จากกรณีที่สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (สก.) ได้อภิปรายในระหว่างการประชุมสภากรุงเทพมหานคร สมัยประชุมสามัญ สมัยที่สาม (ครั้งที่ 1) เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2569 โดยระบุว่าไม่มีผู้บริหารกรุงเทพมหานคร ทั้งผู้ว่าฯ กทม. รองผู้ว่าฯ กทม. ปลัด กทม. รองปลัด กทม. และผู้อำนวยการสำนัก อยู่รับฟังการอภิปราย จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในสื่อสังคมออนไลน์ว่าฝ่ายบริหารไม่ให้ความสำคัญกับการประชุมสภา กทม. นั้น
ล่าสุดเมื่อเวลา 12.35 น. วันที่ 23 กรกฎาคม ที่ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (เสาชิงช้า) เขตพระนคร นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้ชี้แจงถึงกรณีดังกล่าวว่า หากติดตามการประชุมตั้งแต่ต้นจะทราบว่าคณะผู้บริหารชุดนี้รวมถึงตนเองเข้าประชุมสภาฯ มากที่สุด เพราะให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก โดยในวันที่ 22 กรกฎาคม การประชุมเริ่มตั้งแต่เวลา 10.00 น. ซึ่งตนพร้อมด้วยรองผู้ว่าฯ ทั้ง 4 ท่าน และประธานที่ปรึกษาฯ ได้เข้าร่วมเพื่อตอบกระทู้สด 2 วาระ และพิจารณาญัตติใหม่ที่เสนอรวม 9 ญัตติ คือญัตติที่ 7.1 ถึง 7.9 โดยฝ่ายบริหารได้อยู่ชี้แจงและตอบกระทู้ต่อเนื่องจนถึงเวลาพักเที่ยง 12.10 น. และกลับเข้าประชุมอีกครั้งในเวลา 13.10 น.
นายชัชชาติระบุต่อไปว่า คณะผู้บริหารอยู่ชี้แจงในทุกญัตติจนกระทั่งเวลา 15.00 น. เมื่อพิจารณาญัตติที่ 7.3 เสร็จสิ้น ทางสภา กทม. ได้ขอเลื่อนวาระสุดท้ายคือญัตติที่ 7.9 ซึ่งเป็นร่างข้อบังคับการประชุมสภากรุงเทพมหานคร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ที่เสนอโดย นายฉัตรชัย หมอดี ขึ้นมาพิจารณาทันที ซึ่งวาระนี้เป็นเรื่องการเปลี่ยนข้อบังคับการประชุมสภา กทม. ที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับฝ่ายบริหารโดยตรง ตามธรรมเนียมปฏิบัติหากเรื่องใดไม่เกี่ยวข้องกับผู้บริหารก็จะไม่ได้อยู่ในที่ประชุมเพื่อเป็นการให้เกียรติสมาชิกได้ถกเถียงกันอย่างเต็มที่ ทีมผู้บริหารจึงออกมานั่งรออยู่ด้านนอกเพื่อรอชี้แจงวาระอื่นต่อ
อย่างไรก็ตาม การถกเถียงในวาระดังกล่าวใช้เวลานานจนถึงเวลา 17.10 น. ทำให้ผู้บริหารที่นั่งรออยู่บางส่วนรวมถึงตนเองต้องไปปฏิบัติภารกิจอื่นในเมืองต่อ และเมื่อเห็นว่าใกล้เวลาปิดประชุมในเวลา 17.30 น. ส่วนใหญ่จึงคาดว่าน่าจะจบการประชุมแล้ว จึงไม่มีใครอยู่ในห้องประชุมขณะที่ประธานสภาฯ สั่งปิดประชุม
"เราไม่ได้ละเลย เราอยู่ตลอด การเลื่อนวาระสุดท้ายขึ้นมา ทำให้เราไม่ได้อยู่เพราะไม่ใช่เรื่องของเรา และใช้เวลาในการพิจารณาค่อนข้างนาน และอยากให้เป็นข้อมูลว่าจริงๆแล้ว ผู้บริหาร และผู้ว่าฯเองไม่ใช่องค์ประชุมของสภาฯ การประชุมสภาไม่ได้นับเราเป็นองค์ประชุม ดังนั้นหน้าที่ของผู้ว่าฯกทม.จะต้องมาตอบกระทู้สดซึ่งเรามาทุกครั้ง ญัตติที่จำเป็นเราเป็นคนมายื่น แต่การตอบญัตติถึงแม้ว่าผู้ว่าฯจะไม่อยู่แต่สามารถชี้แจง คือเราก็ต้องชี้แจงรายละเอียดเป็นลายลักษณ์อักษรอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นการประชุมก็สามารถดำเนินการต่อไปได้ ก็เรียนทำความเข้าใจว่าตนเองให้ความสำคัญกับการประชุมสภามากๆ เมื่อวานตอนที่ถ่ายภาพไปแล้วไม่มีคนอยู่เพราะว่าญัตติก่อนหน้านั้นไม่ใช่เรื่องของเรา ไม่ได้อยากจะฟังเพราะถ้าใครอยู่ในเหตุการณ์ก็คงได้ยิน 2 ชั่วโมงกว่าที่มีการถกแถลงและก็ไม่ได้เกี่ยวกับการทำงานของเรา เราก็มานั่งทำงานข้างนอก ก็เลยอยากจะขอชี้แจงให้พี่น้องประชาชนเข้าใจว่าให้ความสำคัญกับการประชุมสภาอย่างต่อเนื่องมาตลอด"
ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่ สก. อาจนำเหตุการณ์นี้ไปเผยแพร่เป็นคลิปวิดีโอเพื่อโจมตีฝ่ายบริหาร นายชัชชาติกล่าวว่า ตนคิดว่าก็ต้องพูดความจริง หรือแม้กระทั่งนักข่าวที่อยู่ในการประชุมสภาก็คงจะเห็นถึงแม้อาจจะไม่ได้อยู่ตลอด ผู้ว่าเองถ้าไม่ติดราชการจริงๆก็อยู่ตลอดและชี้แจงตลอด ดังนั้นจึงต้องนำข้อมูลที่ถูกต้องให้พี่น้องประชาชนเข้าใจด้วย เพื่อให้สังคมได้รับทราบข้อเท็จจริงที่ครบถ้วน
นอกจากเรื่องการบริหารงานแล้ว นายชัชชาติได้เชิญชวนประชาชนร่วมงานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 24-31 กรกฎาคมนี้ โดยมีกิจกรรมหลักที่บริเวณป้อมมหากาฬและพื้นที่ต่อเนื่องรวม 5 จุด ได้แก่ คลองผดุงกรุงเกษม คลองหลอดวัดราชนัดดา คลองหลอดวัดราชบพิธ และคลองโอ่งอ่าง โดยมีไฮไลท์สำคัญในวันอาทิตย์ที่ 26 กรกฎาคม คือพิธีตักบาตรทางเรือ ซึ่งจะมีพระสงฆ์ 225 รูป จาก 40 วัด เดินทางผ่าน 4 สายน้ำมายังจุดรับบิณฑบาต ประชาชนสามารถร่วมใส่บาตรได้ตามเส้นทาง เช่น บริเวณป้อมมหากาฬ คลองโอ่งอ่าง และคลองบางลำพู หรือสามารถตักบาตรบนบก ณ ป้อมมหากาฬ ซึ่งจะมีบาตรจากทั้ง 40 กว่าวัดเตรียมไว้ให้ โดยในวันที่ 26 กรกฎาคม จะมีการแสดงดนตรีจากศิลปิน "น้องเนเน่" ที่ป้อมมหากาฬอีกด้วย








