ทบ.ประชุมหน่วยขึ้นตรง กำชับเดินหน้าสกัดกั้นยาเสพติดแนวชายแดน ควบคู่บูรณาการส่วนราชการรับมือภัยพิบัติ พร้อมให้ความสำคัญการดูแลกำลังพลทุกระดับ
วันนี้ (25 พ.ค. 69) เวลา 09.00 น. ที่กองบัญชาการกองทัพบก พลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก เปิดเผยว่า พลเอก พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก เป็นประธานการประชุมหน่วยขึ้นตรงกองทัพบก ครั้งที่ 8/2569 ซึ่งวาระแรกก่อนการประชุม ผู้บัญชาการทหารบก ได้ทำพิธีมอบเงินทุนการศึกษาบุตรกำลังพลกองทัพบก ประจำปี 2569 จำนวน 78,650 คน โดยจัดสรรจากกองทุนสวัสดิการกองทัพบก เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจต่อกำลังพลในการปฏิบัติหน้าที่ จากนั้นศูนย์ปฏิบัติการกองทัพบก ได้รายงานผลการปฏิบัติงานกองกำลังป้องกันชายแดนในห้วงเดือนที่ผ่านมาดังนี้
การสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด ตรวจพบการกระทำผิด 97 ครั้ง จับกุมผู้กระทำผิด 100 คน ยึดของกลางได้เป็น ยาบ้า 29,414,649 เม็ด, ไอซ์ 2,380 กิโลกรัม, เคตามีน 21 กิโลกรัม, เฮโรอีน 11.65 กิโลกรัม และฝิ่น 81.72 กิโลกรัม
การจับกุมผู้ลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย มีการตรวจพบ 198 ครั้ง จับกุมผู้กระทำผิดได้ 726 คน เป็นสัญชาติไทย 224 คน เมียนมา 210 คน กัมพูชา 139 คน และอื่นๆ
การสกัดกั้นการลักลอบนำเข้าสินค้าทางการเกษตรและสิ่งผิดกฎหมาย ตรวจพบการกระทำผิด 54 ครั้ง จับกุมผู้กระทำผิด 58 คน ยึดของกลางได้ อาทิ น้ำมันเลี่ยงภาษี แบ่งเป็น ดีเซล 25,990 ลิตร, เบนซิน 10,540 ลิตร และผลผลิตทางการเกษตร เป็นต้น
ในส่วนของกรมกำลังพลทหารบก ได้ชี้แจงการพัฒนาแนวทางการคัดเลือกบุคคลเข้าปฏิบัติงานในกองทัพบก ที่จะนำมาใช้ในปีงบประมาณ 2570 จากเดิมที่ใช้ระบบการสอบแบบ One Stop Service เป็นการใช้ระบบ Criteria Admission System to Army หรือ “CASTA” เพื่อยกระดับมาตรฐานและเพิ่มประสิทธิภาพของการสอบคัดเลือกฯ ซึ่งแบ่งกระบวนการสอบคัดเลือกเป็น 3 ขั้นตอน ได้แก่
การสอบภาค ก เป็นการวัดความรู้ทั่วไปที่จำเป็นต่อการรับราชการในกองทัพบก โดยกรมยุทธศึกษาทหารบก
การสอบภาค ข เป็นการสอบวัดความรู้เฉพาะตำแหน่งซึ่งดำเนินการโดยหน่วย/เหล่าสายวิทยาการ
การสอบภาค ค เป็นการสอบวัดความเหมาะสมกับตำแหน่ง เพื่อประเมินความพร้อมทั้งทางร่างกายและจิตใจของผู้สมัคร (การทดสอบสมรรถภาพร่างกายและการสัมภาษณ์)
นอกจากนี้กรมกำลังพลทหารบกได้เน้นย้ำให้ผู้บังคับหน่วยให้ความสำคัญกับการส่งเสริมการศึกษานอกระบบสำหรับทหารกองประจำการ ตามนโยบายของกองทัพบก ทั้งการจัดการเรียนเสริมให้กับทหารกองประจำการ และการนำหลักสูตรการฝึกทหารใหม่และการฝึกเฉพาะหน้าที่เทียบโอนหน่วยกิต เพื่อลดระยะเวลาการศึกษาตามโครงการ “1 ปี 1 วุฒิ” ของกรมส่งเสริมการเรียนรู้ต่อไป
โอกาสนี้ ผู้บัญชาการทหารบก ได้กล่าวขอบคุณทุกหน่วยในการดำเนินการที่ผ่านมา โดยเฉพาะการฝึกทหารใหม่ที่เป็นไปด้วยความเรียบร้อย พร้อมกำชับให้ทุกหน่วยดูแลกำลังพลอย่างใกล้ชิด ทั้งด้านการฝึก สภาพความเป็นอยู่ และสุขภาพร่างกาย
ในส่วนของสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสอีโบลา ในประเทศคองโก ซึ่งล่าสุดศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งแอฟริกา (Africa CDC) ประกาศขยายพื้นที่เสี่ยงพบการระบาดของอีโบลา เพิ่มอีก 10 ประเทศ รวมถึงสาธารณรัฐเซาท์ซูดาน ซึ่งเป็นพื้นที่ปฏิบัติภารกิจของกองร้อยทหารช่างเฉพาะกิจไทย - เซาท์ซูดาน ผู้บัญชาการทหารบกได้แสดงความห่วงใยและมอบหมายให้หน่วยที่เกี่ยวข้องดำเนินการสำรวจความต้องการด้านสาธารณสุขและสิ่งอุปกรณ์จำเป็น เพื่อเตรียมความพร้อมในการดูแลด้านสุขภาพและความช่วยเหลือไปยังกำลังพลที่อยู่ในระหว่างปฏิบัติหน้าที่อย่างเร่งด่วน
นอกจากนี้ผู้บัญชาการทหารบก ได้เน้นย้ำให้ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพบก ในทุกพื้นที่เตรียมแผนการช่วยเหลือประชาชนจากเหตุภัยพิบัติ โดยนำสถิติภัยพิบัติที่เกิดขึ้นมาเป็นบทเรียนในการปฏิบัติ เพื่อช่วยเหลือประชาชนอย่างทันท่วงทีและมีประสิทธิภาพสูงสุด โดยบูรณาการร่วมกับส่วนราชการจังหวัดอย่างใกล้ชิด
สุดท้ายนี้ ผู้บัญชาการทหารบกขอให้ทุกหน่วยยึดมั่นในเอกภาพ และการเตรียมความพร้อมในการปฏิบัติงาน ตามนโยบายที่กองทัพบกกำหนด เพื่อให้สามารถรับมือกับภัยคุกคามและความท้าทายทุกรูปแบบ รวมถึงให้ผู้บังคับหน่วยให้ความสำคัญในการดูแลสิทธิสวัสดิการของกำลังพลทั้งในส่วนที่ปฏิบัติงานในที่ตั้งปกติ และกองกำลังป้องกันชายแดน รวมถึงกำลังพลและครอบครัวที่ได้รับผลกระทบจากการปฏิบัติหน้าที่ราชการสนามอย่างครบถ้วน








