วันที่ 19 พฤษภาคม 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี ครั้งที่ 6/2569 ณ ห้อง 501 ตึกบัญชาการ ทำเนียบรัฐบาล
นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรีได้มอบข้อสั่งการสำคัญให้ทุกหน่วยงานเร่งขับเคลื่อนงานให้เกิดผลเป็นรูปธรรม พร้อมกำหนดกรอบติดตามงานภายใน 30 วัน 60 วัน และ 90 วัน ผ่านกลไก ครม. เศรษฐกิจ และการประชุมร่วมภาครัฐและเอกชน (กรอ.) จากเวที “ผู้ประกอบการพูด รัฐบาลฟัง” และข้อเสนอจากภาคเอกชน ที่ถือเป็นวาระเศรษฐกิจสำคัญของประเทศ โดยมีสาระสำคัญ ดังนี้
1. โครงสร้างพื้นฐานน้ำ–พลังงานสะอาด
เร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำ เพื่อรองรับภาคเกษตรและสถานการณ์เอลนีโญ ควบคู่กับการผลักดันพลังงานสะอาด ระบบโซลาร์เซลล์ และระบบไฟฟ้าอัจฉริยะ เพื่อเพิ่มความมั่นคงด้านพลังงานและลดต้นทุนในระยะยาว โดยมอบหมายให้สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงพลังงาน เป็นหน่วยงานหลัก
2. พัฒนาทักษะแรงงานรองรับ AI และดิจิทัล
เร่งพัฒนาทักษะแรงงานไทยผ่าน AI และเทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อเพิ่มโอกาสการจ้างงานและยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ โดยมอบหมายให้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) และกระทรวงแรงงาน ร่วมดำเนินการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
3. ผลักดันอุตสาหกรรมเป้าหมายใหม่
เร่งผลักดันอุตสาหกรรมเป้าหมาย ทั้งด้านสุขภาพ ดิจิทัล เกษตรสมัยใหม่ Data Center Cloud Service และ Semiconductor รวมถึงผลักดันไทยสู่การเป็นศูนย์กลางทางการเงินของภูมิภาค โดยให้กระทรวงการคลัง และ BOI เป็นหน่วยงานหลัก
4. ลดอุปสรรคการอนุญาต–ใช้ที่ดินรัฐให้เกิดประโยชน์
เร่งแก้ปัญหาความล่าช้าในการอนุญาตต่าง ๆ พร้อมผลักดันการใช้ประโยชน์ที่ดินสาธารณะที่ยังไม่ได้ใช้ เพื่อให้เกิดประโยชน์ทางเศรษฐกิจมากขึ้น โดยมอบหมายให้สำนักงาน ก.พ.ร. กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงการคลัง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการ
5. ปราบทุจริตสร้างความเชื่อมั่น
ปราบปรามการทุจริตอย่างจริงจัง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนและนักลงทุน โดยมอบหมายให้รองนายกรัฐมนตรี (นายปกรณ์ นิลประพันธ์) ประสานกับสำนักงาน ป.ป.ช. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
6. เงินเฟ้อและการดูแล SMEs
ติดตามสถานการณ์เงินเฟ้ออย่างใกล้ชิด พร้อมเตรียมมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการ SMEs ที่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจ โดยมอบหมายให้กระทรวงการคลัง สศช. และธนาคารแห่งประเทศไทย เป็นหน่วยงานหลัก








