“อนุทิน” ปลื้มมูดี้ส์ ให้มุมมองบวกไทยเป็นประเทศน่าลงทุน ชี้บีโอไออนุมัติลงทุน 9 แสนล้าน เห็นทิศทาง FDI ไหลเข้าไทยจากความเชื่อมั่น พร้อมสนับสนุนให้มีการเปลี่ยนผ่านพลังงานสู่ไฟฟ้าสีเขียว หนุนความต้องการไฟฟ้าดาต้าเซนเตอร์
เมื่อเวลา 18.10 น. วันที่ 6 พ.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย กล่างถึงกรณีที่บริษัทจัดอันดับเครดิต มูดี้ส์ อินเวสเตอร์ เซอร์วิส ได้ออกรายงานระบุว่าประเทศไทยเป็น 1 ใน 5 ประเทศตลาดเกิดใหม่ที่มีภูมิต้านทานหรือ "กันชน" (Buffer) ที่เข้มแข็งในการรองรับความผันผวนของเศรษฐกิจมากที่สุดในโลกว่าเรื่องนี้เป็นข่าวดีต่อเนื่องหลังจากที่มูดี้ส์ได้ปรับมุมมองต่อเศรษฐกิจไทยจากเชิงลบ (Negative) เป็นมีเสถียรภาพ และน่าลงทุน ซึ่งถือว่าเป็นสิ่งที่สร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุนทั่วโลก โดยมูดี้ส์ไม่ได้มองแค่ในเรื่องเศรษฐกิจเท่านั้นแต่มองทุกมิติทั้งในเรื่องของการอำนวยความสะดวก เรื่องความโปร่งใส เรื่องการทำงานที่รวดเร็ว และเรื่องโครงสร้างของประเทศ
เมื่อถามว่า มูดี้ส์ได้ระบุว่าประเทศไทยควรมีการสนับสนุนให้มีการลงทุนเพิ่มเติม นายอนุทินกล่าวว่าในวันนี้คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ได้มีการอนุมัติคำขอส่งเสริมการลงทุนกว่า 9 แสนล้านบาท ซึ่งเรื่องนี้เป็นการลงทุนทางตรงจากต่างประเทศ (FDI) ซึ่งในเรื่องนี้ถือเป็นเครื่องยืนยันที่นักลงทุนจากต่างประเทศมั่นใจประเทศไทย โดยมาจากการได้วางรากฐานเรื่องต่างๆ และสร้างความน่าเชื่อถือให้กับประชาคมโลก เพราะถ้าเรื่องพวกนี้ถ้าเขาไม่มั่นใจเขาก็คงไม่มา ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ทุกฝ่ายช่วยกันไม่ใช่ผลงานของรัฐบาลอย่างเดียว
“ต้องฝากขอบคุณประชาชนทุกคนในเรื่องนี้ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่คนที่เป็นคนไทยทุกคนต้องช่วยกันเชียร์ประเทศไทย ไม่ใช่ออกมานั่งตำหนิว่ากล่าวรัฐบาลอย่างมีอคติ เพราะสิ่งที่เขาตำหนิมา วันนี้ก็ถูกกลบไปด้วยความเป็นจริงที่เกิดขึ้นในวันนี้ เพราะบริษัทที่เป็นบริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือระดับโลกจัดอันดับให้ประเทศไทยได้ดีแบบนี้ ซึ่งเรื่องแบบนี้ไม่มีใครไปวิ่งเต้นได้ ทุกอย่างต้องตรงไปตรงมาโปร่งใส คนที่ว่ากล่าวประเทศไทย ไม่อยากให้ประเทศไทยมีความเจริญก้าวหน้า เห็นแบบนี้ก็จะเห็นว่าสิ่งที่คนเหล่านี้พูดมาไม่มีความน่าเชื่อถือ เพราะพูดในสิ่งไม่ดีและกระทบประเทศไทย” นายอนุทินกล่าว
เมื่อถามว่า ประเด็นที่นักลงทุนยังกังวลในเรื่องไฟฟ้าสะอาดและเรื่องของสาธารณูปโภคพื้นฐานบางเรื่อง นายอนุทินกล่าวว่า ในเรื่องรัฐบาลเห็นว่าการลงทุนที่เข้ามาเพิ่มขึ้น รัฐบาลพร้อมดำเนินการเป็นเฟสๆให้มีไฟฟ้าสีเขียวมากขึ้น ซึ่งเรามีอยู่ในแผนอยู่แล้ว โดยเมื่อเราให้การสนับสนุนการลงทุนดาต้าเซนเตอร์มากๆ แล้วมีความต้องการไฟฟ้ามากขึ้น แนวโน้มของประเทศต้องมีการลดการผลิตไฟฟ้าจากฟอสซิล ไปสู่ไฟฟ้าสีเขียวที่เป็นไปสะอาดมากขึ้นซึ่งต้องอยู่ในแผนที่รัฐบาลต้องเปลี่ยนผ่าน โดยแผนนี้อยู่ในกลยุทธ์ 5T ที่นายเอกนิติได้วางนโยบายไว้ได้แก่ Targeted Transition Transform Transparency และTogether ที่เป็นการดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาลอยู่แล้ว








