วันที่ 6 พฤษภาคม 2569 ที่ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยความคืบหน้าโครงการก่อสร้างระบบรวบรวมน้ำเสียและระบบบำบัดน้ำเสียธนบุรี สัญญาที่ 3 งานก่อสร้างระบบรวบรวมน้ำเสียพื้นที่ส่วนใต้ (เขตบางกอกน้อยและบางกอกใหญ่) ซึ่งเป็นโครงการรวบรวมน้ำเสียจากครัวเรือนในพื้นที่ฝั่งธนบุรีไปบำบัดที่ศูนย์บำบัดน้ำเสียรวม เพื่อปรับปรุงคุณภาพน้ำในคลองและลดการปล่อยน้ำเสียลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา
โดยโครงการนี้มีการลงนามสัญญากับบริษัท ดัง วงเงิน 2,259,298,000 บาท ซึ่งดำเนินการก่อนที่ตนจะเข้ารับตำแหน่ง อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันพบว่าแบบการก่อสร้างมีปัญหา โดยเฉพาะขนาดของบ่อพักน้ำเสีย บ่อดักน้ำเสีย ท่อคอนกรีตรวบรวมน้ำเสีย และท่อแรงดันที่มีขนาดใหญ่ ซึ่งการออกแบบไม่ได้คำนึงถึงสภาพหน้างานจริงในพื้นที่ฝั่งธนบุรีที่มีคลองขนาดเล็กและอยู่ใกล้ชุมชน
ข้อจำกัดด้านพื้นที่ดังกล่าวทำให้การนำเครื่องจักรเข้าไปทำงานในลำคลองทำได้ยาก ส่งผลให้การระบายน้ำไม่สะดวกและการก่อสร้างเกิดความล่าช้า จนสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชน ทั้งในเรื่องน้ำเน่าเสียที่เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุงและเชื้อโรค ความเสียหายต่อบ้านเรือน และปัญหาน้ำหนุนเอ่อล้นเมื่อฝนตกซึ่งกระทบต่อการใช้ชีวิตของประชาชนอย่างมาก
นอกจากนี้ โครงการยังเผชิญกับข้อจำกัดเรื่องพื้นที่ของเอกชนและพื้นที่ในความดูแลของกรมเจ้าท่า โดยบางจุดยังไม่ได้รับอนุญาตก่อสร้างจากกรมเจ้าท่า ขณะที่คลองบางช่วงมีความแคบเกินกว่าจะดำเนินการได้ และบ่อบางแห่งตั้งอยู่ในที่ดินเอกชนที่มีเรือจอดรุกล้ำลำคลองขวางการก่อสร้าง
ส่วนการขอใช้ถนนเอกชนยังอยู่ระหว่างดำเนินการ ซึ่งส่งผลให้ต้องมีการขยายเวลาก่อสร้างออกไป ทั้งนี้ กรุงเทพมหานครไม่สามารถหยุดโครงการได้และต้องพยายามผลักดันให้แล้วเสร็จ จึงได้ปรับแผนการดำเนินงานโดยมอบหมายให้สำนักการระบายน้ำ (สนน.) เร่งรัดเฉพาะจุดที่ทำงานต่อเนื่องได้ทันที พร้อมเร่งออกใบอนุญาตจากกรมเจ้าท่า และหลีกเลี่ยงการก่อสร้างล่วงหน้าในพื้นที่ที่ยังไม่พร้อม
โดยเน้นการควบคุมงานเพื่อลดผลกระทบต่อการระบายน้ำและชุมชนให้ได้มากที่สุด ขณะที่สำนักงานเขตจะร่วมบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ประชาชนในพื้นที่ โดยนายชัชชาติย้ำว่า แม้บริษัท ดัง จะเป็นบริษัทรับเหมาก่อสร้างรายใหญ่ของไทยที่ก่อตั้งโดยนายชวรัตน์ ชาญวีรกูล บิดาของนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี แต่ยืนยันว่าไม่สนใจว่าเจ้าของเป็นใคร ต้องทำอย่างเท่าเทียม และผู้รับเหมาทุกรายต้องปฏิบัติตามระเบียบข้อบัญญัติของกรุงเทพมหานครอย่างเคร่งครัด
สำหรับภาพรวมโครงการก่อสร้างระบบรวบรวมน้ำเสียและระบบบำบัดน้ำเสียธนบุรีนั้น แบ่งออกเป็น 3 สัญญา ประกอบด้วย สัญญาที่ 1 งานก่อสร้างระบบบำบัดน้ำเสียธนบุรีและสวนสาธารณะ วงเงิน 2,404 ล้านบาท (งบประมาณปี 2563-2570) ดำเนินการโดยบริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน) มีความคืบหน้า 58.85% สัญญาที่ 2 งานก่อสร้างระบบรวบรวมน้ำเสียพื้นที่ส่วนเหนือ (เขตบางพลัด และบางส่วนของเขตตลิ่งชันและบางกอกน้อย) วงเงิน 2,934 ล้านบาท (งบประมาณปี 2563-2570) ดำเนินการโดยบริษัท สี่แสงการโยธา (1979) จำกัด มีความคืบหน้า 56.25% และสัญญาที่ 3 งานก่อสร้างระบบรวบรวมน้ำเสียพื้นที่ส่วนใต้ (เขตบางกอกน้อยและบางกอกใหญ่) วงเงิน 2,259,298,000 บาท โดยบริษัท ซีโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) มีความคืบหน้า 52.59% ซึ่งคาดการณ์ว่าโครงการทั้ง 3 สัญญาจะแล้วเสร็จทั้งหมดภายในปลายปี 2570








