วันที่ 11 พ.ค.69 นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์คลิป พร้อมข้อความผ่านเฟซบุ๊ก เทพไท - คุยการเมือง ระบุว่า...
รัฐบาลเมินประชามติ 21ล้านเสียง เบี้ยวแก้ รธน.
พรุ่งนี้วันอังคารที่ 12 พฤษภาคม 2569 มีการประชุมคณะรัฐมนตรี และเป็นวันสุดท้ายของการที่คณะรัฐมนตรี จะมีมติยืนยันร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ยังค้างคาอยู่ในรัฐสภา ซึ่งถ้าดูท่าทีของรัฐมนตรีในรัฐบาลชุดนี้หลายคน พยายามจะบ่ายเบี่ยง พูดในลักษณะบอกว่า ขณะนี้ยังมีปัญหาเศรษฐกิจ และปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนเรื่องวิกฤตน้ำมัน ที่จะต้องรีบแก้ไขเร่งด่วนก่อน
ส่วนการแก้ไขรัฐธรรมนูญแม้ว่า ผลประชามติเสียงส่วนใหญ่ 21ล้านเสียง สนับสนุนให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ แต่รัฐรัฐบาลก็ไม่นำพา ยังมีท่าทีนิ่งเฉยอยู่ ซึ่งนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีได้พูดยืนยันหลังจากผลการทำประชามติออกมาแล้วหนึ่งวัน ว่ารัฐบาลจะบิดพลิ้วไม่ได้ จะต้องเร่งแก้ไขรัฐธรรมนูญตามผลประชามติทันที แต่ตอนนี้เมื่อสังคมทวงถามถึงความคืบหน้าของการแก้ไขรัฐธรรมนูญ รัฐบาลกลับบ่ายเบี่ยง เฉไฉนำประเด็นอื่นขึ้นมาอ้างว่า มีความสำคัญกว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งการแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นหัวใจสำคัญของการแก้ปัญหาประเทศชาติ
ถ้าดูผลการสำรวจของสถาบันพระปกเกล้า หรือKPI Pollล่าสุด ได้สอบถามความเห็นของประชาชน ซึ่งจะขออนุญาตยก2ประเด็นสำคัญ ที่เชื่อมโยงและเกี่ยวข้องกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ คือ
คำถามแรกที่ KPI Poll ถามว่า ประชาชนต้องการจะให้การแก้ไขปัญหาอะไรของประเทศชาติเป็นอันดับแรก ผลการสำรวจพบว่า ประชาชนต้องการให้แก้ไขเรื่องการทุจริตคอรัปชั่นสูงสุด 60.7% ซึ่งแสดงให้เห็นว่าปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่นเป็นปัญหาใหญ่ของชาติ และสาเหตุของการทุจริตที่เกิดขึ้น ก็เกิดมาจากการเข้าสู่อำนาจของนักการเมือง ส.ส.มีการชื่อเสียง เมื่อเข้ามาเป็นรัฐบาลก็ถอนทุนคืน มีข้าราชการผู้บริหารระดับสูงวิ่งเต้นซื้อขายตำแหน่ง เมื่อได้ตำแหน่งแล้วก็หาเงินเพื่อถอนทุนคืน ซึ่งสาเหตุทั้งหมดมาจากการรัฐธรรมนูญทั้งสิ้น
คำถามที่2 ถามถึงความเชื่อมั่นต่อองค์กรอิสระ ว่าประชาชนเชื่อมั่นองค์กรไหนมากที่สุด ผลการสำรวจปรากฏว่า ยังไม่เชื่อมั่นหน่วยงานหรือองค์กรใดเลย 68.7% เชื่อมั่นศาลปกครอง 8.2% เชื่อมั่นศาลรัฐธรรมนูญ 8.1% เชื่อมั่นสำนักงานตรวจการแผ่นดิน (สตง.) 4.0% เชื่อมั่นคณะกรรมการเลือกตั้ง (กกต.) 2.2% เชื่อมั่นผู้ตรวจการแผ่นดิน 2.1% เชื่อมั่นคณะกรรมการสิทธิมนุษชนแห่งชาติ (กสม.) 2.0% เชื่อมั่นคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.) 1.1%
สรุปได้ว่าองค์กรอิสระ7องค์กร ความเชื่อมั่นสูงสุดแค่ 8% ต่ำสุด 1% ถือว่าล้มละลายในความน่าเชื่อถือของประชาชน จึงจำเป็นต้องยกเครื่อง สังคายนาและปฏิรูปองค์กรอิสระทั้งหมด ให้เป็นที่เชื่อมั่นของประชาชน ซึ่ง2เรื่องใหญ่ที่ประชาชนอยากให้แก้ไข คือการทุจริตคอรัปชั่น และองค์กรอิสระ จึงจำเป็นจะต้องมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ หรือมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่โดยเร็วที่สุด
#เทพไท #แก้รัฐธรรมนูญ #ประชามติ #การเมืองไทย #รัฐบาล #รัฐธรรมนูญ #คอร์รัปชัน #องค์กรอิสระ #KPIpoll #ข่าวการเมือง #ข่าววันนี้ #รัฐสภา #อนุทิน #ข่าววันนี้ #สยามรัฐออนไลน์ #siamrathonline








