"ภคมน" ฟาด ‘รมว.พาณิชย์’ ประกาศห้ามส่งออก ‘ปาล์มน้ำมัน’ ทำราคาร่วง ก่อนที่ประชุม มีมติส่งเรื่องให้ กมธ.การพาณิชย์ ไปศึกษาต่อ ภายใน 90 วัน หลัง ตั้ง กมธ.แล้ว
เมื่อเวลา 14.40น. วันที่ 29 เม.ย.69 ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่2 ทำหน้าที่ประธานการประชุม พิจารณาญัตติขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแก้ไขปัญหาราคาผลผลิตทางการเกษตรตกต่ำ และเยียวยาความเดือดร้อนเกษตรกรจากภาวะสู้รบในตะวันออกกลาง ต่อเนื่องจากการประชุมสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยน.ส.ภคมน หนุนอนันต์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน อภิปรายปัญหาราคาน้ำมันปาล์มตกต่ำว่า เหตุใดภาวะสงคราม น้ำมันแพง น้ำมันปาล์มเป็นที่ต้องการทั่วโลกนำไปผสมดีเซลทำเป็นไบโอดีเซล แต่ราคาน้ำมันปาล์มถูกลง จากกิโลกรัมละ 8.24บาท เหลือ 6.25บาท ทั้งที่ตั้งแต่เดือนม.ค.2569 ราคาน้ำมันปาล์มขยับขึ้นเรื่อยๆ จาก 6.14บาท เป็น 8.24บาท ในเดือนเม.ย. แสดงว่า มีความผิดปกติเกิดขึ้น เนื่องจากวันที่ 5เม.ย.2569 นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ ลงนามประกาศห้ามส่งน้ำมันปาล์มออกนอกประเทศ ตั้งแต่วันที่ 7เม.ย.2569 เว้นแต่ได้รับอนุญาต ที่ผ่านมาไทยส่งออกน้ำมันปาล์มเดือนละ 1.1แสนตัน ผลิตน้ำมันปาล์ม 3-4แสนตันต่อเดือน เพียงพอต่อการบริโภคในประเทศ และส่งออก เป็นโอกาสทำกำไรให้ชาวสวน
น.ส.ภคมน กล่าวด้วยว่า แต่การปิดประตูส่งออกในช่วงที่โลกต้องการน้ำมันปาล์ม ทำให้ปาล์มไปกองหน้าโรงกลั่น ถูกกดราคาจากนายทุน เมื่อเกษตรกรไปเรียกร้อง กระทรวงพาณิชย์จึงอนุญาตส่งออกน้ำมันปาล์มได้ เหตุใดจึงห้ามส่งออก สร้างความตื่นตระหนก ข้อมูลกรมธุรกิจพลังงานวันที่ 23เม.ย.2569 ระบุว่า ทั่วประเทศมีปั๊มน้ำมันเติม B20 ได้แค่ 105 ปั๊ม จาก 26,000ปั๊ม ไม่ถึง ร้อยละ 1 หมายความว่า ความต้องการB20 ยังไม่เกิด แต่รัฐบาลชิงสกัดส่งออกน้ำมันปาล์ม ทุบราคาปาล์มหลุดลุ่ย เป็นการบริหารที่ใช้ประชาสัมพันธ์นำหน้า กลไกตลาดตามหลัง ผู้ได้รับผลกระทบคือ เกษตรกร
ภายหลังการอภิปรายเสร็จสิ้นลง ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีมติเห็นชอบให้ส่งคณะกรรมาธิการ (กมธ.)การพาณิชย์และทรัพย์สินทางปัญญา สภาผู้แทนราษฎร พิจารณาศึกษา ให้แล้วเสร็จภายใน 90 วัน นับแต่วันถัดจากวันที่สภามีมติตั้งคณะกรรมาธิการประจำสภาฯ








