วันที่ 29 เม.ย.69 นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์ข้อความผ่านเพจเฟซบุ๊ก เทพไท - คุยการเมือง ระบุว่า รอดู ภูมิใจไทย ลอยแพ ศุภจี???
ภายหลังจากมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าแต่งตั้งคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ ชุดอนุทิน2 ที่มีนายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรี เป็นการจัดสรรตำแหน่งผู้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีในกระทรวงต่างๆให้กับกลุ่มการเมือง มุ่งการเมือง หรือพรรคการเมืองได้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ยังเหลือกลุ่มที่ผิดหวังจากเก้าอี้รัฐมนตรี กลุ่มบ้านใหญ่ ที่ไม่ได้เป็นรัฐมนตรีตามความคาดหวัง
จึงมีการจัดสรรตำแหน่งทางการเมืองอื่นๆ เพื่อเป็นการปลอบขวัญ ตอบแทนทางการเมือง เห็นได้จากการประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา คณะรัฐมนตรีมีมติแต่งตั้งข้าราชการทางการเมืองชุดใหญ่ มีตำแหน่งที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรี ที่ปรึกษารัฐมนตรี เลขานุการรัฐมนตรี ผู้ช่วยรัฐมนตรีหลายตำแหน่ง ถือว่าเต็มอัตราศึก เท่าที่สามารถจัดสรรให้ได้ และส่วนใหญ่เป็นส.ส.สอบตก เป็นนักการเมืองมาก่อน จึงมีการปลอบขวัญด้วยตำแหน่งทางการเมืองให้ในหลายตำแหน่ง
ส่วนคนที่เป็นส.ส.และคาดหวังเก้าอี้รัฐมนตรี จากการแบ่งเค้กให้กับกลุ่มก๊วน หรือมุ้ง หรือบ้านใหญ่ มีนักการเมืองหรือส.ส.ที่ผิดหวัง ก็คาดหวังว่าจะได้รับตำแหน่งประธานคณะกรรมธิการ ซึ่งมีฐานะเทียบเท่ารัฐมนตรีว่าการหรือรัฐมนตรีช่วย กับกรรมาธิการในบางคณะ จึงคาดหวังว่าจะได้เป็นประธานกรรมาธิการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งส.ส.ที่อาวุโส เป็นมาหลายสมัย อย่างเช่นในส่วนของพรรคภูมิใจไทย มีตำแหน่งหรือโควตาประธานกรรมาธิการ 14 คณะ ได้จัดสรรกันครบ และมีบางคนอาวุโสน้อย เป็นส.ส.มาไม่กี่สมัย แต่ว่ามีเส้นสายดี มีแบ็คอัพดี ก็ได้รับปูมบำเหน็จให้เป็นประธานคณะกรรมการ และมีบางคนที่เป็นส.ส.มาแล้วหลายสมัย แต่ก็พลาดจากตำแหน่งประธานคณะกรรมาธิการ
จึงมีกระแสข่าวจากพรรคภูมิใจไทยว่า นายณัฎฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ ส.ส.จังหวัดสงขลา 3สมัย ถือว่าอาวุโสพอสมควร พลาดหวังจากการเป็นประธานคณะกรรมาธิการ มีส.ส.รุ่นน้องแซงหน้า ปาดหน้าไป จนเกิดอาการน้อยใจแสดงออกโดยการดีดตัวเองออกจากไลน์กลุ่มของพรรค ซึ่งแสดงให้เห็นว่าในพรรคภูมิใจไทยเกิดมีคลื่นใต้น้ำหรือไม่ แรงกระเพื่อมหลังจากการจัดสรรตำแหน่งทางการเมืองไม่ลงตัว
ในส่วนของรัฐมนตรีที่เป็นเทคโนแครต หรือบุคคลภายนอก ที่เรียกว่าเป็นรัฐมนตรีมืออาชีพ ต้นทุนทางสังคมสูงกว่านักการเมืองทั่วไป มีการแต่งตั้งที่ปรึกษารัฐมนตรี เลขานุการรัฐมนตรี ก็ล้วนแต่เป็นบุคคลภายนอก ไม่เอานักการเมืองสอบตก ไม่เอาโควตาของนักการเมืองมาดำรงตำแหน่ง เพราะไม่ไว้ใจ กลัวจะทำให้การทำงานไม่เป็นอิสระ และมีผลประโยชน์เข้ามาเกี่ยวข้อง จึงทำตัวเป็นรัฐอิสระ ทิ้งระยะห่างออกจากฝ่ายการเมืองในพรรค ซึ่งทำให้เห็นว่าเมื่อรัฐมนตรีที่มาจากบุคคลภายนอกลอยตัว ทำตัวเป็นรัฐอิสระ
จะทำให้เห็นว่า เมื่อคุณเป็นศิลปินเดี่ยว และเกิดปัญหาหรือประเด็นทางการเมืองขึ้นมา ก็จะไม่มีส.ส.ในพรรคออกมาปกป้อง ออกมาตอบโต้แทน ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของข้าราชการประจำผู้ใต้บังคับบัญชาของรัฐมนตรีบุคคลภายนอก มาชี้แจง เช่น กรณีของนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ที่ถูกถล่มจากกรณีไลฟ์ขายทุเรียนลูกละ 100 บาททางออนไลน์ หลังจากไปสนับสนุนอินฟลูเอ็นเซอร์จากประเทศจีนขายทุเรียนแล้ว ก็มาสนับสนุนอินฟลูเอ็นเซอร์ไทย คุณพิมรี่พาย ในการขายทุเรียนออนไลน์ ซึ่งกำลังถูกวิพากษ์วิจารณ์จากสังคม และสื่อโซเชียลเป็นจำนวนมาก แต่ไม่มีใครมาชี้แจงแทน มีแต่นางศุภจีต้องออกมาสัมภาษณ์ และโพสต์ในสื่อโซเชียลหรือเฟซบุ๊กส่วนตัว
จะเห็นได้ว่าบรรยากาศการทำงานในรัฐบาลระหว่างบุคคลภายนอก ที่เป็นมืออาชีพกับนักการเมืองอาชีพในรัฐบาล หรือในพรรคภูมิใจไทย เริ่มมีปัญหาให้เห็นได้ชัดขึ้นเรื่อยๆ








