วันที่ 21 พ.ค.69 นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์คลิป พร้อมข้อความผ่านเฟซบุ๊ก เทพไท คุยการเมือง ระบุว่า...
เสนอวิธีแก้การคอร์รัปชั่น
หลังจากนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้แต่งตั้งคณะกรรมการประสานงานเพื่อต่อต้านการทุจริต(คตท.) เพื่อแก้ปัญหาการทุจริตคอรัปชั่นที่เกิดขึ้นในประเทศ มีการวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างกว้างขวางว่า การแต่งตั้งคณะกรรมการชุดนี้ แต่งตั้งเพื่อแก้เกี้ยวหรือแต่งตั้งเพื่อเอาจริงเอาจังกับการปราบปรามการทุจริต หรือแต่งตั้งเพื่อกลบกระแสที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ หลังจากนายอนุทินได้พูดกับสื่อมวลชนพาดพิงไปยังกกร.ว่า เมื่อกล้าที่จะเปิดเผยรายชื่อหน่วยงานภาครัฐเกี่ยวข้องกับการทุจริตรับสินบน ถ้าหากไม่เป็นความจริง ก็ต้องพร้อมรับการถูกฟ้องกลับด้วย
แต่อย่างไรก็ตามคณะกรรมการคตท.เพื่อที่จะปราบปรามการทุจริตที่เกิดขึ้นในประเทศ นับวันที่จะเกิดขึ้นมากมาย และเป็นกระแสความรู้สึกของประชาชน เห็นจากการสำรวจของKPI Poll สถาบันพระปกเกล้า ที่ประชาชนต้องการให้รัฐบาลแก้ปัญหาการทุจริตสูงถึง 60.7% และผลการสำรวจของสวนดุสิตโพล ประชาชนต้องการให้รัฐบาลแก้ปัญหาการทุจริตอยู่ในลำดับต้นเช่นเดียวกัน
ในฐานะเป็นนักวิเคราะห์การเมืองเห็นว่า การที่นายอนุทินแต่งตั้งคณะกรรมการประสานงานเพื่อต่อต้านการทุจริตหรือคตท. อาจจะเป็นการแต่งตั้งเพื่อให้เกิดภาพลักษณ์ของรัฐบาลว่า เอาจริงเอาจังกับการปราบปรามการทุจริต แต่ผลสำเร็จในการปราบปรามหรือป้องกันจะเกิดขึ้นได้หรือไม่ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง แต่การตั้งคตท.ที่มีภาคเอกชนเข้าร่วมด้วย ก็น่าจะเป็นการป้องกันและปราบปรามการทุจริตที่ปลายเหตุ
จึงอยากเสนอแนวทางแก้ปัญหาการทุจริตของชาติ เริ่มต้นจากต้นเหตุใน3ส่วนคือ
1.แก้ไขจากนักการเมืองเข้าสู่อำนาจคือ การแก้ไขจากบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ เมื่อผลประชามติ 21ล้านเสียง ต้องการให้จัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ก็เป็นโอกาสในการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ กำหนดการเข้าสู่อำนาจของนักการเมืองหรือส.ส. ป้องกันไม่ให้นักการเมืองซื้อเสียง ทุจริตการเลือกตั้ง ถ้านักการเมืองไม่ซื้อเสียง ไม่ลงทุน การเข้าสู่อำนาจจะมีการทุจริตคอร์รัปชั่นน้อยลง แต่ถ้านักการเมืองหรือพรรคการเมืองลงทุนกันอย่างมโหฬาร ซื้อเสียงกันอย่างเปิดเผย หมดเงินกันพรรคละหลัก1000ล้านถึง10,000บาท เมื่อเลือกตั้งเสร็จ ทุกพรรคก็หวังจะเข้ามาเป็นรัฐบาล เมื่อเป็นรัฐบาลแล้วก็ถอนทุนคืน จึงเป็นบ่อเกิดของการทุจริตคอร์รัปชั่น
เมื่อโอกาสที่จะทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่แล้วก็ควรเขียนบทบัญญัติให้รัดกุม ให้การเมืองสุจริต ให้องค์กรอิสระเป็นองค์กรอิสระจริง ไม่ได้ถูกครอบงำจากฝ่ายการเมือง รวมไปถึงการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภาต้องโปร่งใส และไม่มีการบล็อคโหวตหรือฮั้วส.ว.กัน
2.ต้องปรับทัศนคติหรือค่านิยมของประชาชน โดยยึดหลักของพลเอกเปรม ติณสูลานนท์ ที่เรียกร้องให้คนไทยทุกคนต่อต้านการทุจริต ไม่ยกมือไหว้คนโกง ไม่คบค้าสมาคมกับคนทุจริตคอรัปชั่น ซึ่งต้องสร้างค่านิยมและรณรงค์ให้เป็นที่ยอมรับกันอย่างกว้างขวาง เพราะปัจจุบันมีค่านิยมสนับสนุนหรือเอื้อต่อการทุจริต มีบางกลุ่ม บางพวกพยายามสร้างทัศนคติว่า ถึงโกงก็ไม่เป็นไร แต่ขอให้ทำงานให้กับประเทศชาติ หรือโกงบ้างก็ไม่เป็นไร แต่บริหารประเทศให้เศรษฐกิจดีขึ้น ซื้อเสียงก็ไม่เป็นไร จะไปถอนทุนในภายภาคหน้า แต่วันนี้เอาเงินไว้ก่อน มาจ่าย 1000 บาทก็รับแล้วเลือก ดีกว่าเลือกแบบไม่ได้อะไรตอบแทน
3.การบังคับใช้กฎหมายต้องเคร่งครัด และเอาจริงเอาจัง กฎหมายต้องศักดิ์สิทธิ์ โดยยึดหลักนิติรัฐนิติธรรม บังคับใช้กฎหมายต่อคนโกงคนทุจริต ไม่เล่นพรรคเล่นพวก องค์กรอิสระที่มีหน้าที่ปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชั่น หรือตรวจสอบการทุจริต ต้องทำงานอย่างตรงไปตรงมา ไม่มีข้อยกเว้น ไม่เล่นพรรคเล่นพวก
ถ้าหาก3เรื่องนี้สามารถทำได้ และมีประสิทธิภาพเพียงพอ น่าจะเป็นเงื่อนไขทำให้การทุจริตคอรัปชั่นในประเทศเบาบางลงได้ไม่มากก็น้อย และเชื่อว่าทั้ง3เรื่องนี้คือ การแก้ปัญหาทุจริตคอร์รัปชั่นของชาติตั้งแต่ต้นทาง
#ทุจริต #คอร์รัปชั่น #เทพไท #แก้ปัญหาทุจริต #การเมืองไทย #รัฐบาลโปร่งใส #นิติรัฐ #ข่าววันนี้ #สยามรัฐออนไลน์ #siamrathonline








