“ศิริกัญญา” อัดรัฐบาลกลับลำ 180 องศา ส่ง “ปกรณ์” เคลียร์เอกชนแก้เกม “อนุทิน” พลั้งปากขู่ฟ้องปิดปาก หวั่นฉุดภาพลักษณ์ชวดสมาชิก OECD แซะเจ็บตั้งกรรมการกี่ชุดก็เหลวถ้านายกฯ ควบประธานร้อยโต๊ะประชุมปีละครั้ง แนะ “สุชาติ” คนระดับรัฐมนตรีควรน้อมรับคำวิจารณ์-นำไปแก้ไข หลังเจ้าตัวเดินชนสื่อ
วันที่ 19 พ.ค.69 น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี เชิญคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน หรือ กกร. เข้าหารือ พร้อมกับชี้แจงว่าจะไม่มีการฟ้องปิดปากภาคเอกชน ว่าเป็นการกลับลำแบบ 180 องศา เนื่องจากต้องแก้ไขปัญหา คำพูดของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่ไม่รู้ว่า พลั้งปากหรือไม่ เพราะพูดหลายครั้ง ว่าให้เอาหลักฐานมาด้วย ไม่เช่นนั้นจะถูกฟ้องกลับได้ ซึ่งนายปกรณ์ เพิ่งจะพบกับตัวแทนจาก OECD ที่มาเยี่ยมประเทศไทย เพื่อตรวจระเบียบกระบวนการต่างๆ ซึ่งคงจะดูไม่ดี แน่ๆ หาก OECD ทราบว่า ประเทศที่กำลังจะสมัครเข้าเป็นสมาชิก ใช้กฎหมายในเชิงขู่ฟ้องเพื่อปิดปากประชาชนที่ออกมาแฉเรื่องคอร์รัปชัน ถือว่าเป็นการแก้เกม ที่นายกรัฐมนตรีทำผิดพลาด แต่ที่สำคัญ หลังจากพูดคุยกับ กกร. แล้ว รัฐบาลได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาประสานงานเรื่องการต่อต้านคคอรัปชัน ซึ่งนับไม่ถูกแล้วว่า เป็นคณะกรรมการชุดที่เท่าไหร่ ทุกครั้งที่มีปัญหา หรือต้องการซื้อเวลาเพื่อไขบางอย่าง เอาเข้าจริง เรื่องการคอร์รัปชัน มีการถอดบทเรียน ทางแก้ไขปัญหา ร้อยแปดพันประการไปแล้ว โดยที่ไม่ต้องมีกรรมการ ขึ้นมาแก้ไข เพียงแค่รัฐบาล เอาจริง เอาจังกับเรื่องนี้ สามารถทุบโต๊ะ สั่งการทำระบบ มากกว่าเน้นไปที่หาคนดีมาบริหารบ้านเมือง ซึ่งการมีระบบนี้ ทำให้คนดี ที่อยากจะโกงก็โกงไม่ได้ พรรคประชาชนได้นำเสนอ ไปหลายเรื่อง ทั้งการเปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณเพื่อความโปร่งใส ลดใบอนุญาต ที่ไม่จำเป็น รวมถึงใช้เทคโนโลยี เพื่อลดดุลยพินิจของข้าราชการ
เมื่อถามว่า เชื่อมั่นต่อ คณะกรรมการที่ตั้งขึ้นมาได้หรือไม่ น.ส.ศิริกัญญา ระบุ “ยังเชื่อไม่ได้” ว่าสุดท้ายจะโปร่งใสจริงหรือไม่ เหมือนก้าวผิดออกจากประตูไปแล้ว ก็คงต้องรื้อฟื้น ทบทวนความสัมพันธ์ กันใหม่กับภาคเอกชนเช่นเดียวกัน ต้องดูว่า ท้ายที่สุด จะสามารถประสานกันได้จริงหรือไม่ เพราะตามรายชื่อ นายกรัฐมนตรีนั่งเป็นประธานคณะกรรมการอีกแล้ว ซึ่งไม่น่าจะเป็นคณะกรรมการที่ ฟังค์ชัน ได้จริง นายกรัฐมนตรีนั่งเป็นประธานหลายโต๊ะเหลือเกิน พอยุ่งมากๆ จะนั่งเป็นประธานจริงๆ ก็น้อยมากๆ เมื่อไหร่ก็ตามที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ประชุมอย่างมากก็ปีละ 1 ครั้ง ดังนั้น ไม่ได้สะท้อนถึงการเอาจริง เอาจังในการต่อต้านคอร์รัปชัน ซึ่งพรรคประชาชน จะผนึกกำลังภาคเอกชน ในการต่อต้านคอรัปชันอย่างเป็นระบบให้เกิดขึ้นได้จริง
เมื่อถามว่าจะเชิญภาคเอกชนเขาให้ข้อมูลกับพรรคเพื่อนำไปตรวจสอบรัฐบาลต่อหรือไม่ น.ส.ศิริกัญญา ยืนยัน จะมีการขับเคลื่อนเรื่องนี้พร้อมกับอีกหลายเรื่อง ตอนนี้เริ่มดำเนินการแล้ว มีคนที่เคยอยู่ภาคเอกชน มาร่วมงามกับพรรคประชาชน เช่น คุณเพียงพนอ บุญกล่ำ
ส่วนเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ออกอาการไม่พอใจผู้สื่อข่าว หลังถูกถามเรื่องการคอรัปชันในกรมควบคุมมลพิษ น.ส. กัญญา บอกว่า ตนเข้าใจเจตนาของนายสุชาติ ที่ต้องการปกป้องข้าราชการ และ กรมควบคุมมลพิษ ก็เป็นกรมที่มีโอกาสเสี่ยงค่อนข้างน้อยในการเรียกรับผลประโยชน์ แต่อย่างไรก็ตาม ด้วยท่าที ของคนระดับรัฐมนตรี ควรจะน้อมรับข้อวิพากษ์ วิจารณ์ และนำไปแก้ไข ปิดช่องว่าง ช่องโหว่ ที่จะทำให้เกิดโอกาส เรียกรับผลประโยชน์ มากกว่าจะทำตัวเแป็นศัตรูกับภาคเอกชน ที่ออกมาเปิดเผยข้อมูล และสื่อมวลชน ซึ่งไม่ควรเจออะไรแบบนี้ น่าจะทำให้บรรยากาศ การทำงานร่วมกัน เพื่อนำไปสู่ การแก้ไขปัญหาคอร์รัปชัน ของประเทศนี้เกิดขึ้นได้จริง








