“รองหัวหน้าพรรคประชาชน” แฉกลยุทธ์รัฐบาลมัดรวม พ.ร.ก. เงินกู้ 4 แสนล้าน ชี้จงใจสอดไส้งบพลังงานคู่เงินเยียวยาประชาชนเพื่อบีบสภา เตรียมชงตั้ง กมธ.วิสามัญตรวจสอบเข้ม 14 พ.ค. นี้ พร้อมแย้มใช้ดาบเชือดอภิปรายไม่ไว้วางใจ
วันที่ 12 พ.ค. 2569 เวลา 09.50 น.ที่รัฐสภา นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ฝ่ายค้านยื่นศาลรัฐธรรมนูญขอให้คุ้มครองการใช้วงเงินกู้ 200,000 ล้านบาทหลัง จากกรณี พ.ร.ก. เงินกู้รวม 400,000 ล้านบาท โดยแสดงความกังวลว่าการดำเนินการของรัฐบาลมีลักษณะ “ไม่ตรงไปตรงมา” เพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจสอบของสภาผู้แทนราษฎร สิ่งที่น่ากังวลที่สุดคือปรากฏการณ์ที่ตนเรียกว่า "หนีสภา พลัส" โดยขั้นแรกคือการนำงบประมาณ 2 ก้อนที่มีวัตถุประสงค์ต่างกันมามัดรวมไว้ใน พ.ร.ก. ฉบับเดียว ได้แก่ เงินเยียวยาประชาชน 200,000 ล้านบาท และโครงการด้านโครงสร้างพลังงานอีก 200,000 ล้านบาท
“เจตนารมณ์ของรัฐบาลในการรวม 2 ก้อนนี้ชัดเจนว่าเป็นการฉวยโอกาสจากความเดือดร้อนของประชาชน เพื่อเอาเงินเยียวยามาเป็นตัวประกัน แล้วสอดไส้โครงการด้านพลังงานเพื่อหลีกหนีการตรวจสอบของสภาฯ หากฝ่ายค้านไม่เห็นด้วยกับก้อนพลังงาน ก็จะถูกบีบให้เสมือนไม่เห็นด้วยกับการเยียวยาประชาชนไปด้วย” นายพริษฐ์กล่าว
รองหัวหน้าพรรคประชาชน ตั้งคำถามว่า หากรัฐบาลมีความจริงใจ ทำไมไม่นำงบก้อนหลังเข้าสู่กระบวนการงบประมาณปกติ หรือแยกเป็น พ.ร.บ. เงินกู้อีกฉบับ เพื่อให้สภาได้พิจารณาอย่างละเอียด การนำมารวมกันจึงถือเป็นรูปธรรมของการหนีการตรวจสอบอย่างชัดเจน
นายพริษฐ์ กล่าวต่อว่า ในวันพฤหัสบดีที่ 14 พ.ค. นี้ พรรคประชาชนจะเสนอญัตติตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญเพื่อติดตามและตรวจสอบการใช้เงินตาม พ.ร.ก. กู้เงินฉบับนี้โดยเฉพาะ
“แม้จะมีการยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญ แต่เมื่อรัฐบาลยืนยันจะเดินหน้าใช้เงินทันที สภาก็ต้องมีกลไกตรวจสอบความโปร่งใส ซึ่งไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะในสมัย พ.ร.ก. กู้เงินช่วงโควิด-19 ก็มีการตั้ง กมธ. ในลักษณะนี้เช่นกัน จึงหวังว่า สส. ฝ่ายรัฐบาลจะไม่ใช้เสียงข้างมากปิดกั้นการตรวจสอบในครั้งนี้”
เมื่อถามถึงการใช้มาตรการขั้นเด็ดขาดอย่างการอภิปรายไม่ไว้วางใจ นายพริษฐ์ กล่าวว่า เป็นอาวุธที่ฝ่ายค้านมีอยู่แล้วตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 151 ซึ่งใช้ได้ปีละ 1 ครั้ง โดยผู้นำฝ่ายค้านจะหารือกับพรรคร่วมฝ่ายค้านเพื่อกำหนดจังหวะเวลาที่เหมาะสมที่สุด ซึ่งอาจเกิดขึ้นในช่วงเวลาก่อนเดือนมีนาคม 2570
นอกเหนือจากเรื่องเงินกู้ พรรคประชาชนยังเตรียมขยายผลตรวจสอบความไม่ชอบมาพากลในประเด็นอื่น ๆ เช่น วิกฤตพลังงาน การจัดการกองทุนน้ำมัน รวมถึงการตรวจสอบการทำงานขององค์กรอิสระอย่าง ป.ป.ช. ในบางกรณีที่อาจมีความเชื่อมโยงกับฝ่ายบริหาร เพื่อให้เกิดความโปร่งใสต่อประชาชนมากที่สุด








