วันที่ 26 พ.ค. 69 "แก้วตา" น.ส.ธิษะณา ชุณหะวัณ อดีต สส.กรุงเทพมหานคร พรรคประชาชน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ธิษะณา ชุณหะวัณ - แก้วตา - Tisana Choonhavan ระบุว่า...
การมโนว่า “ระบอบสีน้ำเงินใหญ่กว่าภูมิใจไทย” อาจฟังดูเหมือนวิเคราะห์ลึก แต่เอาเข้าจริงมันคือการพยายามพาตัวเองหนีออกจากฉากอาชญากรรมทางการเมืองที่ตัวเองมีส่วนลงมือ
ใช่ค่ะ ระบอบอำนาจนิยมไม่ได้เกิดจากคนคนเดียว
แต่คำถามง่าย ๆ ที่ไม่ต้องใช้สติปัญญาซับซ้อนอะไรมากก็คือ
แล้วใครโหวตให้อนุทินเป็นนายกรัฐมนตรี?
จะอ้างรัฐธรรมนูญ 2560
จะอ้างองค์กรอิสระ
จะอ้างยุทธศาสตร์ชาติ
จะอ้างโครงสร้างอำนาจที่ไม่ยึดโยงประชาชน
อ้างได้หมดค่ะ แต่การอ้างโครงสร้างเพื่อกลบการกระทำของตัวเอง ไม่ใช่การวิเคราะห์ทางการเมือง มันคือการแถแบบดูถูกความทรงจำประชาชน
ประชาชนไม่ได้ความจำสั้นขนาดนั้น
และไม่ได้ไร้เดียงสาทางการเมืองถึงขั้นแยกไม่ออกว่า “โครงสร้าง” กับ “คนที่ยกมือให้โครงสร้างนั้นมีอำนาจต่อ” มันเกี่ยวข้องกันอย่างไร
ปัญหาไม่ใช่ว่าคุณไม่รู้ว่าระบอบนี้เป็นปัญหา
ปัญหาคือคุณรู้ แต่ก็ยังโหวต
แล้ววันนี้กลับมาพูดเหมือนตัวเองเป็นเพียงผู้สังเกตการณ์ ทั้งที่ในทางประวัติศาสตร์การเมือง คุณคือหนึ่งในคนที่ทำให้สมการอำนาจนี้เกิดขึ้นจริง
นี่ไม่ใช่ความผิดพลาดเล็กน้อย
นี่คือการใช้เสียงประชาชนไปผลิตซ้ำอำนาจที่ประชาชนจำนวนมากไม่ต้องการ
เพราะฉะนั้น อย่ามโนว่าการพูดคำใหญ่ ๆ อย่าง “ระบอบ” จะล้างความรับผิดชอบได้
ระบอบอาจใหญ่กว่าภูมิใจไทย
แต่การโหวตอนุทินเป็นนายกฯ คือการตัดสินใจของคุณเอง
รับผิดค่ะ ไม่ใช่แถและอีกอย่างที่ชัดมากคือ คุณเท้งตอบคำถามทางการเมืองแบบไม่มีชั้นเชิงเลย
เวลาอยู่บนเวทีหรืออยู่ในพื้นที่ที่ไม่มีใครถามย้อน อาจพูดคำใหญ่ ๆ ได้ ดูเหมือนเฉียบคม ดูเหมือนกล้าชน ดูเหมือนมีหลักการ แต่พอต้องตอบคำถามจริง ๆ ที่แตะความรับผิดชอบของตัวเอง กลับเหลือแค่การแถ การมโน และการโยนความผิดให้ “โครงสร้าง” แบบสำเร็จรูป
นักการเมืองที่มีวุฒิภาวะทางการเมือง ไม่ใช่คนที่เก่งแต่จิกกัด แซะคนอื่น หรือพูดประโยคให้กองเชียร์เอาไปตัดคลิป
นักการเมืองที่มีวุฒิภาวะ ต้องตอบให้ได้ว่า
เมื่อการตัดสินใจของตนส่งผลทางประวัติศาสตร์การเมือง
ตนจะรับผิดชอบอย่างไร
แต่สิ่งที่เห็นคือ พอถูกถามเรื่องโหวตอนุทิน กลับตอบเหมือนคนที่ยังไม่เข้าใจน้ำหนักของการใช้อำนาจรัฐสภา
การโหวตนายกรัฐมนตรีไม่ใช่การกดไลก์
ไม่ใช่การเล่นเกมการเมืองรายวัน
ไม่ใช่เรื่องที่จะล้างได้ด้วยวลีว่า “มองไปข้างหน้า”
เพราะการเมืองมีผลจริง
ประชาชนต้องอยู่กับผลของการตัดสินใจนั้นจริง
และประเทศต้องจ่ายราคาจริง
ที่น่าเศร้าคือ คนที่ชอบทำท่าเหมือนตนเองฉลาดกว่าคนอื่น กลับตอบคำถามพื้นฐานที่สุดของประชาธิปไตยไม่ได้ว่า
เมื่อคุณใช้อำนาจของประชาชนไปเปิดทางให้อำนาจที่คุณด่าในวันนี้
คุณจะรับผิดชอบอย่างไร
ถ้าตอบได้แค่แถ ก็อย่ามโนว่าเป็นความลึกซึ้งทางการเมืองค่ะ
บางทีมันอาจเป็นแค่ความตื้นเขินที่พูดด้วยน้ำเสียงมั่นใจเท่านั้นเอง
Your hunger for power did not just betray the people — it destroyed Thailand’s political future
#แก้วตา #เท้ง #ระบอบสีน้ำเงิน #ภูมิใจไทย #การเมือง #ข่าวการเมือง #พรรคประชาชน #อนุทิน #ข่าววันนี้ #สยามรัฐออนไลน์ #siamrathonline








