“บิ๊กหยอย” สวมเครื่องแบบ ทอ.ยศ “พลอากาศเอก” ครั้งแรก ตรวจเยี่ยม ทอ ในฐานะ ผบ.ทหารสูงสุด ก่อนประชุม ผบ.เหล่าทัพ “ผบ.ถกพัฒนาขีดความสามารถAutonomous Systems ทบ. เตรียม จัดตั้ง “หน่วยบัญชาการสงครามไร้คนขับ” Unmanned Warfare Command
วันที่ 18 พ.ค.69 พลเอกอุกฤษฏ์ บุญตานนท์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด สวมเครื่องแบบกองทัพอากาศยศ “พลอากาศเอก” ครั้งแรก ตรวจเยี่ยมกองทัพอากาศ และการประชุม ผบ.เหล่าทัพ ครั้งที่ 4/2569 ที่กองบัญชาการกองทัพอากาศ ดอนเมืองโดยมีพลเอกพนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก พลเรือเอกไพโรจน์ เฟื่องจันทร์ ผู้บัญชาการทหารเรือ พลอากาศเอกเสกสรร คันธา  ผู้บัญชาการทหารอากาศ และพลตำรวจเอก กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ร่วมประชุม
โดยมีพิธีตรวจแถวสวนสนามกองทหารเกียรติยศ และ พิธีวางพานพุ่มถวายสักการะ พระอนุสาวรีย์จอมพล สมเด็จพระเจ้าบรมเจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนารถ กรมหลวงพิศณุโลกประชานารถ ณ พระอนุสาวรีย์ฯ ลงนามในสมุดเยี่ยม ทอ. ณ ห้องรับรองบริพัตร สักการะพระบรมสารีริกธาตุและพระอรหันตราด ณ ห้องรับรองรับรองขัติยะนารี
จากนั้น เริ่มการประชุมคณะผู้บัญชาการทหาร ณ ห้องรับรองบริพัตรและ ประชุม ผบ.เหล่าทัพ และมี พิธีมอบของที่ระลึกแด่ ผบ.ทสส, ผบ.ทร. และ ผบ.ตร.และมอบเครื่องหมายความสามารถในการบินของ ทอ. ให้ ผบ.ทร.และ ผบ.ตร. ณ บริเวณด้านหน้าห้องประชุม ทอ. ก่อน ถ่ายภาพร่วมกัน ณ บริเวณด้านหน้าพระอนุสาวรีย์ฯ และ ร่วมรับประทานอาหารกลางวัน ณ ห้องรับรองจักรพงษ์ ทัพไทย ชู Autonomous Systems
พลเอก อุกฤษฎ์ บุญตานนท์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด เป็นประธานการประชุม ผบ.เหล่าทัพ โดยมีพลเอกพนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก พลเรือเอกไพโรจน์ เฟื่องจันทร์ ผู้บัญชาการทหารเรือ พลอากาศเอกเสกสรร คันธา ผู้บัญชาการทหารอากาศ และพลตำรวจเอก กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ที่ บก.ทอ.
โดยในวันนี้ที่ประชุมได้นำเสนอแนวทางการพัฒนาขีดความสามารถระบบอัตโนมัติ (Autonomous Systems)
ปัจจุบันสภาพแวดล้อมด้านความมั่นคงเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เทคโนโลยีได้เข้ามามีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนา ขีดความสามารถทางทหารของหลายประเทศทั่วโลก โดยเฉพาะการนำระบบอัตโนมัติ และปัญญาประดิษฐ์มาประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติการ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการตัดสินใจ การตอบสนองต่อสถานการณ์ และการปฏิบัติการทางทหารในสงครามยุคใหม่ นำไปสู่แนวความคิดในการพัฒนาระบบอัตโนมัติ (Autonomous Systems)
กองบัญชาการกองทัพไทย ได้นำเสนอแนวทางการพัฒนาขีดความสามารถระบบอัตโนมัติของกองทัพไทยเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการตอบสนองภัยคุกคาม มีความแม่นยำสูง ปฏิบัติงานได้ต่อเนื่องยาวนาน ลดการสูญเสียของกำลังพล
และสามารถเชื่อมโยงการปฏิบัติในทุกมิติ (Al Domain operations) ทั้งมิติทางบก ทางทะเล ทางอากาศ ทางอวกาศและทางไซเบอร์ โดยกองบัญชาการกองทัพไทย ได้จัดตั้งหน่วยระบบอัตโนมัติและการป้องกันภัยทางอากาศร่วม ภายใต้หน่วยบัญชาการขีดความสามารถร่วม ซึ่งอยู่ระหว่างการจัดทำแนวความคิดในการพัฒนาระบบอัตโนมัติของกองทัพไทย
อีกทั้ง มีความร่วมมือกับภาคส่วนต่าง ๆเช่น ความร่วมมือในการวิจัย พัฒนาและผลิตระบบอากาศยานไร้คนขับ และระบบต่อต้านอากาศยานไร้คนขับ โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้แก่ กองทัพไทย กระทรวงกลาโหม บริษัทและหน่วยงานผู้ผลิตยุทโธปกรณ์ สมาคมด้านอุตสาหกรรมป้องกันประเทศและหน่วยงานด้านการศึกษาและการวิจัยพัฒนาเทคโนโลยี เช่น จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหิดลมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ซึ่งจะนำไปสู่การพึ่งพาตนเองอย่างยั่งยืนของกองทัพไทยในอนาคต
กองทัพบก นำเสนอแนวความคิดในการทำสงครามในสนามรบอัตโนมัติ (Autonomous Battlefield) ซึ่งแบ่งออกเป็น 3 ระดับ ได้แก่ ระบบกึ่งอัตโนมัติ (Semi-Autonomous) ระบบอัตโนมัติที่ต้องใช้มนุษย์กำกับดูแล (Superised Autonomous) และระบบอัตโนมัติเต็มรูปแบบ (Fully Autonomous)
โดยได้กำหนดแนวความคิดในการจัดตั้งหน่วยบัญชาการสงครามไร้คนขับ (Unmanned Warfare Command) เพื่อเป็นจุดเริ่มต้นในการพัฒนาสู่การทำสงครามในสนามรบอัตโนมัติแบบบูรณาการในทุกมิติ
ตลอดจนจะได้บูรณาการระบบอัตโนมัติเข้ากับพันธกิจการรบ หรือ Warfighting Functions ใน 4 ด้านหลัก ได้แก่ พันธกิจการข่าวกรอง (Intelligence) พันธกิจการควบคุมและบังคับบัญชา (Command and Control) พันธกิจการยิง (Fire)และพันธกิจการป้องกัน (Protection)
สำหรับในระยะยาวจะขับเคลื่อนแนวความคิดในการทำสงครามในสนามรบอัตโนมัติให้เป็นรูปธรรมตามหลักคิดการเสริมสร้างขีดความสามารถแบบบูรณาการที่กองทัพบกยึดถือ (DOTMLPF - Plus) ซึ่งจะกำหนดกรอบแนวทางดำเนินการให้มีความอ่อนตัวและสอดรับกับการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยีในปัจจุบัน








