วุฒิสภาเดือด! "นันทนา" อภิปรายญัตติด่วนเหตุรถไฟชนรถเมล์อโศก-ดินแดง จี้รัฐบาลหยุดโยนบาปให้ "สันดานคนไทย" ชี้เป็นญี่ปุ่น-ยุโรป รัฐมนตรีคมนาคมไขก๊อกไปแล้ว อัดยับเมินพัฒนาระบบรางทำรถไฟกลายเป็นแค่ระบบสังคมสงเคราะห์ ขณะที่ "พล.ต.ท.บุญจันทร์" วอนโซเชียลอย่าเพิ่งด่วนสรุปตามกระแส เผยปม พขร. ไร้ใบขับขี่อยู่ช่วงเปลี่ยนผ่านกฎหมาย ชง ศธ. บรรจุวิชาทางรถไฟแก้ปัญหาวินัยจราจรระยะยาว
วันที่ 19 พ.ค.2569 ที่รัฐสภา ในการประชุมวุฒิสภา น.ส.นันทนา นันทวโรภาส สว. อภิปรายญัตติด่วนด้วยวาจา เรื่องอุบัติเหตุรถไฟชนรถโดยสารประจำทางบริเวณจุดตัดทางรถไฟ กับถนนอโศก-ดินแดง เมื่อวันนที่ 16 พ.ค.ที่ผ่านมา ว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้คนไทยตั้งคำถามว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร ใครต้องรับผิดชอบ และเราจะทำอย่างไรเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นอีก ถ้าดูผิวเผินสังคมจะวิจารณ์ว่าเป็นเรื่องความไม่มีวินัยของพวกเราคนไทย ไม่ใส่ใจกฎจราจร จอดรถทับบนทางรถไฟได้อย่างไร ยิ่งไปตรวจพบว่าคนขับรถไฟปัสสาวะสีม่วง ไม่มีใบอนุญาตขับรถและไม่ได้นั่งควบคุมอยู่ที่คนขับ พากันประณามถามหาจิตสำนึกของพนักงานขับรถไฟคนนี้ แทบทุกปัญหาในประเทศไทยเรามักจะโทษไปที่เรื่องสันดานคนไทย
“ปัญหาอุบัติเหตุบนท้องถนนหนึ่งปีผู้มีผู้เสียชีวิตประมาณ 2 หมื่นกว่าราย ปัญหาฝุ่น การรุกป่าทำลายสิ่งแวดล้อม ลักวิ่งชิงปล้น แม้กระทั่งการซื้อเสียง การจ่ายสินบน ถ้าเรามองว่าเป็นเรื่องที่เกิดจากสันดาน จิตสำนึกของคนไทย จะไม่ง่ายไปหรือ ถ้าโทษไปที่ดีเอ็นเอของคนไทยก็แก้อะไรไม่ได้ ไม่ต้องเปิดการอภิปรายกันในวันนี้ เพราะอย่างไรสันดอนขุดได้ แต่สันดานขุดไม่ได้อยู่แล้ว อย่าให้เขามาหลอกให้เราเป็นแพะรับบาป ปัญหาทั้งหมดอยู่ที่รัฐบาล ถ้าเป็นประเทศญี่ปุ่นหรือหลายประเทศในยุโรปเกิดเหตุการณ์แบบนี้เราจะได้เห็นรัฐมนตรีคมนาคมออกมาประกาศความรับผิดชอบพร้อมลาออกแล้ว แต่ประเทศไทยถูกหลอกว่าเป็นเรื่องของความไม่เอาไหนของประชาชน ไม่ว่าความเสียหายจะใหญ่ขนาดไหน ก็ไม่ต้องมีรัฐมนตรี ปลัด อธิบดีคนไหนออกมาแสดงความรับผิดชอบ อย่างเก่งก็จะออกมาแสดงวิสัยทัศน์ เช่น จะขุดอุโมงค์ลอดใต้แยกอโศก โดยไม่รู้เลยว่าใต้ถนนอโศกนั้น มีรถไฟฟ้าใต้ดินอยู่ข้างล่างแล้ว ถ้าขุดลึกลงไปกว่านั้นก็เจอนรกแล้ว บางท่านเสนอให้รถไฟไปหยุดที่ชานกรุงเทพฯ ขนถ่ายผู้โดยสารขึ้นรถเมล์ มาขึ้นรถไฟฟ้า จบที่มอเตอร์ไซค์ อันนี้ไม่ใช่แลนด์บริดจ์“ น.ส.นันทนา กล่าว
น.ส.นันทนา กล่าวว่า ทำไมตนถึงมองว่าเรื่องปัญหานี้เป็นสิ่งที่รัฐบาลต้องรับผิดชอบเต็มๆ เพราะการที่คนที่จะปฏิบัติตามระเบียบ ท่านคิดว่าอยู่ที่จิตสำนึกหรืออยู่ที่การบังคับใช้กฎหมาย การที่คนขับรถกันอย่างไม่มีวินัย ท่านจะตำหนิใครถ้าไม่ใช่รัฐบาล คนจำนวนมากไม่รู้กฎจราจร เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่เคยทำหน้าที่ในการบังคับใช้กฎหมายให้เป็นจริง และรัฐบาลเคยใส่ใจที่จะกวดขันให้เจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้นหรือไม่ อย่างไรก็ตามอีกมิติหนึ่งที่สำคัญในการเกิดอุบัติเหตุดังกล่าว คือ ความล้มเหลวของรัฐบาลไทยในการบริหารระบบผังเมืองและการขนส่ง เรื่องการเดินรถ หลังจากทำรางรถไฟเมื่อ 133 ปีที่แล้ว ก็ไม่มีรัฐบาลไหนจริงจังที่จะพัฒนาระบบรางรถไฟเลย รัฐบาลส่วนใหญ่ชอบสร้างถนน ผลคือขณะที่เมืองเจริญขึ้นเรื่อยๆ ทางรถไฟที่สร้างไว้ก็ใช้กันจนทุกวันนี้ ความเจริญของเมืองกับเส้นทางรถไฟจึงไม่ไปด้วยกัน รถไฟจึงกลายเป็นระบบสังคมสงเคราะห์ คือเก็บไว้ให้คนจนใช้ และไม่ได้มีการพัฒนา ทำให้เห็นว่าเส้นทางรถไฟตัดกับเส้นทางของรถยนต์บนผิวระนาบ
น.ส.นันทนา กล่าวต่อว่า รัฐบาลจะต้องคิดใหม่ว่าประเทศไทยต้องหันมาพัฒนาระบบรถไฟ ต้องคิดว่ารถไฟเป็นระบบขนส่งให้ปัจจุบันและอนาคต ไม่ใช่คิดแต่ว่ารถไฟเป็นของโบราณ แต่ต้องคิดว่าทำรถไฟให้เป็นพาหนะเดินทางของทุกคนไม่ใช่เฉพาะคนจนหรือนักท่องเที่ยว และท่านต้องลงทุนแก้ไขปัญหาเรื่องจุดตัดระหว่างถนนกับทางรถไฟ ท่านจะทำทางยกระดับหรือทางลอดก็ต้องพิจารณา อย่าให้เป็นอย่างเช่นในปัจจุบันที่พบกับโศกนาฏกรรม และอย่าไปคิดว่าระบบรถไฟล้าสมัย เราต้องพัฒนาระบบนี้ขึ้นมา ถึงเวลาที่รัฐบาลต้องพัฒนารถไฟทำให้เป็นระบบขนส่งหลักของประเทศไทย ขอให้พูดและทำ อย่าสักแต่พูด โดยปล่อยให้เป็นอีกอุบัติเหตุหนึ่งที่เราแค่เสียใจแต่ไม่ทำอะไรเลย
ด้านพล.ต.ท.บุญจันทร์ นวลสาย สมาชิกวุฒิสภาอภิปรายว่า ตนผ่านบริเวณที่เกิดเหตุบ่อยครั้ง เคยนึกว่าหากบังเอิญไปติดไฟแดงค่อมรางรถไฟจะทำอย่างไร จะให้เจ้าหน้าที่ตำรวจไปยืนเฝ้าทุกจุดกั้นรถไฟก็เป็นไปไม่ได้ ยกตัวอย่างประเทศญี่ปุ่นจะเห็นว่าประชาชนเคารพกฎจราจรอย่างเคร่งครัด เมื่อเจอเครื่องกั้นรถไฟทุกคนพากันหยุดตามระเบียบเรียบร้อย แม้บางที่ไม่มีที่กั้นก็หยุด โดยไม่มีเจ้าหน้าที่ไปบังคับถือเป็นจิตสำนึกที่รัฐบาลและหน่วยงานศึกษาจะต้องเริ่มคิดถึงเวลาจะต้องมีวิชาเสริมสร้างวินัยของคนในประเทศไทยแล้ว
พล.ต.ท.บุญจันทร์กล่าวว่า กรณีเกิดเหตุดังกล่าวเป็นช่วงเวลาที่จราจรติดขัด ซึ่งหากดูจากที่เจ้าหน้าที่ยกธงแดง ได้มีการสื่อสารให้พนักงานขับรถไฟทราบหรือไม่ว่าบริเวณดังกล่าวมีจราจรหนาแน่นติดขัดค่อมทางรถไฟ ไม่สามารถผ่านได้ควรให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องได้สืบสวนสอบสวนก่อน อย่าเพิ่งฟันธงตัดสินตามโซเชียลว่าใครผิด โดยคณะกรรมาธิการกฎหมาย และคณะกรรมาธิการคมนาคม วุฒิสภา จะร่วมกันลงไปตรวจสอบเรื่องนี้ เพื่อช่วยกันคิดว่าทำอย่างไรจะไม่ให้เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นอีกครั้งในเขตชุมชนแออัด
นอกจากนี้ตามเขตต่างจังหวัดจะเห็นว่าบางพื้นที่ที่มีไม้กัน แต่บางพื้นที่ก็ไม่มีจึงเสนอว่าเป็นไปได้หรือไม่ให้กำหนดให้พนักงานขับรถไฟส่งสัญญาณเสียงดังมากขึ้น รวมถึงกรณีใบอนุญาตขับรถไฟในฐานะที่ตนรับราชการตำรวจมา ไม่เคยเรียกขอตรวจใบอนุญาตเลย เมื่อศึกษาข้อมูลพบว่ามีระเบียบ ข้อปฏิบัติของการรถไฟเป็นบัตรพนักงานรัฐวิสาหกิจว่าปฏิบัติหน้าที่อะไร และได้มีการแก้ไขกฎหมายเมื่อปี 68 ซึ่งอยู่ระหว่างการเปลี่ยนผ่านจากใบพนักงานฯมาเป็นใบอนุญาตการขับขี่รถไฟ จึงขอให้สังคมอย่าพึ่งตำหนิคนขับว่าขับได้อย่างไรทั้งที่ไม่มีใบอนุญาต
“ผมยังไม่ขอตำหนิเรื่องเหล่านี้ แต่ต้องการเสนอว่าถึงเวลาหรือยังที่กระทรวงศึกษาต้องเสริมสร้างวินัยคนในชาติ สิ่งใดที่ทำได้สิ่งใดที่ทำไม่ได้ เมื่อเข้าไปในเขตพื้นที่รถไฟต้องมีความรู้และระมัดระวังอย่างไรบ้าง กฎหมายที่ใช้กับเรื่องนี้มีสองฉบับคือพ.ร.บ.จราจรทางบกและพ.ร.บ.จัดวางรถไฟและเขตทางหลวงพ.ศ. 2464 ที่กำหนดการปฏิบัติการเดินรถระหว่างรถไฟและรถยนต์ จึงถึงเวลาแล้วที่ต้องสร้างวินัยคนในชาติและวินัยให้กับพนักงานรถไฟและคนขับรถยนต์มีความพร้อมที่จะป้องกันอุบัติเหตุเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา”พล.ต.ท.บุญจันทร์กล่าว








