสร้างความเข้าใจต่อสถานการณ์ของไทย ดังนั้นการที่นายสีหศักดิ์เดินหน้าชี้แจงข้อเท็จจริงต่อประเทศต่างๆ ในวันนี้จึงเป็นสิ่งที่ทางวุฒิสภาเห็นด้วยอย่างยิ่ง และในก้าวต่อไปนายนพดลเตรียมนำเรื่องเข้าหารือกับคณะกรรมการที่ปรึกษาด้านต่างประเทศของวุฒิสภาในการประชุมวาระแรก เพื่อเสนอเป้าหมายในการเชิญกลุ่มเอกอัครราชทูตจากสหภาพยุโรป หรือ EU เข้ามาร่วมหารือและรับฟังคำชี้แจงข้อมูลคู่ขนานไปกับฝ่ายบริหาร เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของชาติและให้กลไกฝ่ายบริหารกับนิติบัญญัติเดินหน้าไปในทิศทางเดียวกัน ป้องกันไม่ให้คู่กรณีนำประเด็นนี้ไปบิดเบือนว่าประเทศไทยเกิดความขัดแย้งภายในกันเอง
#นพดล #วุฒิสภา #ไทยกัมพูชา #เขมร #ข้อพิพาทชายแดน #ประนอมภาคบังคับ #การเมืองไทย #ข่าวการเมือง #ความมั่นคง #ข่าววันนี้ #สยามรัฐออนไลน์ #siamrathonline








