วันที่ 12 พ.ค.69 ที่รัฐสภา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมวุฒิสภา โดยมีนายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา เป็นประธานในการประชุม นางกัลยา ใหญ่ประสาน สมาชิกวุฒิสภา จากกลุ่มที่ 5 ซึ่งเป็นกลุ่มอาชีพทำนาและปลูกพืชล้มลุก และตัวแทนเกษตรกรทำนาอินทรีย์จากจังหวัดลำพูน ได้นำเสนอต่อที่ประชุมถึงปัญหาราคาผลผลิตทางการเกษตรตกต่ำ ส่งผลให้เกษตรกรต้องเผชิญภาวะหนี้สิน โดยเฉพาะปัญหาที่จะเกิดขึ้นในอีก 2 เดือนข้างหน้า ซึ่งเป็นช่วงฤดูกาลของลำไย พืชเศรษฐกิจสำคัญของภาคเหนือและจังหวัดลำพูน
โดยในช่วงเดือนกรกฎาคมถึงเดือนสิงหาคมของทุกปี มักเกิดปัญหาผลผลิตออกมาพร้อมกันจำนวนมาก เปิดโอกาสให้ล้งหรือพ่อค้าคนกลางซึ่งเป็นนายทุนต่างชาติจากประเทศจีนที่เข้ามาผูกขาดการรับซื้อนานหลายสิบปี โดยเฉพาะการกดราคาผลผลิตให้ต่ำลงจนบางปีเหลือเพียงกิโลกรัมละ 2 บาทเท่านั้น
นางกัลยา กล่าวว่า ขอเรียกร้องให้รัฐบาลเตรียมมาตรการรับมือกับการถูกกดราคาจากทุนต่างชาติอย่างจริงจัง พร้อมทั้งเสนอให้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี สั่งการให้กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รวมถึงสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) บูรณาการการทำงานร่วมกันเพื่อยกระดับลำไยคุณภาพสู่ตลาดใหม่และการแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่าเพื่อยกระดับราคาผลผลิตให้สูงขึ้น
เช่นเดียวกับงานวิจัยที่ วว. ทำร่วมกับผู้ประกอบการในการพัฒนาเมล็ดลำไยอินทรีย์เป็นยาช่วยให้นอนหลับ ซึ่งสิ่งนี้จะช่วยพัฒนาเกษตรกรรมอย่างครบวงจร ไม่ปล่อยให้เกษตรกรต้องดิ้นรนหาตลาดกันเอง ในขณะที่งานวิจัยดีๆ กลับถูกแขวนไว้บนหิ้ง โดยกระทรวงเกษตรฯ ทำหน้าที่ส่งเสริม แต่กระทรวงพาณิชย์กลับไม่มีข้อมูลผลผลิตคุณภาพในมือเพื่อนำไปหาตลาดใหม่ๆ ซึ่งรูปแบบนี้ควรนำไปใช้กับพืชชนิดอื่น ทั้งทุเรียน มังคุด มะม่วง และข้าวด้วย
"ขอกราบเรียนผ่านไปถึงรัฐบาล ท่านนายกอนุทิน ชาญวีรกูล ว่าอย่าได้คิดแต่จะกู้เงินมาแจกพี่น้องประชาชนอย่างเดียว แต่ต้องทำให้พี่น้องประชาชนมีรายได้ที่ดีขึ้นจากการทำมาหากิน สร้างฐานอาชีพที่มั่นคง โดยการบูรณาการกระทรวง ทบวง กรม หน่วยงานร่วมมือกันยกระดับสินค้าทางการเกษตรไทยและวิสาหกิจชุมชน (SE) ให้ก้าวไกลสู่เวทีโลก"
นางกัลยา กล่าวต่อว่า ปรัชญาชีวิตของชาวปกาเกอะญอเตือนสติผู้มีอำนาจไว้ว่า เมื่อมีอำนาจเป็นใหญ่เป็นโตอย่าได้หลงลืมความทุกข์ยากของประชาชน และต้องเร่งแก้ไขปัญหาอย่างจริงจังจนถึงที่สุด เปรียบเสมือนแม่น้ำสาละวินและแม่น้ำโขงที่หลงตนว่ายิ่งใหญ่ แต่แท้จริงแล้วไม่อาจยิ่งใหญ่ได้หากไม่มีสายน้ำและห้วยเล็กๆ ไหลลงไปสมทบ หากรัฐหลงลืมประชาชนที่เป็นสายน้ำเล็กๆ เหล่านี้ อำนาจที่มีอยู่ย่อมแห้งเหือดไปในที่สุด








