วันที่ 30 เม.ย.69 นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์ข้อความผ่านเพจเฟซบุ๊ก เทพไท - คุยการเมือง ระบุว่า ไลฟ์ขายทุเรียน ใครได้ใครเสีย?
สำหรับปรากฏการณ์ไลฟ์ขายของที่โด่งดังมากที่สุดในยุคนี้ คงจะไม่มีไลฟ์ไหนโด่งดัง และเป็นที่สนใจของประชาชนเท่ากับการไลฟ์ขายทุเรียนของพิมรี่พาย ซึ่งมีการไลฟ์ขายทุเรียนจำนวน 1ล้านลูก ในราคาลูกละ 100 บาท ทำให้เป็นข่าวในสื่อกระแสหลักและสื่อออนไลน์ รวมไปถึงมีการวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างกว้างขวาง เกี่ยวกับปรากฏการณ์การไลฟ์ขายทุเรียน ซึ่งมีข้อวิพากษ์วิจารณ์ทั้งด้านบวกและด้านลบ
ในที่สุดทุกคนก็เฝ้ารอว่า การไลฟ์ขายทุเรียนของพิมรี่พาย จะเป็นอย่างไรบ้าง จะประสบความสำเร็จหรือไม่ จึงทำให้การไลฟ์ขายทุเรียนเมื่อคืนวันที่ 28 เมษายนที่ผ่านมา ถือได้ว่าประสบความสำเร็จในหลายด้าน คือ
1.พิมรี่พาย เป็นผู้ได้รับประโยชน์มากที่สุด ได้เป็นข่าวที่โด่งดัง ทำให้คนรู้จักพิมรี่พายทั่วประเทศ ทำให้คนเข้ามากดซื้อทุเรียนจำนวนมากถึง 6-7แสนคน และเชื่อว่าพิมรี่พายก็มีรายได้จำนวนไม่น้อยแม้ว่ายอดขายทุเรียนจะไม่ปรากฏยอดที่แน่นอนว่า ครบ 1ล้านลูกหรือไม่ แต่ว่าในทางการตลาดถือว่าประสบความสำเร็จ และได้กำไรมากที่สุด แม้ว่าพิมรี่พายจะบอกว่า โปรเจ็คนี้ขาดทุนไปนับ 10 ล้านบาทก็ตาม แต่มูลค่าทางเครดิตและชื่อเสียง น่าจะได้มากกว่าตัวเงินที่ขาดทุนไป
2.ประชาชนคนไทยอย่างน้อยจำนวน 6-7แสนคน ที่อยากกินทุเรียน อยากซื้อทุเรียนราคาถูก ก็เข้าไปกดจอง แม้ว่าจะประสบความสำเร็จหรือประสบความสำเร็จก็ตาม แต่คนที่ประสบความสำเร็จในการซื้อทุเรียนน่าจะมีน้อยกว่าคนที่ผิดหวัง จึงทำให้คนไทยจำนวนหนึ่งอยากกินทุเรียนราคาถูก จากการไลฟ์ขายทุเรียนทางออนไลน์ของพิมรี่พาย
3.ชาวสวนทุเรียน ซึ่งการไลฟ์ทำให้กระแสทุเรียนโด่งดัง และปลูกกระแสสร้างความคึกคักให้คนไทยอยากกินทุเรียนมากขึ้น บางคนอาจจะรู้สึกเฉยๆ ไม่ชอบกินทุเรียน แต่เมื่อกระแสการไลฟ์ขายทุเรียนของพิมรี่พายเป็นกระแสโด่งดัง ทำให้คนไทยจำนวนไม่น้อยอยากกินทุเรียน และเจ้าของสวนทุเรียนก็ได้รับกระแสนี้ไปด้วย และน่าจะทำให้ยอดขายทุเรียนเพิ่มขึ้น จากยอดผู้บริโภคมากขึ้น ส่วนประเด็นการไลฟ์ขายทุเรียนราคาลูกละ 100 บาท จะส่งผลต่อราคาทุเรียนหรือไม่ เชื่อว่าไม่น่าเกิดผลต่อกลไกการตลาดราคาทุเรียน เพราะการขายทุเรียนลูกละ 100 บาท เป็นการจัดโปรโมชั่นเป็นครั้งคราว ไม่ใช่เป็นการจัดขายทุเรียนราคาถูกในทุกสัปดาห์หรือทุกเดือน ซึ่งอาจส่งผลทำให้กระทบต่อกลไกราคาทุเรียนในท้องตลาดได้ แต่กรณีนี้ไม่น่าจะกระทบต่อกลไกราคาทุเรียน ยิ่งจะทำให้ราคาทุเรียนเป็นที่นิยมของประชาชนมากขึ้น
4.คุณศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้เป็นที่รู้จักของประชาชนคนไทย ไม่ว่าจะเป็นด้านบวกหรือด้านลบก็ตาม แต่อย่างน้อยทำให้คนไทยรู้จักชื่อของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ชื่อศุภจี มารับบทบาทเป็นแม่ค้าขาย เหมาะสมกับเจ้ากระทรวงการค้าหรือกระทรวงพาณิชย์ เห็นบทบาทการลงพื้นที่ การเยี่ยมตลาดผลไม้ เยี่ยมและการเข้าร่วมการขายออนไลน์ของอินฟลูเอ็นเซอร์ต่างๆ รวมทั้งอินฟลูเอ็นเซอร์ของจีนด้วย
ส่วนผลจะได้หรือเสียมากกว่ากัน หรือผลบวกกับผลลบในการไลฟ์ของคุณพิมรี่พาย จะทำให้คุณศุภจีได้บวกหรือลบอย่างไรนั้น ต้องบอกว่าคุณศุภจีจะปฎิเสธความรับผิดชอบต่อปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ได้ เพราะการที่คุณพิมรีพายไลฟ์โปรโมทรายการขายทุเรียนออนไลน์ลูกละ 100 บาท 1ล้านลูก เป็นทุเรียนเกรดพรีเมี่ยม คุณศุภจีได้การันตีในไลฟ์
แต่เมื่อผลการขายผ่านไลฟ์ทุเรียนคุณภาพอาจไม่เป็นตามที่โฆษณา ไม่ตรงปก คุณศุภจีจะปฏิเสธความรับผิดชอบไม่ได้ ในขณะเดียวกันคุณศุภจี ก็ไม่ควรเลือกปฏิบัติต่อการโปรโมทสินค้าทางเกษตร เพราะมีสินค้าทางการเกษตรชนิดอื่นๆ ที่ยังมีปัญหาด้านราคาตกต่ำ ถ้าหากจะให้ความเป็นธรรมกับสินค้าเกษตรของเกษตรกรทุกอาชีพ คุณศุภจีจะต้องสนับสนุนผลักดันให้มีการไลฟ์ขายสินค้าราคาถูกของอินฟลูอินเซอร์ด้วย ไม่ว่าจะเป็น มะม่วง มะพร้าว มังคุด ลองกอง ลำใย หรือผลไม้ชนิดอื่นๆที่ราคาตกต่ำ
ขอฝากไปยังคุณศุภจี แม้ว่าการเคลื่อนไหวของคุณศุภจีเข้าร่วมการไลฟ์ขายทุเรียนของพิมรี่พาย จะถูกวิจารณ์มากน้อยเพียงใด แต่ถือว่าคือบทเรียนและประสบการณ์ในฐานะนักธุรกิจมืออาชีพ ที่มาชิมลางในบทบาทของนักการเมือง และขอให้สรุปบทเรียน และนำจุดเด่น หรือผลดีของการขายออนไลน์ไปใช้กับผลไม้ หรือผลผลิตการเกษตรของเกษตรกรชนิดอื่นๆด้วย








