วันที่ 30 เม.ย.69 นายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความประจำตัวนายทักษิณ ชินวัตร ได้เปิดเผยกับสื่อมวลชนภายหลังจากคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาวินิจฉัยการพักการลงโทษของกระทรวงยุติธรรม ได้มีมติเห็นชอบให้นายทักษิณเป็นหนึ่งในนักโทษเด็ดขาด 859 รายที่ได้รับการพักการลงโทษกรณีทั่วไป โดยมีเงื่อนไขต้องติดอุปกรณ์ติดตามตัวหรือกำไล EM
โดยระบุว่า ในการปล่อยตัววันที่ 11 พฤษภาคมนี้ เป็นส่วนที่ทางเรือนจำกลางคลองเปรมจะเป็นผู้ดำเนินการ ซึ่งรายละเอียดต่าง ๆ จะรับทราบหลังจากที่หารือกับผู้บริหารของเรือนจำ เนื่องจากการปล่อยตัวจะต้องเข้าสู่กระบวนการคุมประพฤติด้วย รวมทั้งการจัดการความเรียบร้อยในการปล่อยตัว
อย่างไรก็ตาม ทราบเพียงแค่ว่า จะมีการปล่อยตัวนายทักษิณเพียงคนเดียวในวันดังกล่าว เพราะนักโทษรายอื่นที่รับการพักโทษมีกำหนดปล่อยที่แตกต่างกัน คาดว่าวันดังกล่าวนายทักษิณจะเริ่มเข้าสู่กระบวนการในการพักโทษประมาณ 07:45 น. เป็นต้นไป เพราะต้องมีกระบวนการขั้นตอนหลายอย่างและน่าจะออกจากเรือนจำได้ตั้งแต่เวลา 08:00 น.
ส่วนประเด็นเรื่องของการติดกำไล EM นั้น นายวิญญัติได้นำคำพูดของนายทักษิณมาเปิดเผยว่า "นายทักษิณเองดีใจที่ได้รับการพักโทษ เพราะเป็นเรื่องของสิทธิและประโยชน์ของตัวผู้ต้องขัง โดยเฉพาะเรื่องของหลักเกณฑ์ที่พิจารณาว่ามีคุณสมบัติครบถ้วนในการพักโทษ // แต่นายทักษิณก็งงในเรื่องกำไล EM เช่นกัน เพราะงงว่าทำไมต้องใช้กำไล EM กับตัวนายทักษิณ ทั้ง ๆ ที่นายทักษิณเป็นผู้สูงอายุ มีอายุมากกว่า 70 ปีขึ้นไปและมีโรคประจำตัว ซึ่งมองว่าหลักเกณฑ์เหล่านี้คณะกรรมการน่าจะนำมาพิจารณาผ่อนปรนได้' พร้อมกันนี้นายทักษิณยังได้บอกอีกว่า "นายทักษิณไม่ใช่คนที่มีพฤติการณ์หลบหนี ถ้าจะหลบหนีจริง ก็คงไม่มาให้รับโทษแบบนี้" จึงไม่ควรที่จะนำมาตรการกำไล EM มาใช้กับนายทักษิณ
นายวิญญัติได้กล่าวต่อว่า ประเด็นกำไล EM คือสิ่งที่นายทักษิณงงอย่างมาก แต่นายทักษิณก็ยอมรับในกระบวนการดังกล่าวตามมติของคณะกรรมการ อย่างไรก็ตาม นายวิญญัติก็ตั้งข้อสังเกตส่วนตัวว่า นายทักษิณเป็นถึงอดีตนายกรัฐมนตรี เป็นบุคคลที่มีคุณูปการต่อประเทศชาติอย่างใหญ่หลวงในหลายเรื่อง มีนโยบายที่สำเร็จมาแล้วหลายประการอย่างที่ทุกคนรับทราบดี ถือว่าเป็นคุณงามความดีของนายทักษิณ
ซึ่งตนมองว่า ถ้าเพื่อความเสมอภาคเหมือนกับผู้ต้องขังรายอื่น ตนก็ยินดี แต่ประเด็นกำไล EM นั้นมีข้อเสียคือ ความเสมอภาคดังกล่าวเกินความจำเป็นหรือไม่ที่จะใช้มาตรการนี้ หากคำนึงถึงเรื่องศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ไม่ต้องมองเรื่องความเป็นอดีตนายกรัฐมนตรีก็ได้ เพียงแค่มองเรื่องของอายุที่มากและความดีมีคุณูปการต่อบ้านเมือง ก็ตั้งคำถามได้ว่า มาตรการกำไล EM นี้กระทบต่อศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของนายทักษิณหรือไม่
ส่วนตัวก็ไม่เคยสอบถามการประชุมของคณะกรรมการพิจารณาการพักโทษว่ามีเหตุผลใดในการใช้มาตรการติดกำไล EM เพราะตนไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการประชุม แต่โดยหลักการแล้ว การติดกำไล EM เป็นมาตรการสำหรับการปล่อยตัวชั่วคราว เพื่อให้ทางเลือกกับบุคคลที่ยากจนหรือผู้ที่ไม่มีเงินในการวางหลักทรัพย์ประกันตัว โดยใช้กำไล EM เป็นเครื่องพันธนาการ เพื่อส่งสัญญาณให้ผู้ควบคุมหรือกรมราชทัณฑ์หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
หากมองในทางหลักการ ถ้าได้รับการปล่อยตัว ก็ต้องติดกำไล EM แต่มาตรการดังกล่าวก็มีข้อผ่อนปรน ทั้งเรื่องอายุที่มากกว่า 70 ปีขึ้นไปหรือไม่ // มีโรคประจำตัวหรือพิการหรือไม่ // เป็นอุปสรรคต่อการเข้ารักษาตัวเนื่องจากเป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์หรือไม่ เช่น คนเป็นโรคเบาหวาน // แต่ประเด็นเรื่องของความเหมาะสม โดยเฉพาะในฐานะที่เคยเป็นอดีตนายกรัฐมนตรี จะถูกนำมาพิจารณาด้วยหรือไม่ อันนี้ตนไม่ทราบ
ด้านความเชื่อมั่นที่จะใช้มาตรการดังกล่าวในการควบคุมไม่ให้นายทักษิณหลบหนีหรือเป็นการควบคุมดูแลให้อยู่แค่ในพื้นที่ ตนมองว่านายทักษิณมีภูมิลำเนาที่ชัดเจน คือที่บ้านจันทร์ส่องหล้า จึงมองว่าไม่น่าเป็นประเด็น ถ้านายทักษิณจะหลบหนีจริง ก็คงไม่กลับมารับโทษ นายทักษิณอยู่ต่างประเทศมา 10 กว่าปี ก็คงอยากจะกลับบ้าน อย่างน้อยที่สุดตนในฐานะทนายความ ก็ดีใจที่นายทักษิณได้รับการทำโทษ ทั้งตนและนายทักษิณก็ยอมรับมาตรการนี้ จะติดก็ติด ไม่มีปัญหา เพียงแค่งงก็ตั้งข้อสังเกต
ส่วนการจะติดกำไล EM เมื่อไหร่นั้น ก็ต้องเป็นขั้นตอนของกรมคุมประพฤติที่นายทักษิณจะเข้าสู่กระบวนการคุมประพฤติหลังจากนี้ไปอีก 4 เดือนจนกว่าจะพ้นโทษ โดยนายทักษิณต้องไปรายงานตัวกับกรมคุมประพฤติภายใน 3 วันนับตั้งแต่วันปล่อยตัว หรือมีเวลาถึงวันที่ 14 พฤษภาคม หากนับวันแรกด้วยก็จะมีเวลาถึง 13 พฤษภาคม ซึ่งกระบวนการนี้ ตนต้องให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องมาชี้แจงให้ข้อมูล ขณะเดียวกันกรมคุมประพฤติต้องมาชี้แจงขั้นตอนกับนายทักษิณเอง แต่ที่แน่ชัดคือ จะต้องเข้าสู่กระบวนการคุมพื้นจนถึงวันพ้นโทษ คือวันที่ 9 กันยายน 2569 นี้
ผู้สื่อข่าวสอบถามว่า มาตรการการติดกำไล EM มีความเกี่ยวข้องกับเรื่องทางการเมืองหรือไม่นั้น นายวิญญัติกล่าวว่า ไม่มีบทบัญญัติตามรัฐธรรมนูญที่เป็นข้อห้ามยุ่งเกี่ยวทางการเมือง เพราะสิทธิทางการเมืองคือสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชนและเป็นไปตามหลักสิทธิมนุษยชน การที่ท่านจะไปเป็นที่ปรึกษาหรือให้คำแนะนำทางการเมืองใด ๆ ก็เป็นสิทธิของท่าน ซึ่งตนเชื่อว่าภายใน 4 เดือนหลังจากนี้ นายทักษิณก็คงจะเก็บเนื้อเก็บตัว คงไม่อาจให้ความเห็นได้ว่าเป็นการกลั่นแกล้งทางการเมืองหรือไม่
นายวิญญัติกล่าวเสริมอีกว่า ตอนนี้ไม่มีความกังวลใด ๆ ในเรื่องของกระบวนการปล่อยตัว มีเพียงแต่ความตื่นเต้นของครอบครัวและฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ทุกคนต่างนับวันรอถึงวันที่นายทักษิณได้รับการปล่อยตัว ส่วนหลังจากนี้นายทักษิณจะรับเป็นที่ปรึกษาทางการเมืองหรือไม่นั้น นายวิญญัติมองว่า คำถามดังกล่าวต้องไปถามนายทักษิณเอง ตนไม่สามารถตอบคำถามนี้แทนนายทักษิณได้ เพราะมองว่าประเด็นดังกล่าวเป็นเรื่องที่นายทักษิณสามารถพิจารณาได้ด้วยตัวเอง
แต่ยอมรับว่า นายทักษิณเองมีประสบการณ์และความรู้ความสามารถ รวมทั้งมีบุคคลทั่วโลกให้การยอมรับ อาจจะมีคนที่เห็นประโยชน์ได้ อีกทั้งนายทักษิณเองก็เป็นห่วงประชาชนและประเทศชาติอย่างมากในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งนายทักษิณก็คงยินดีให้คำปรึกษาได้








