“บิ๊กดุลย์” กระทบไหล่บิ๊กเพนตากอน! ไทย-สหรัฐฯ ประกาศปรับโฉมกองทัพ ดึงเทคโนโลยีไฮเทคไซเบอร์-อวกาศ ยกระดับความมั่นคงอินโด-แปซิฟิก
พลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม ได้พบหารือทวิภาคีกับ นาย Pete Hegseth รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสงครามสหรัฐอเมริกา ในห้วงการประชุม IISS Shangri-La Dialogue ครั้งที่ 23 ณ สาธารณรัฐสิงคโปร์
โดยทั้งสองฝ่ายได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์ความมั่นคงในภูมิภาค ตลอดจนแนวทางเสริมสร้างความร่วมมือด้านกลาโหมระหว่างไทยและสหรัฐอเมริกา
พลโทอดุลย์ กล่าวแสดงความยินดีที่ได้พบหารือกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสงครามสหรัฐฯ พร้อมย้ำว่า ไทยให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์ในฐานะพันธมิตรและหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ที่มีความใกล้ชิดและยาวนาน โดยพร้อมสานต่อความร่วมมือด้านความมั่นคงให้มีความเข้มแข็งและสอดคล้องกับสภาพแวดล้อมด้านความมั่นคงที่เปลี่ยนแปลงไป
และขอบคุณสหรัฐอเมริกาที่ให้การสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพด้านอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของไทย โดยเฉพาะเทคโนโลยีที่มีความสำคัญต่อการเสริมสร้างขีดความสามารถของกองทัพในอนาคต อาทิ ระบบอากาศยานไร้คนขับ (UAS) ระบบต่อต้านอากาศยานไร้คนขับ (Counter-UAS) ความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ เทคโนโลยีอวกาศ และระบบบริหารจัดการสนามรบสมัยใหม่
ทั้งสองฝ่าย ยังได้ยืนยันความสำคัญของการฝึก Cobra Gold ซึ่งเป็นสัญลักษณ์แห่งมิตรภาพและความร่วมมือทางทหารระหว่างไทยและสหรัฐอเมริกามาอย่างยาวนาน รวมทั้งเป็นการฝึกร่วมผสมพหุภาคีที่สำคัญที่สุดรายการหนึ่งของภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก โดยเห็นพ้องที่จะดำรงและพัฒนาการฝึกอย่างต่อเนื่อง เพื่อเสริมสร้างความพร้อมรบ การปฏิบัติการร่วม และความสามารถในการรับมือภัยคุกคามรูปแบบใหม่ ตลอดจนการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและการบรรเทาสาธารณภัย
นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะผลักดันการปรับปรุงกรอบความร่วมมือและเอกสารที่เกี่ยวข้องให้มีความทันสมัย รองรับมิติความร่วมมือในอนาคต ทั้งด้านการศึกษา การฝึก การปฏิบัติการร่วม การพัฒนาขีดความสามารถทางทหาร และการจัดหายุทโธปกรณ์ ตลอดจนเสริมสร้างความร่วมมือในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ โดยเฉพาะเครือข่ายหลอกลวงทางออนไลน์ (Scammer Network) ซึ่งส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ ความมั่นคง และความปลอดภัยของประชาชนในหลายประเทศทั่วภูมิภาค
โอกาสเดียวกันนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมได้กล่าวขอบคุณสหรัฐอเมริกาสำหรับบทบาทเชิงสร้างสรรค์ในการสนับสนุนสันติภาพและเสถียรภาพในภูมิภาค
รวมถึงความเข้าใจต่อสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างไทยและกัมพูชา โดยฝ่ายสหรัฐฯ ยืนยันการสนับสนุนแนวทางการแก้ไขปัญหาด้วยสันติวิธี และเห็นพ้องกับไทยในการใช้กลไกการหารือระดับทวิภาคีเป็นช่องทางหลักในการคลี่คลายประเด็นต่าง ๆ อย่างสร้างสรรค์ บนพื้นฐานของความเคารพซึ่งกันและกันและหลักกฎหมายระหว่างประเทศ








